我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. 2546

子法規・公布 2003-10-15・全 27 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ มาตรา ๒๒ วรรคสาม และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “วิทยาลัย” หมายความว่า วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง “หน่วยจัดการศึกษา” หมายความว่า สถานที่จัดการศึกษาร่วมกับวิทยาลัย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน “สภาวิทยาลัย” หมายความว่า สภาวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง “สภาวิชาการ” หมายความว่า สภาวิชาการวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บททั่วไป

หมวด ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้วิทยาลัยเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาซึ่งบริหารจัดการโดยชุมชน มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาและฝึกอบรมด้านวิชาการและด้านวิชาชีพตามหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และส่งเสริมให้มีการพัฒนาอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลในชุมชน ให้วิทยาลัยเป็นส่วนราชการในสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามข้อ ๒ วิทยาลัยต้องจัดระบบเครือข่ายในการบริหารการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมในหลักสูตรที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งการเชื่อมโยงความรู้ด้านวิชาการและการใช้ทรัพยากรระหว่างวิทยาลัย หน่วยจัดการศึกษา และหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ข้อ ๔

ข้อ ๔ การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกวิทยาลัย ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ การแบ่งส่วนงานในวิทยาลัย และการจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาของวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดสรรงบประมาณให้แก่วิทยาลัยตามที่เห็นสมควรเพื่อดำเนินกิจการของวิทยาลัย นอกจากเงินงบประมาณตามวรรคหนึ่ง วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจมีรายได้และทรัพย์สินดังต่อไปนี้ (๑) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับจากการดำเนินกิจการของวิทยาลัย (๒) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาปกครอง ดูแลหรือใช้ประโยชน์เพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย (๓) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย (๔) เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของวิทยาลัย (๕) รายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น ให้สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษามีอำนาจในการปกครอง ดูแล รักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่มีไว้เพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่นของวิทยาลัย รายได้รวมทั้งเบี้ยปรับที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับจากการดำเนินกิจการของวิทยาลัย ให้วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด การบริหารงาน

หมวด ๒

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการวิทยาลัยชุมชน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากกรรมการวิทยาลัยชุมชนผู้ทรงคุณวุฒิ (๒) กรรมการวิทยาลัยชุมชนโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมส่งเสริมกรมปกครองท้องถิ่น ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหอการค้าไทย (๓) กรรมการวิทยาลัยชุมชนจำนวนสองคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหนึ่งคน และเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาวิทยาลัยหนึ่งคน (๔) กรรมการวิทยาลัยชุมชนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการตาม (๑) (๒) และ (๓) รวมกัน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน เป็นกรรมการและเลขานุการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการตาม (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนทำหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามข้อ ๖ (๑) (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกหรือได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการวิทยาลัยชุมชนในประเภทนั้น (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้มีการแต่งตั้งหรือเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้แต่งตั้งหรือเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทน ให้ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งประธานกรรมการหรือได้มีการเลือกกรรมการวิทยาลัยชุมชนขึ้นใหม่

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๒) ให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาของวิทยาลัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด (๓) กำหนดแนวทาง ประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้วิทยาลัยจัดระบบเครือข่ายในการบริหารการจัดการศึกษา (๔) ออกระเบียบและข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและอาจมอบให้วิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบและข้อบังคับสำหรับวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้ (๕) พิจารณาเสนอการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลือกวิทยาลัยต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๖) พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่วิทยาลัย (๗) ระดมทุนและทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาของวิทยาลัย และส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนวิทยาลัยชุมชน (๘) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของวิทยาลัย (๙) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษาและรัฐมนตรีในการออกระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับเพื่อดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของวิทยาลัย (๑๐) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ (๑๑) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือรัฐมนตรีมอบหมาย (๑๒) อำนาจหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในวิทยาลัยให้มีสภาวิทยาลัยเพื่อทำหน้าที่คณะกรรมการสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยจัดการศึกษา ผู้แทนหอการค้าจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการอื่นรวมกัน เป็นกรรมการ จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการสภาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ให้ผู้อำนวยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่วิทยาลัยใดไม่มีผู้แทนศิษย์เก่า ให้สภาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สภาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) วางนโยบายและให้ความเห็นชอบแผนการจัดการศึกษาและงบประมาณของวิทยาลัย (๒) กำกับดูแลให้วิทยาลัยปฏิบัติตามนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด (๓) ออกระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ของวิทยาลัย (๔) พิจารณาให้ความเห็นชอบการแบ่งส่วนในวิทยาลัย และการจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาของวิทยาลัย (๕) ระดมทุนและทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาของวิทยาลัย (๖) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำการบริหารและการจัดการวิทยาลัยแก่ผู้อำนวยการ (๗) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการและการดำเนินงานของวิทยาลัย (๘) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (๙) อนุมัติการให้อนุปริญญาและประกาศนียบัตร (๑๐) อนุมัติการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (๑๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานประจำปีของวิทยาลัย (๑๒) แต่งตั้งคณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาวิทยาลัย (๑๓) ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการ (๑๔) แต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการ อาจารย์พิเศษ และกรรมการสภาวิชาการ (๑๕) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาวิทยาลัย

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำข้อ ๙ มาใช้บังคับการประชุมของสภาวิทยาลัยโดยอนุโลม

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้มีสภาวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่สภาวิทยาลัยและผู้อำนวยการเกี่ยวกับหลักสูตร การเรียน การสอน คุณภาพทางการศึกษา การเปิดสาขาวิชา การเปิดหลักสูตร และการดำเนินงานของหน่วยจัดการศึกษา ให้สภาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเป็นประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมและการดำเนินงานของสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้มีผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของวิทยาลัยและอาจมีรองผู้อำนวยการตามจำนวนที่สภาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้ ผู้อำนวยการนั้น ให้เลขาธิการแต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาวิทยาลัย จากบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๗ รองผู้อำนวยการนั้น ให้สภาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ จากผู้สอนในวิทยาลัย เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาผู้อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาหรือเทียบจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง หรือดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารกิจการของวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการและของวิทยาลัย รวมทั้งนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานหลักสูตรการศึกษา และวัตถุประสงค์ของวิทยาลัย (๒) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ และข้อบังคับของวิทยาลัย (๓) เป็นผู้แทนของวิทยาลัยในกิจการทั่วไป (๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภาวิทยาลัย (๕) แต่งตั้งและถอดถอนหัวหน้าโปรแกรมวิชาและหัวหน้าหลักสูตร (๖) เสนอสภาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการ อาจารย์พิเศษและกรรมการสภาวิชาการ (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ และตามที่สภาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการมอบหมาย

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ วิทยาลัยอาจกำหนดให้มีหัวหน้าโปรแกรมวิชาหรือหัวหน้าหลักสูตรเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายได้ คุณสมบัติ การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าโปรแกรมวิชาหรือหัวหน้าหลักสูตร ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สภาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมและมิได้เป็นผู้สอนประจำของวิทยาลัย เป็นอาจารย์พิเศษโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย อนุปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ

หมวด ๓

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คณะกรรมการอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มีอนุปริญญา และประกาศนียบัตรอย่างหนึ่งอย่างใดในสาขาวิชาที่มีการสอนในวิทยาลัยได้ดังนี้ (๑) อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรระดับอนุปริญญา (๒) ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมเฉพาะวิชา

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับอนุปริญญาและประกาศนียบัตรได้ การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของเข็มวิทยฐานะ ให้ทำเป็นข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เข็มวิทยฐานะจะใช้ในโอกาสใด โดยมีเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของวิทยาลัยและเครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาได้ โดยทำเป็นข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ส่วนราชการและสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิทยาลัยชุมชน และวิทยาลัยชุมชนเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการซึ่งออกตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔ อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงทำหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งส่วนราชการและจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนและคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนจังหวัดตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่มีอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนและสภาวิทยาลัยชุมชนตามกฎกระทรวงนี้ต่อไป จนกว่าจะได้มีคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนและสภาวิทยาลัยชุมชน แล้วแต่กรณี ตามกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้การจัดตั้ง การบริหารงาน สังกัด และการจัดประเภทของสถานศึกษาของรัฐระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา ตลอดจนหลักเกณฑ์อื่นในการบริหารงานและการดำเนินงานทางวิชาการเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติว่า องค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และจำนวนกรรมการในคณะกรรมการสถานศึกษาสำหรับสถานศึกษาบางประเภทที่มีสภาพและลักษณะการปฏิบัติงานแตกต่างไปจากสถานศึกษาโดยทั่วไป อาจกำหนดให้แตกต่างไปตามสภาพและลักษณะงานตลอดทั้งความจำเป็นเฉพาะของสถานศึกษานั้นได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น เพื่อให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชนสอดคล้องกับบทบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ อัมภิญา/พิมพ์ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ดลธี/ผู้จัดทำ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ พัชรินทร์/ตรวจ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ปิติวรรณ/ปรับปรุง ๒๘ มกราคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๘/๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查