มาตรา ๑๒/๒
ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑)
เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือสถานที่ซึ่งรวบรวม
หรือประมวลข้อมูลของบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใดในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก
หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบกิจการ การดำเนินงาน สินทรัพย์
และหนี้สินของบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมทั้งเอกสาร หลักฐาน
หรือข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทบริหารสินทรัพย์
(๒)
เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของลูกหนี้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์
บริษัทที่รับดำเนินกิจการหนึ่งกิจการใดแทนบริษัทบริหารสินทรัพย์
หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบริษัทที่รับดำเนินกิจการหนึ่งกิจการใดแทนบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วย
อุปกรณ์อื่นใดในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทบริหารสินทรัพย์แล้ว
และปรากฏว่ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบในสถานที่ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์
(๓)
ยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดนี้
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดีซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันในการออกคำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวจะต้องระบุเหตุผล
ความจำเป็น และสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้น
(๔)
สั่งให้กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้สอบบัญชีของบริษัทบริหารสินทรัพย์ผู้รับดำเนินกิจการหนึ่งกิจการใดแทนบริษัทบริหารสินทรัพย์
หรือผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด
มาให้ถ้อยคำหรือส่งหรือแสดงสมุดบัญชีเอกสาร ดวงตราหรือหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ
การดำเนินงาน สินทรัพย์ และหนี้สินของบริษัทบริหารสินทรัพย์
(๕)
สั่งให้บุคคลใดซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคำ
หรือส่งสำเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หลักฐาน
หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (๑)
หรือ (๒) แล้ว
ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้
การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
จะต้องเป็นการกระทำต่อบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบ
โดยการดำเนินการตาม (๒) ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน
และการดำเนินการตาม (๔) และ (๕)
ต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้