法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน

พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ มาตรา ๒๒ วรรคสาม และมาตรา ๓๘ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“วิทยาลัย”

หมายความว่า วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง

“หน่วยจัดการศึกษา”

หมายความว่า สถานที่จัดการศึกษาร่วมกับวิทยาลัย

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน

“สภาวิทยาลัย”

หมายความว่า สภาวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง

“สภาวิชาการ”

หมายความว่า สภาวิชาการวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง

“ผู้อำนวยการ”

หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา

“รัฐมนตรี”

หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้วิทยาลัยเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาซึ่งบริหารจัดการโดยชุมชน

มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาและฝึกอบรมด้านวิชาการและด้านวิชาชีพตามหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน

และส่งเสริมให้มีการพัฒนาอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลในชุมชน

ให้วิทยาลัยเป็นส่วนราชการในสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน

สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามข้อ ๒

วิทยาลัยต้องจัดระบบเครือข่ายในการบริหารการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมในหลักสูตรที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น

เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

รวมทั้งการเชื่อมโยงความรู้ด้านวิชาการและการใช้ทรัพยากรระหว่างวิทยาลัย

หน่วยจัดการศึกษา และหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกวิทยาลัย

ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

การแบ่งส่วนงานในวิทยาลัย

และการจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาของวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดสรรงบประมาณให้แก่วิทยาลัยตามที่เห็นสมควรเพื่อดำเนินกิจการของวิทยาลัย

นอกจากเงินงบประมาณตามวรรคหนึ่ง

วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจมีรายได้และทรัพย์สินดังต่อไปนี้

(๑)

เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ

ที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับจากการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

(๒)

รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาปกครอง

ดูแลหรือใช้ประโยชน์เพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

(๓)

เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

(๔)

เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

(๕)

รายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น

ให้สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษามีอำนาจในการปกครอง

ดูแล รักษา

ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่มีไว้เพื่อการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่นของวิทยาลัย

รายได้รวมทั้งเบี้ยปรับที่วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับจากการดำเนินกิจการของวิทยาลัย

ให้วิทยาลัยหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

การบริหารงาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนคณะหนึ่ง

ประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการวิทยาลัยชุมชน

ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากกรรมการวิทยาลัยชุมชนผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒)

กรรมการวิทยาลัยชุมชนโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมส่งเสริมกรมปกครองท้องถิ่น

ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหอการค้าไทย

(๓)

กรรมการวิทยาลัยชุมชนจำนวนสองคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหนึ่งคน และเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาวิทยาลัยหนึ่งคน

(๔)

กรรมการวิทยาลัยชุมชนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการตาม (๑) (๒)

และ (๓) รวมกัน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน

ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน

เป็นกรรมการและเลขานุการ

คุณสมบัติ

หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการตาม (๓) และ (๔)

ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ให้สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนทำหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามข้อ ๖ (๑) (๓) และ (๔)

มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกหรือได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการวิทยาลัยชุมชนในประเภทนั้น

(๔)

ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๕)

เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้มีการแต่งตั้งหรือเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้แต่งตั้งหรือเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทน

ให้ประธานกรรมการและกรรมการวิทยาลัยชุมชนซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งประธานกรรมการหรือได้มีการเลือกกรรมการวิทยาลัยชุมชนขึ้นใหม่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา

(๒)

ให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาของวิทยาลัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด

(๓)

กำหนดแนวทาง ประสาน ส่งเสริม

และสนับสนุนให้วิทยาลัยจัดระบบเครือข่ายในการบริหารการจัดการศึกษา

(๔)

ออกระเบียบและข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและอาจมอบให้วิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบและข้อบังคับสำหรับวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่อง

ๆ ไปก็ได้

(๕)

พิจารณาเสนอการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลือกวิทยาลัยต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา

(๖)

พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่วิทยาลัย

(๗)

ระดมทุนและทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาของวิทยาลัย

และส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนวิทยาลัยชุมชน

(๘)

ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของวิทยาลัย

(๙)

เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษาและรัฐมนตรีในการออกระเบียบ ประกาศ

และข้อบังคับเพื่อดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ และเรื่องอื่น ๆ

ที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของวิทยาลัย

(๑๐)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ

อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

(๑๑)

ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือรัฐมนตรีมอบหมาย

(๑๒)

อำนาจหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการ

ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในวิทยาลัยให้มีสภาวิทยาลัยเพื่อทำหน้าที่คณะกรรมการสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรชุมชน

ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา

ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยจัดการศึกษา ผู้แทนหอการค้าจังหวัด

และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการอื่นรวมกัน เป็นกรรมการ

จำนวนกรรมการ

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการสภาวิทยาลัย

วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการ

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ในกรณีที่วิทยาลัยใดไม่มีผู้แทนศิษย์เก่า

ให้สภาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สภาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

วางนโยบายและให้ความเห็นชอบแผนการจัดการศึกษาและงบประมาณของวิทยาลัย

(๒)

กำกับดูแลให้วิทยาลัยปฏิบัติตามนโยบาย แผนพัฒนา

และมาตรฐานการศึกษาตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด

(๓)

ออกระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ของวิทยาลัย

(๔)

พิจารณาให้ความเห็นชอบการแบ่งส่วนในวิทยาลัย และการจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาของวิทยาลัย

(๕)

ระดมทุนและทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาของวิทยาลัย

(๖)

ให้คำปรึกษาและคำแนะนำการบริหารและการจัดการวิทยาลัยแก่ผู้อำนวยการ

(๗)

ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการและการดำเนินงานของวิทยาลัย

(๘)

ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

(๙)

อนุมัติการให้อนุปริญญาและประกาศนียบัตร

(๑๐)

อนุมัติการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

(๑๑)

พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานประจำปีของวิทยาลัย

(๑๒)

แต่งตั้งคณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ

อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาวิทยาลัย

(๑๓)

ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการ

(๑๔)

แต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการ อาจารย์พิเศษ และกรรมการสภาวิชาการ

(๑๕)

ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำข้อ ๙

มาใช้บังคับการประชุมของสภาวิทยาลัยโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้มีสภาวิชาการ

มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่สภาวิทยาลัยและผู้อำนวยการเกี่ยวกับหลักสูตร

การเรียน การสอน คุณภาพทางการศึกษา การเปิดสาขาวิชา การเปิดหลักสูตร

และการดำเนินงานของหน่วยจัดการศึกษา

ให้สภาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการ

ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเป็นประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ

องค์ประกอบ

จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ

ตลอดจนการประชุมและการดำเนินงานของสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้มีผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของวิทยาลัยและอาจมีรองผู้อำนวยการตามจำนวนที่สภาวิทยาลัยกำหนด

เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้

ผู้อำนวยการนั้น

ให้เลขาธิการแต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาวิทยาลัย จากบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๗

รองผู้อำนวยการนั้น

ให้สภาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ จากผู้สอนในวิทยาลัย

เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาผู้อำนวยการ

ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง

ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

สภาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ

เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๔)

ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๕)

เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาหรือเทียบจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง

และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง

หรือดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

บริหารกิจการของวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ

ข้อบังคับของทางราชการและของวิทยาลัย รวมทั้งนโยบาย แผนพัฒนา

มาตรฐานหลักสูตรการศึกษา และวัตถุประสงค์ของวิทยาลัย

(๒)

ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่

และทรัพย์สินอื่นของวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ

และข้อบังคับของวิทยาลัย

(๓)

เป็นผู้แทนของวิทยาลัยในกิจการทั่วไป

(๔)

จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภาวิทยาลัย

(๕)

แต่งตั้งและถอดถอนหัวหน้าโปรแกรมวิชาและหัวหน้าหลักสูตร

(๖)

เสนอสภาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการ

อาจารย์พิเศษและกรรมการสภาวิชาการ

(๗)

ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ

และตามที่สภาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ วิทยาลัยอาจกำหนดให้มีหัวหน้าโปรแกรมวิชาหรือหัวหน้าหลักสูตรเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายได้

คุณสมบัติ

การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง

และการพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าโปรแกรมวิชาหรือหัวหน้าหลักสูตร

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สภาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมและมิได้เป็นผู้สอนประจำของวิทยาลัย

เป็นอาจารย์พิเศษโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของวิทยาลัย

อนุปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คณะกรรมการอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มีอนุปริญญา

และประกาศนียบัตรอย่างหนึ่งอย่างใดในสาขาวิชาที่มีการสอนในวิทยาลัยได้ดังนี้

(๑)

อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรระดับอนุปริญญา

(๒)

ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมเฉพาะวิชา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับอนุปริญญาและประกาศนียบัตรได้

การกำหนดลักษณะ

ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของเข็มวิทยฐานะ

ให้ทำเป็นข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เข็มวิทยฐานะจะใช้ในโอกาสใด

โดยมีเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีตรา เครื่องหมาย

หรือสัญลักษณ์ของวิทยาลัยและเครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาได้

โดยทำเป็นข้อบังคับของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้ส่วนราชการและสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิทยาลัยชุมชน

และวิทยาลัยชุมชนเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการซึ่งออกตามมาตรา

๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และมาตรา ๒๕

แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔

อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงทำหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้

จนกว่าจะมีการออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งส่วนราชการและจัดตั้งหน่วยจัดการศึกษาซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนและคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนจังหวัดตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่มีอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนและสภาวิทยาลัยชุมชนตามกฎกระทรวงนี้ต่อไป

จนกว่าจะได้มีคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชนและสภาวิทยาลัยชุมชน แล้วแต่กรณี

ตามกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้

ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศ ระเบียบ

และข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้ไว้

ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ปองพล อดิเรกสาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

บัญญัติให้การจัดตั้ง การบริหารงาน สังกัด

และการจัดประเภทของสถานศึกษาของรัฐระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา

ตลอดจนหลักเกณฑ์อื่นในการบริหารงานและการดำเนินงานทางวิชาการเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.

๒๕๔๖ บัญญัติว่า องค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา

และจำนวนกรรมการในคณะกรรมการสถานศึกษาสำหรับสถานศึกษาบางประเภทที่มีสภาพและลักษณะการปฏิบัติงานแตกต่างไปจากสถานศึกษาโดยทั่วไป

อาจกำหนดให้แตกต่างไปตามสภาพและลักษณะงานตลอดทั้งความจำเป็นเฉพาะของสถานศึกษานั้นได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ดังนั้น

เพื่อให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชนสอดคล้องกับบทบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

อัมภิญา/พิมพ์

๑๑ กุมภาพันธ์

๒๕๕๑

ดลธี/ผู้จัดทำ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พัชรินทร์/ตรวจ

๑๑ กุมภาพันธ์

๒๕๕๒

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

๒๘ มกราคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๘/๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๖

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c8bc5ca411546bc7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com