法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๑

(พ.ศ. ๒๕๓๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๐ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑)

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

(๒)

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

(๓)

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การบรรจุทหารกองหนุนประเภทที่ ๑

ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เข้ารับราชการเป็นพลทหารประจำการ

(พลอาสาสมัคร) ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ พ. ๒ ชั้น ๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การบรรจุนายทหารประทวนกองประจำการ

ยศสิบตรี จ่าตรี จ่าอากาศตรี หรือทหารกองหนุนประเภทที่ ๑

ซึ่งมีพื้นความรู้วิชาสามัญ หรือวิชาการพิเศษตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

ที่ส่วนราชการที่รับสมัครต้องการ

เมื่อพ้นจากกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารประจำการต่อหรือสมัครเข้ารับราชการใหม่

ให้บรรจุผู้นั้นเป็นนายทหารประทวนประจำการ และให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่สี่

ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการขึ้นไปหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรองและมีพื้นความรู้วิชาการพิเศษ

ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตรงกับตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาการนั้น

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๑

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนวิชาสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๑

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิชาอาชีพ ๑) ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๓

(๒)[๑]

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิชาอาชีพ ๒) ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๗

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๒] การบรรจุนักเรียนดุริยางค์ของกองทัพบก

กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นประถมศึกษาปีที่หกตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า

เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๓

(๒)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๕

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๓] การบรรจุนักเรียนนายสิบ นักเรียนจ่า

และนักเรียนจ่าอากาศ

ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๔

(๒)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๖

(๓)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๗

(๔)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๙

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๔] การบรรจุนักเรียนนายสิบ นักเรียนจ่า

และนักเรียนจ่าอากาศ

ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๗

(๒)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๙

(๓)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การบรรจุผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาในประเทศหรือเทียบเท่า

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรเปรียญธรรมหกประโยค เปรียญธรรมเจ็ดประโยค

หรือเปรียญธรรมแปดประโยคตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลีสนามหลวง

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๓

(๒)

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรตามหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลจากสถาบันการศึกษาของกองทัพบก

กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปีต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญ

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ ป. ๑ ชั้น ๓

(๓)[๕]

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรอง

ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญ

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ

ป. ๑ ชั้น ๓

(ข)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปีหกเดือน ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๔

(ค)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๕

(ง)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๗

(จ)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๙

(ฉ)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาห้าปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๑๑

(๔)[๖]

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรอง

ซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาหนึ่งปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ

ป. ๑ ชั้น ๗

(ข)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสองปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๙

(ค)

ผู้สำเร็จตามหลักสูตรซึ่งกำหนดเวลาศึกษาสามปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑

ชั้น ๑๑

(๕) ผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองนอกจาก

(๑) ถึง (๔) จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใด

ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๘ และข้อ ๙

ประกอบการกำหนดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๗]

การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยของกองทัพบก

กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรอง

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปีต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามสายสามัญหรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ ป. ๑ ชั้น ๙

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๘] การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี

หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาในประเทศ

แต่ไม่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ทางราชการรับรองจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด ชั้นใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ

๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ประกอบการกำหนดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๙]

การบรรจุผู้ได้รับปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศซึ่งเทียบเท่ากับอนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาในประเทศ

และมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ ชั้น ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๑๐] การบรรจุนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ

นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนนายทหารแผนที่ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว

เข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้สอบได้ชั้นปีที่สาม ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๓

(๒)

ผู้สอบได้ชั้นปีที่สี่ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๔

(๓)

ผู้สอบได้ชั้นปีที่ห้า ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๕

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๖

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๑๑] การบรรจุผู้ได้รับปริญญา อนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพในประเทศ

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี และสำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ห้าตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๓

(๒)

ผู้ได้รับปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิตจากสภาการศึกษามหามงกุฎราชวิทยาลัยปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

หรือปริญญาหรือประกาศนียบัตรเปรียญธรรมเก้าประโยคตามหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลีสนามหลวงให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๔

(๓)

ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น.

๑ ชั้น ๔

(๔)

ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าห้าปี

ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ

น. ๑ ชั้น ๕

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๖

(๕)

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิตหรือประกาศนียบัตรชั้นสูงหรือเทียบเท่า

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าห้าปี ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๕

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๖

(๖)

ผู้ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงหรือเทียบเท่า ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าหกปี

ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๖

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๗

(ค)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๘

(๗)

ผู้ได้รับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ หรือสัตวแพทยศาสตร์

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหกปี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑

ชั้น ๘

(๘)

ผู้ได้รับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหกปี

และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับ น. ๑

ชั้น ๙

ผู้ได้รับปริญญาตรีทางแพทยศาสตร์ตามวรรคหนึ่ง

และได้รับวุฒิบัตรแสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพแพทย์เฉพาะทาง

โดยศึกษาและฝึกหัดงานมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปี ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๓

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๔

(๙)

ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าหกปี

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๘

(๑๐)

ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๙

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๐

(๑๑)

ผู้ได้รับปริญญาโท ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมทั้งปริญญาตรีไม่น้อยกว่าแปดปี

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๐

(๑๒)

ผู้ได้รับปริญญาเอก หรือเทียบเท่า ให้เป็นไปดังนี้

(ก)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๓

(ข)

ผู้ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน

ระดับ น. ๑ ชั้น ๑๔

(๑๓)

ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญา นอกจาก (๒) ถึง

(๑๒) จะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับใด ชั้นใด

ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การบรรจุผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์

และอนามัยของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรอง

ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปีหกเดือนต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑

ชั้น ๒

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การบรรจุนายทหารประทวนที่เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่เลื่อนฐานะเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑

ในชั้นที่มีจำนวนเงินเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก่อนการเลื่อนฐานะเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร

ถ้าการเลื่อนฐานะตามวรรคหนึ่ง

เนื่องจากผู้นั้นสำเร็จการศึกษาภายในประเทศได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญา

ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๖ สำหรับผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๖

อยู่แล้ว ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง

ถ้าการเลื่อนฐานะตามวรรคหนึ่ง

เนื่องจากผู้นั้นได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัยของกองทัพบก

กองทัพเรือ กองทัพอากาศ

หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ทางราชการรับรองซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสามปีหกเดือนต่อจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าสายสามัญ

หรือชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่าตามที่กระทรวงกลาโหมรับรอง

ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๗ สำหรับผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๗

อยู่แล้ว ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การบรรจุผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามข้อ ๑๖

หากมิได้บรรจุในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ชั้น ๑

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารหรือวิทยาลัยการทหารในต่างประเทศ

เข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนระดับใด

ชั้นใดให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๕

ประกอบการกำหนดนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การบรรจุผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

ซึ่งเทียบเท่ากับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาในประเทศ

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรในตำแหน่งหน้าที่หลักที่ต้องใช้วิชาชีพนั้น

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับข้อ ๑๖ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การบรรจุนายทหารประทวนที่เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่เลื่อนฐานะเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร

เนื่องจากผู้นั้นสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดในข้อ ๒๑

สำหรับผู้ได้รับเงินเดือนเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว

ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ น. ๑ ในชั้นที่มีจำนวนเงินเท่ากับที่ได้รับอยู่ก่อนการเลื่อนฐานะเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การบรรจุผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการหรือเคยทำงานเป็นพนักงานเทศบาลและออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว

กลับเข้ารับราชการใหม่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปดังนี้

(๑)

ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการทหาร ให้ได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ

เท่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะออกจากราชการครั้งสุดท้าย แต่ถ้ามีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง

ๆ หลังจากที่ออกจากราชการครั้งสุดท้ายไปแล้ว ให้ปรับชั้นเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง

ๆ จากอัตราเดิมเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่บรรจุผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

(๒)

ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการทหารและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ลาออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด

ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ถ้ากลับเข้ารับราชการภายในกำหนดสี่ปีนับแต่วันที่ลาออกไปปฏิบัติงานดังกล่าว ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง

ๆ เช่นเดียวกับที่กำหนดใน (๑)

เว้นแต่ในกรณีที่เห็นสมควรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปปฏิบัติงานใด

ๆ โดยคำนวณจากเวลาที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าวไม่เกินปีละ ๑ ชั้น

ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

(๓)

ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนแล้วลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

ถ้ากลับเข้ารับราชการภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากการเป็นทหารกองประจำการโดยไม่มีความเสียหาย

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มต่าง ๆ

เท่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ

แต่ถ้ามีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง ๆ

หลังจากที่ลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ ให้ปรับชั้นเงินเดือนหรือเงินเพิ่มต่าง

ๆ จากอัตราเดิมเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในวันที่บรรจุผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

ทั้งนี้

เว้นแต่ในกรณีที่เห็นสมควรจะให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมขณะลาออกไปรับราชการทหารกองประจำการ

โดยคำนวณจากเวลาที่ไปรับราชการทหารกองประจำการไม่เกินปีละ ๑ ชั้น ให้กระทำได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม

ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือผู้บัญชาการทหารอากาศ แล้วแต่กรณี

(๔)

ผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการนอกสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมิใช่ข้าราชการการเมือง

หรือข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือเคยทำงานเป็นพนักงานเทศบาลซึ่งมิใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญหรือพนักงานเทศบาลซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน

ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ และชั้นกับเงินเพิ่มต่าง ๆ ไม่สูงกว่าที่ได้รับครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรืองาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การบรรจุข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการวิสามัญ

หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือพนักงานเทศบาลซึ่งมิใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญหรือพนักงานเทศบาลซึ่งออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงานซึ่งโอนจากส่วนราชการอื่นหรือเทศบาล

มารับราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือน ระดับ

และชั้นกับเงินเพิ่มต่าง ๆ ไม่สูงกว่าที่ได้รับอยู่ในขณะโอน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕[๑๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นต้นไป

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔

พลเรือเอก

ประพัฒน์ กฤษณจันทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนทหารท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑ และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชี ก.

ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๓๑ ใช้บังคับโดยบัญชีอัตราเงินเดือนทหารดังกล่าวมีการปรับรวมชั้นเงินเดือนในบางระดับ

ซึ่งมีผลกระทบถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารตามคุณวุฒิบางคุณวุฒิ

และสำนักงาน ก.พ.

ก็ได้กำหนดเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพบางคุณวุฒิสำหรับข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ แล้ว สมควรกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑[๑๓]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนทหารท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑ และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๓๓ ใช้บังคับ ซึ่งมีผลกระทบถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารตามคุณวุฒิบางคุณวุฒิและสำนักงาน

ก.พ. ก็ได้กำหนดเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพบางคุณวุฒิสำหรับข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ แล้ว สมควรกำหนดอัตราเงินเดือนในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปาจรีย์/ผู้จัดทำ

๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓

อรญา/ตรวจ

๑๙ มิถุนายน

๒๕๖๓

[๑] ข้อ ๖

(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๒] ข้อ ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๓] ข้อ ๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๔] ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๕] ข้อ ๑๐

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๖] ข้อ ๑๐

(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๗] ข้อ ๑๑

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๘] ข้อ ๑๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๙] ข้อ ๑๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๐] ข้อ ๑๕

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๑] ข้อ ๑๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร

พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๑๒/หน้า ๑๑๖๓/๕ ธันวาคม ๒๕๓๔

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๑๒ มีนาคม ๒๕๓๖

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c908bd157cd8ba9b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com