法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบการส่งข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตาม ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบการส่งข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตาม

ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชกําหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงานตามมาตรา 15 แห่งพระราชกําหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ. 2566 ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบการส่งข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตามความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ข้อมูลดังต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานต้องส่งมายังอธิบดีกรมสรรพากร

(1) ข้อมูลของเจ้าของบัญชี

(ก) ในกรณีเจ้าของบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ถือบัญชี ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ รัฐหรือภาคีซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี และวันเดือนปีเกิด และสถานที่เกิด ของผู้ที่ต้องถูกรายงานแต่ละรายซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี

(ข) ในกรณีเจ้าของบัญชีเป็นนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือบัญชี ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ รัฐหรือภาคีซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ และหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล

(2) ข้อมูลของผู้มีอํานาจควบคุมในนิติบุคคลตาม (1) (ข) ซึ่งถูกบ่งชี้ว่าเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงาน ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ รัฐหรือภาคีซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี และวันเดือนปีเกิด และสถานที่เกิดของผู้ที่ต้องถูกรายงานแต่ละราย

(3) เลขบัญชี หรือในกรณีที่ไม่มีเลขบัญชี สิ่งอื่นใดที่สามารถใช้แทนเลขบัญชีได้

(4) ชื่อและหมายเลขที่ใช้ระบุตัวตนของผู้มีหน้าที่รายงาน

(5) ยอดคงเหลือหรือมูลค่าในบัญชี รวมถึงในกรณีของสัญญาประกันภัยมูลค่าเงินสดหรือสัญญาประกันชีวิตแบบเงินรายปี ได้แก่ มูลค่าเงินสด หรือมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ ณ วันสุดท้ายของปีปฏิทินที่เกี่ยวข้อง หรือวันที่มีการปิดบัญชีในกรณีที่บัญชีถูกปิดระหว่างปี ทั้งนี้ ในกรณีมีการปิดบัญชีระหว่างปีให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานข้อมูลเป็นศูนย์ .

(6) ในกรณีของบัญชีดูแลสินทรัพย์ ได้แก่

(ก) ผลรวมของดอกเบี้ยทั้งหมด ผลรวมของเงินปันผลทั้งหมด และผลรวมของเงินได้อื่นใดทั้งหมดที่เกิดจากสินทรัพย์ในบัญชี ซึ่งในแต่ละกรณี ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือเงินได้อื่นใดดังกล่าวที่จ่ายหรือเครดิตเข้าบัญชี หรือเกี่ยวเนื่องกับบัญชี ระหว่างปีปฏิทิน และ

(ข) เงินได้รวมทั้งหมดจากการขายหรือไถ่ถอนทรัพย์สินที่จ่ายหรือเครดิตเข้าบัญชีระหว่างปีปฏิทิน ซึ่งผู้มีหน้าที่รายงานดําเนินการในฐานะผู้รับฝาก นายหน้า ผู้กระทําการแทน หรือตัวแทนอื่นใดสําหรับเจ้าของบัญชี

(7) ในกรณีของบัญชีเงินฝาก ได้แก่ จํานวนรวมของดอกเบี้ยทั้งหมดที่จ่ายหรือเครดิตเข้าบัญชีในระหว่างปีปฏิทิน และ

(8) ในกรณีของบัญชีใด ๆ นอกจากบัญชีตาม (6) และ (7) ได้แก่ จํานวนรวมทั้งหมดที่จ่ายหรือเครดิตให้กับเจ้าของบัญชีซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบัญชีดังกล่าวระหว่างปีปฏิทิน ซึ่งผู้มีหน้าที่รายงานเป็นผู้มีภาระผูกพันหรือเป็นลูกหนี้ รวมถึงการจ่ายเงินค่าไถ่ถอนทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าของบัญชีในระหว่างปีปฏิทิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานระบุสกุลเงินของบัญชี โดยให้รายงานตามหน่วยสกุลเงินซึ่งผู้มีหน้าที่รายงานจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของผู้มีหน้าที่รายงาน ทั้งนี้ ในกรณีที่บัญชีที่ต้องถูกรายงานมีสกุลเงินที่ได้จัดเก็บไว้มากกว่าหนึ่งสกุลเงิน ให้ระบุสกุลเงินใดสกุลหนึ่งตามที่ได้มีการบันทึกไว้เพียงสกุลเงินเดียว รวมทั้งระบุสกุลเงินที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรายงานด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้มีหน้าที่รายงานอาจดําเนินการส่งข้อมูลตามข้อ 1 (1) บางรายการสําหรับกรณีดังต่อไปนี้

(1) สําหรับบัญชีที่มีอยู่ ผู้มีหน้าที่รายงานไม่จําเป็นต้องรายงานข้อมูลหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี วันเดือนปีเกิด และสถานที่เกิด ก็ได้ หากผู้มีหน้าที่รายงานไม่ได้มีข้อมูลดังกล่าวอยู่ในบันทึกของผู้มีหน้าที่รายงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ไม่ได้ระบุให้มีข้อมูลดังกล่าว ในความครอบครอง อย่างไรก็ตาม ผู้มีหน้าที่รายงานจําเป็นต้องใช้ความพยายามตามสมควรเพื่อให้ได้มาซึ่งหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี วันเดือนปีเกิด และสถานที่เกิด ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีอยู่ภายในช่วงเวลาปีปฏิทินที่สองถัดจากปีซึ่งบัญชีดังกล่าวถูกระบุเป็นบัญชีที่ต้องถูกรายงาน

(2) ผู้มีหน้าที่รายงานไม่จําเป็นต้องรายงานหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี หากคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานไม่มีการออกหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี หรือกฎหมายภายในของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานไม่บังคับให้ต้องมีการรวบรวมหมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีที่ออกโดยคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานดังกล่าว

(3) ผู้มีหน้าที่รายงานไม่จําเป็นต้องรายงานข้อมูลสถานที่เกิดก็ได้ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานถูกกําหนดให้ต้องได้มาและรายงานซึ่งสถานที่เกิดตามกฎหมายภายใน และข้อมูลดังกล่าวสามารถสืบค้นได้จากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในความครอบครองของผู้ที่มีหน้าที่รายงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีผู้มีหน้าที่รายงานไม่มีบัญชีที่ต้องถูกรายงานในรอบระยะเวลารายงานใด ผู้มีหน้าที่รายงานจะรายงานการไม่มีบัญชีที่ต้องถูกรายงานในรอบระยะเวลารายงานนั้นแก่กรมสรรพากรหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานหรือตัวแทนส่งข้อมูลตามข้อ 1 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

(๑)เข้าสู่ระบบรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทั่วไป (Common Reporting Standard: CRS) ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th โดยตรง โดยใช้ชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้รับจากการลงทะเบียนเข้าใช้ระบบดังกล่าวของกรมสรรพากร

(2) ส่งข้อมูลตาม CRS XML Schema ตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานการรายงานข้อมูลทั่วไป (Common Reporting Standard: CRS) และสอดคล้องกับรูปแบบและวิธีการนําเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทั่วไป (Common Reporting Standard: CRS) ตามแนวทางที่กําหนดไว้บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th โดยข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานส่งมายังอธิบดีกรมสรรพากรต้องเป็นภาษาอังกฤษ

ทั้งนี้ การส่งข้อมูลจะสมบูรณ์เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานนั้นได้รับการแจ้งข้อความจาก

ระบบของกรมสรรพากรในการยืนยันการส่งรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินดังกล่าวสมบูรณ์แล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้มีหน้าที่รายงานอาจแต่งตั้งตัวแทนเพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีทางการเงินมายังอธิบดีกรมสรรพากรก็ได้ โดยให้ผู้มีหน้าที่รายงานจัดทําเอกสารหลักฐานอันแสดงถึงการแต่งตั้งตัวแทนเช่นว่านั้น

ให้นําความในข้อ 1 ถึงข้อ 5 มาใช้บังคับกับการรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินโดยตัวแทนตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม ทั้งนี้ ตัวแทนต้องแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนตามวรรคหนึ่งต่ออธิบดีกรมสรรพากรโดยการนําเข้าเอกสารหลักฐานการแต่งตั้งตัวแทนนั้นสู่ระบบรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทั่วไป (Common Reporting Standard: CRS) และผู้มีหน้าที่รายงานต้องแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนดังกล่าวบนระบบรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทั่วไป(Common Reporting Standard: CRS) ด้วย เว้นแต่กรณีกองทุนซึ่งมีผู้จัดการเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ให้กองทุนซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนดังกล่าวต่ออธิบดีกรมสรรพากรก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕66

ลวรณ แสงสนิท

(นายลวรณ แสงสนิท)

อธิบดีกรมสรรพากร

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบการส่งข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติตาม ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c898f360a2e8b9ef

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com