มาตรา ๕๔
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์
การวิจัย และการพัฒนาพันธุ์พืช ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑)
เงินรายได้จากข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา ๕๒
(๒)
เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช
(๓)
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(๔)
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๕)
ดอกผลและผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน
เงินและทรัพย์สินอื่นตามวรรคหนึ่ง
ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๕๕
เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
(๑)
ช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใด ๆ ของชุมชนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ การวิจัย และการพัฒนาพันธุ์พืช
(๒)
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เพื่ออุดหนุนการอนุรักษ์ การวิจัย
และการพัฒนาพันธุ์พืชของชุมชน
(๓)
เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
การบริหารกองทุนและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุน
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ๕๖
ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ
และบุคคลอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ
และอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๕๗
ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข
และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๕
ต่อคณะกรรมการ
(๒)
กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร
ขอเงินช่วยเหลือหรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน
(๓)
พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๕ ทั้งนี้ ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข
และลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด
(๔)
พิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือตามมาตรา ๕๕
(๕)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๕๘
ให้นำความในมาตรา ๗ และมาตรา ๘
มาใช้บังคับแก่วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
ให้นำความในมาตรา
๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
มาตรา ๕๙
ให้จัดสรรเงินจากกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชในส่วนที่ได้รับจากการใช้ประโยชน์พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา
๕๒ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งที่นำพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปมาใช้ประโยชน์ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖๐
ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ให้คณะกรรมการกองทุนเสนองบดุล
และรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนในปีที่ล่วงมาแล้วต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบรับรองและเสนอต่อคณะกรรมการ
งบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินดังกล่าว
ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การคุ้มครองสิทธิของผู้ทรงสิทธิในพันธุ์พืช
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).