พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศใน
กระทรวงกลาโหม
พ.ศ.
๒๔๙๑
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะอภิรัฐมนตรี
ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิต
กรมขุนชัยนาทนเรนทร
อลงกฏ
มานวราชเสวี
อดุลเดชจรัส
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑
เป็นปีที่
๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรจัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศในกระทรวงกลาโหมให้เหมาะสมแก่กาลสมัย
พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) กับมาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๕
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบป้องกันแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๔๙๑
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพอากาศในกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๔๙๑
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ หน้าที่ราชการในกองทัพอากาศ แยกเป็น
๑.กรมเสนาธิการทหารอากาศ
๒ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
๓ กรมสื่อสารทหารอากาศ
๔ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
๕ กรมพลาธิการทหารอากาศ
๖ กรมการเงินทหารอากาศ
๗ กรมการบินพลเรือน
๘ กรมช่างอากาศ
๙ กรมแพทย์ทหารอากาศ
๑๐ กองบินรบ
๑๑ กรมอากาศโยธิน
มาตรา ๔ กรมเสนาธิการทหารอากาศ
ซึ่งเสนาธิการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของทหารอากาศ
เสนาธิการกิจของกองทัพอากาศ การจัดเตรียมกำลังและวางแผนการสำหรับใช้ในเวลาสงคราม
ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทั้งปวงให้ดำเนินไปตามระเบียบและและแผนการที่กำหนด
และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑ แผนกกลาง มีหน้าที่ปฏิบัติในทางธุรการ
และกฎหมาย
๒ แผนกที่ ๑
มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดและกำหนดกำลัง การระดมกำลัง การบรรจุ การย้าย การเลื่อน
การบำเหน็จ การลงทัณฑ์ และการปลด
๓ แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับการข่าว การรหัส
และกิจการอันเกี่ยวกับการทหารอากาศต่างประเทศ
๔.แผนกที่ ๓
มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนยุทธการ วางหลักการยุทธ วางแผนการศึกษา
และการฝึกฝนอบรม
๕.แผนกที่ ๔
มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนการฝ่ายบำรุงทั้งปวง วางแผนการคมนาคม
การส่งกำลังและการส่งกลับ
๖.โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ
มีหน้าที่อำนวยการศึกษา
ให้นายทหารชั้นสัญญาบัตรมีความรู้ในเสนาธิการกิจและวิชาทหารชั้นสูง
มาตรา ๕
กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ซึ่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่อำนวยการศึกษา
การฝึกฝนอบรมและการเรียบเรียงตำราและแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.โรงเรียนนายทหารนักบิน
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารสัญญาบัตรมีความรู้ในหน้าที่ผู้บังคับฝูงบิน
๒.กองโรงเรียนการบิน
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้ศิษย์การบินมีความรู้ในวิชาการบิน
๓.กองโรงเรียนการสื่อสาร
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารและนักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาการสื่อสาร
๔.กองโรงเรียนการอาวุธ
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารและนักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาการอาวุธ
๕.กองโรงเรียนการถ่ายรูป
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารและนักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาการถ่ายรูป
๖.กองโรงเรียนทหารราบ
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารและนักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาทหารราบ
๗.กองโรงเรียนช่างอากาศ
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารและนักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาช่างอากาศ
๘.กองโรงเรียนพลาธิการ มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นายทหารมีความรู้ในหน้าที่พลาธิการกิจ
๙.โรงเรียนจ่าอากาศพยาบาล
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้นักเรียนจ่าอากาศมีความรู้ในวิชาการพยาบาล
มาตรา ๖ การสื่อสารทหารอากาศ
ซึ่งผู้บังคับการกรมสื่อสารทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดดำเนินงานสื่อสารของกองทัพอากาศ
และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกเทคนิค มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการ
และการควบคุมการสื่อสาร
๒.แผนกช่างสื่อสาร
มีหน้าที่เกี่ยวกับการช่างวิทยุ ช่างโทรศัพท์ และช่างเบ็ดเตล็ดของการสื่อสาร
๓.แผนกคลังสื่อสาร มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเก็บรักษาและจ่ายเครื่องมือเครื่องใช้ในการสื่อสาร
๔.การทหารสื่อสาร
มีหน้าที่ปฏิบัติการสื่อสารของกองทัพอากาศ
มาตรา ๗ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ซึ่งเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา
มีหน้าที่เกี่ยวกับการสรรพาวุธของทหารอากาศ และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
๑.แผนกเทคนิค มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการ
การตรวจและการทดลองอาวุธ
๒.แผนกช่างแสง มีหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อม สร้าง
และดัดแปลงอาวุธที่ใช้ในกองทัพอากาศ
๓.แผนกคลังแสง มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหา
เก็บรักษา และจ่ายอาวุธของกองทัพอากาศ
มาตรา ๘ กรมพลาธิการทหารอากาศ ซึ่งพลาธิการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา
มีหน้าที่เกี่ยวกับพลาธิการกิจของกองทัพอากาศ และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
๑.กรมการบำรุงทหารอากาศ
มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหา เก็บรักษา
และจ่ายในกิจการฝ่ายยกกระบัตรและฝ่ายเกียกกายของกองทัพอากาศ
๒.กรมช่างโยธาทหารอากาศ มีหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อม
สร้างสนามบิน ถนน อาคาร การไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ประจำที่ของกองทัพอากาศ
๓.กรมพาหนะทหารอากาศ
มีหน้าที่เกี่ยวกับการยานพาหนะของกองทัพอากาศ
มาตรา ๙ กรมการเงินทหารอากาศ
ซึ่งเจ้ากรมการเงินทหารอากาศ เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชีเงิน
การงบประมาณ การตรวจเงิน และการที่ดินของกองทัพอากาศ และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
๑.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่รับ จ่าย รักษา
และทำบัญชีเงิน
๒.แผนกที่ ๒. มีหน้าที่เกี่ยวกับการงบประมาณ
๓.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่ตรวจเงิน
๔.แผนกที่ ๔ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญและการที่ดิน
มาตรา ๑๐ กรมการบินพลเรือน
ซึ่งเจ้ากรมการบินพลเรือนเป็นผู้บังคับบัญชา
มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและควบคุมการเดินอากาศฝ่ายพลเรือนและการประสานงานการบินพลเรือนกับการบินทหาร
และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
๑.แผนกการบินสากล มีหน้าที่เกี่ยวกับการบินพลเรือนทั้งในและนอกประเทศ
๒.แผนกสนามบิน
มีหน้าที่เกี่ยวกับการสนามบินพลเรือนทั้งในและนอกประเทศ
๓.แผนกแผนที่
มีหน้าที่เกี่ยวกับการแผนที่ของทหารอากาศ
๔ แผนกอุตุนิยมวิทยา
มีหน้าที่เกี่ยวกับการอุตุนิยมวิทยาของทหารอากาศ
๕.แผนกบังคับการบิน มีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมการบินพลเรือนตามที่ได้รับมอบ
๖.สโมสรการบิน
มีหน้าที่อำนวยการศึกษาให้สมาชิกสโมสรการบินมีความรู้ในวิชาการบินพลเรือน
มาตรา ๑๑ กรมช่างอากาศ
ซึ่งเจ้ากรมช่างอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา
มีหน้าที่เกี่ยวกับการช่างอากาศในกองทัพอากาศ และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
๑.กรมสารวัตรช่างอากาศ
มีหน้าที่เกี่ยวกับเทคนิคช่างอากาศ
๒.กรมโรงงานช่างอากาศ
มีหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อมสร้างเครื่องบิน เครื่องยนต์ และเครื่องอุปกรณ์ในการบิน
๓.กรมพัสดุช่างอากาศ
มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเก็บรักษาและจ่ายพัสดุในการบิน
มาตรา ๑๒ กรมแพทย์ทหารอากาศ
ซึ่งนายแพทย์ใหญ่ทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา
มีหน้าที่เกี่ยวกับการแพทย์ของทหารอากาศ และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่เกี่ยวกับพยาธิวิทยา
วัคซินเซรุ่ม และการสุขาภิบาล
๒.แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการ
และการศึกษาในวิชาการแพทย์
๓.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่จัดหา เก็บรักษา จ่ายยา
และเวชภัณฑ์
๔.แผนกที่ ๔
มีหน้าที่เกี่ยวกับเวชกรรมการบินการควบคุมและตรวจสุขภาพของผู้ทำการในอากาศ
๕.โรงพยาบาลทหารอากาศ
มีหน้าที่รักษาพยาบาลทหารอากาศ
มาตรา ๑๓ กองบินรบ
ซึ่งผู้บังคับการกองบินรบเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชา
เตรียมกำลังอำนวยการฝึกและอบรมหน่วยทหารในกองบินรบ
หน้าที่ราชการในกองบินรบ แยกเป็น
๑.กองบินภาค ๑
๒.กองบินภาค ๒
๓.กองบินภาค ๓
๔.กองบินลำเลียง
มาตรา ๑๔ กรมอากาศโยธิน
ซึ่งผู้บังคับการกรมอากาศโยธินเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการต่อสู้อากาศยานทางพื้นดิน
วิทยาการและกิจการของทหารราบการฝึกอบรมหน่วยทหารต่อสู้อากาศยาน และหน่วยทหารราบ
มาตรา ๑๕ สภากองทัพอากาศ
เป็นที่ปรึกษาหารือของผู้บัญชาการทหารอากาศ ในเรื่องต่อไปนี้
๑.การจัดโครงการส่วนใหญ่ของกองทัพอากาศ
๒.หลักการเกี่ยวกับการฝึก การศึกษาอบรม
การบำรุงหน่วยทหารอากาศ และฝ่ายบริการต่างๆ
๓.หลักการใช้กำลังทหารอากาศ
๔.หลักการระดมสรรพกำลัง
๕.การคมนาคมทั้งปวง
ซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงแผนการทัพอากาศ
๖.การจัดหาแก้ไขและปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์
๗.กระบวนการทั้งปวง
เกี่ยวกับการป้องกันชายแดนชายฝั่ง และการป้องกันภัยทางอากาศ
เท่าที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศ
๘.หลักการที่เกี่ยวกับการเตรียมกำลังกองทัพอากาศเพื่อป้องกันราชอาณาจักร
๙.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชกำหนด
ร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับทหารอากาศ
๑๐.กรณีที่ผู้บัญชาการทหารอากาศปรึกษาหารือ
มาตรา ๑๖ สภากองทัพอากาศ ประกอบด้วย
๑.ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน
๒.รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองประธาน
๓.เสนาธิการทหารอากาศ
๔.รองเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายยุทธการ
๕.รองเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายธุรการ
๖.จเรทหารอากาศ
๗.เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
๘.พลาธิการทหารอากาศ
๙.เจ้ากรมช่างอากาศ
๑๐.นายแพทย์ใหญ่ทหารอากาศ
๑๑.ผู้บังคับการกองบินรบ
๑๒.หัวหน้าแผนกกลางกรมเสนาธิการทหารอากาศ เป็นเลขาธิการ
มาตรา ๑๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พุทธชาด
/ แก้ไข
๒๑
พฤศจิกายน ๒๕๔๕
A+B
(C)
ปฐมพร/ปรับปรุง
๓๐
มกราคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๕๕/เล่ม ๖๕/หน้า ๕๔๕/๒๑ กันยายน ๒๔๙๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).