法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
41
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง

เรื่อง

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

โดยที่เป็นการสมควรให้มีเทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในเขตเทศบาลตำบลขัวมุง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘

มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลขัวมุงและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

จึงตราเทศบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.

๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้

ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลตำบลขัวมุง นับแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ

สำนักงานเทศบาลตำบลขัวมุงแล้วเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ยกเลิกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลขัวมุง เรื่อง

การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้

“สถานที่ประกอบกิจการ” หมายความว่า

สถานที่ที่ใช้ในการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในมาตรา

๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

“ผู้ดำเนินกิจการ” หมายความว่า

ผู้เป็นเจ้าของหรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งรับผิดชอบดำเนินการสถานประกอบกิจการนั้น

“คนงาน” หมายความว่า

ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ

“กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ”

หมายความว่า กิจการที่มีกระบวนการผลิต หรือกรรมวิธีการผลิต

กิจการเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ หรือกิจการเกี่ยวกับการบริการ

ที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรค

ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณข้างเคียงนั้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ ทางดิน ทางเสียง แสง ความร้อน

ความสั่นสะเทือน รังสี ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า เป็นต้น

“มลพิษทางเสียง” หมายความว่า

สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ

หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษความสั่นสะเทือน” หมายความว่า

สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ

หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางอากาศ” หมายความว่า

สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ

หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางน้ำ ” หมายความว่า

สภาวะของน้ำทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบ

หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน

เรือน โรง แพ คลังสินค้า สำนักงาน

หรือสิ่งก่อสร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า

อุจจาระหรือปัสสาวะ และรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งปฏิกูลหรือมีกลิ่นเหม็น

“มูลฝอย” หมายความว่า เศษกระดาษ

เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์

ซากสัตว์ หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์ หรือที่อื่น และหมายความรวมถึง

มูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน

“การค้า” หมายความว่า

การประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิต หรือให้บริการใด ๆ

เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า

“กิจการสปาเพื่อสุขภาพ” หมายความว่า

การประกอบกิจการที่ให้การดูแลและสร้างสุขภาพโดยบริการหลักที่จัดไว้ ประกอบด้วย

การนวดเพื่อสุขภาพ และการใช้น้ำเพื่อสุขภาพ โดยอาจมีบริการเสริม ประกอบด้วย เช่น

การอบเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โภชนาบำบัดและการควบคุมอาหาร โยคะและการทำสมาธิ

การใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนการแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ หรือไม่ก็ได้

ทั้งนี้ บริการที่จัดไว้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ

และกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทางการแพทย์และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุง

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕

“ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

พนักงานเทศบาลตำบลขัวมุงที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา ๔๔

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้มีอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ ในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพดังต่อไปนี้

เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมในเขตเทศบาลตำบลขัวมุง

๕.๑ กิจการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์

(๑) การเลี้ยงสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลานหรือแมลง

(๒) การเลี้ยงสัตว์เพื่อรีดเอานม

(๓) การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์

หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน

เพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น ทั้งนี้

จะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตาม

๕.๒ กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์หรือผลิตภัณฑ์

(๑) การฆ่าสัตว์ ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย การขายในตลาด

และการฆ่าเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๒) การฟอกหนังสัตว์ ขนสัตว์ สะสมหนังสัตว์ ขนสัตว์ที่ยังมิได้ฟอก

(๓) การสะสมเขาสัตว์ กระดูกสัตว์ที่ยังมิได้แปรรูป

(๔) การเคี่ยวหนังสัตว์ เอ็นสัตว์ ไขสัตว์

(๕) การต้ม การตาก การเผาเปลือกหอย เปลือกปู เปลือกกุ้ง

ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย และการขายในตลาด

(๖) การประดิษฐ์เครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเปลือกหอย

กระดูกสัตว์ เขาสัตว์ หนังสัตว์ ขนสัตว์ หรือส่วนอื่น ๆ ของสัตว์

(๗) การผลิต การโม่ การป่น การบด การผสม การบรรจุ

การสะสมหรือการกระทำอื่นใดต่อสัตว์ หรือพืช หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์

หรือพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์

(๘) การสะสมหรือล้างครั่ง

๕.๓ กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม

(๑) การผลิตเนย เนยเทียม

(๒) การผลิตกะปิ น้ำพริกแกง น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำเคย น้ำบูดู ไตปลา เต้าเจี้ยว

ซีอิ๊ว หอยดอง หรือซอสปรุงรสอื่น ๆ ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๓) การผลิต การหมัก การสะสมปลาร้า ปลาเจ่า กุ้งเจ่า

ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๔) การตากเนื้อสัตว์ การผลิตเนื้อสัตว์เค็ม การเคี่ยวมันกุ้ง

ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๕) การนึ่ง การต้ม การเคี่ยว การตาก

หรือวิธีอื่นใดในการผลิตอาหารจากสัตว์ พืช ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย

การขายในตลาด และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๖) การเคี่ยวน้ำมันหมู การผลิตกุนเชียง หมูยอ ไส้กรอก หมูตั้ง

ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขาย การขายในตลาด

และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๗) ผลิตเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว เต้าฮวย เต้าหู้ วุ้นเส้น

เกี้ยมอี๋

(๘) การผลิตแบะแซ

(๙) การผลิตอาหารบรรจุกระป๋อง ขวด หรือภาชนะอื่นใด

(๑๐) การประกอบกิจการการทำขนมปังสด ขนมปังแห้ง จันอับ ขนมเปี๊ยะ

(๑๑) การแกะ การล้างสัตว์น้ำ ที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกิจการห้องเย็น

ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๑๒) การผลิตน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำโซดา น้ำถั่วเหลือง เครื่องดื่มชนิดต่าง

ๆ บรรจุกระป๋อง ขวด หรือภาชนะอื่นใด ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๑๓) การผลิต การแบ่งบรรจุน้ำตาล

(๑๔) การผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำนมวัว

(๑๕) การผลิต การแบ่งบรรจุเอทิลแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ น้ำส้มสายชู

(๑๖) การคั่วกาแฟ

(๑๗) การผลิตลูกชิ้นด้วยเครื่องจักร

(๑๘) การผลิตผงชูรส

(๑๙) การผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค

(๒๐) การตาก การหมัก การดองผัก ผลไม้ หรือพืชอย่างอื่น

ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๒๑) การผลิต การบรรจุใบชาแห้ง ชาผงหรือเครื่องดื่มชนิดผงอื่น ๆ

(๒๒) การผลิตไอศกรีม ยกเว้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน

(๒๓) การผลิตบะหมี่ มักกะโรนี หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

(๒๔) การประกอบกิจการห้องเย็น แช่แข็งอาหาร

(๒๕) การผลิตน้ำแข็ง

ยกเว้นการผลิตเพื่อใช้ในสถานที่จำหน่ายอาหารและเพื่อการบริโภคในครัวเรือน

(๒๖) การเก็บ การถนอมอาหารด้วยเครื่องจักรที่มีกำลังตั้งแต่ ๕

แรงม้าขึ้นไป

๕.๔ กิจการที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์ชำระล้าง

(๑) การผลิต การโม่ การบด การผสม การบรรจุยาด้วยเครื่องจักร

(๒) การผลิต การบรรจุยาสีฟัน แชมพู ผ้าเย็น กระดาษเย็น

เครื่องสำอางต่าง ๆ

(๓) การผลิตสำลี ผลิตภัณฑ์จากสำลี

(๔) การผลิตผ้าพันแผล ผ้าปิดแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

(๕) การผลิตสบู่ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ชำระล้างต่าง ๆ

๕.๕ กิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร

(๑) การอัด การสกัดเอาน้ำมันจากพืช

(๒) การล้าง การอบ การรม การสะสมยางดิบ

(๓) การผลิตแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาคูหรือแป้งอื่น ๆ

ในทำนองเดียวกันหรือด้วยเครื่องจักร

(๔) การสีข้าวด้วยเครื่องจักร

(๕) การผลิตยาสูบ

(๖) การขัด การกะเทาะ การบดเมล็ดพืช การนวดข้าวด้วยเครื่องจักร

(๗) การผลิต การสะสมปุ๋ย

(๘) การผลิตใยมะพร้าวหรือวัตถุที่คล้ายคลึงด้วยเครื่องจักร

(๙) การตาก การสะสมหรือการขนถ่ายมันสำปะหลัง

๕.๖ กิจการที่เกี่ยวกับโลหะหรือแร่

(๑) การผลิตโลหะเป็นภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร

อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ

(๒) การหลอม การหล่อ การถลุงแร่ หรือโลหะทุกชนิด ยกเว้นกิจการใน ๕.๖

(๑)

(๓) การกลึง การเจาะ การเชื่อม การตี การตัด การประสาน การรีด

การอัดโลหะด้วยเครื่องจักร หรือก๊าซหรือไฟฟ้า ยกเว้นกิจการใน ๕.๖ (๑)

(๔) การเคลือบ การชุบโลหะด้วยตะกั่ว สังกะสี ดีบุก โครเมียม นิกเกิล

หรือโลหะอื่นใด ยกเว้นกิจการใน ๕.๖ (๑)

(๕) การขัด การล้างโลหะด้วยเครื่องจักร สารเคมีหรือวิธีอื่นใด

ยกเว้นกิจการใน ๕.๖ (๑)

(๖) การทำเหมืองแร่ การสะสม การแยก การคัดเลือกหรือการล้างแร่

๕.๗ กิจการที่เกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล

(๑) การต่อ การประกอบ การเคาะ การปะผุ การพ่นสี

การพ่นสารกันสนิมยานยนต์

(๒) การตั้งศูนย์ถ่วงล้อ การซ่อม การปรับแต่งระบบปรับอากาศหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์เครื่องจักรหรือเครื่องกล

(๓) การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล

ซึ่งมีไว้บริการหรือจำหน่าย และในการประกอบธุรกิจนั้นมีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์

เครื่องจักรหรือเครื่องกลดังกล่าวด้วย

(๔) การล้าง การอัดฉีดยานยนต์

(๕) การผลิต การซ่อม การอัดแบตเตอรี่

(๖) การปะ การเชื่อมยาง

(๗) การอัดผ้าเบรก ผ้าคลัตช์

๕.๘ กิจการที่เกี่ยวกับไม้

(๑) การผลิตไม้ขีดไฟ

(๒) การเลื่อย การซอย การตัด การไส การเจาะ การขุดร่อง การทำคิ้ว

หรือการตัดไม้ด้วยเครื่องจักร

(๓) การประดิษฐ์ไม้ หวายเป็นสิ่งของด้วยเครื่องจักร หรือการพ่น

การทาสารเคลือบเงาสี หรือการแต่งสำเร็จผลิตภัณฑ์จากไม้หรือหวาย

(๔) การอบไม้

(๕) การผลิตธูปด้วยเครื่องจักร

(๖) การประดิษฐ์สิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องเขียนด้วยกระดาษ

(๗) การผลิตกระดาษต่าง ๆ

(๘) การเผาถ่าน หรือการสะสมถ่าน

๕.๙ กิจการที่เกี่ยวกับการบริการ

(๑) การสปาเพื่อสุขภาพ

เว้นแต่เป็นการให้บริการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๒) การประกอบกิจการอาบ อบ นวด เว้นแต่เป็นการให้บริการใน ๕.๙ (๑) หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๓) การประกอบกิจการสถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร

เว้นแต่เป็นการให้บริการใน ๕.๙ (๑) หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๔) การประกอบกิจการโรงแรมหรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน

(๕) การประกอบกิจการหอพัก อาคารชุดให้เช่า ห้องเช่า

ห้องแบ่งเช่าหรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน

(๖) การประกอบกิจการโรงมหรสพ

(๗) การจัดให้มีการแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเทก คาราโอเกะ

หรือการแสดงอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(๘) การประกอบกิจการสระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

เว้นแต่เป็นการให้บริการใน ๕.๙ (๑)

(๙) การจัดให้มีการเล่นสเก็ต โดยมีแสงหรือเสียงประกอบ

หรือการเล่นอื่นในทำนองเดียวกัน

(๑๐) การประกอบกิจการเสริมสวยหรือแต่งผม

เว้นแต่กิจการที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการวิชาชีพเวชกรรม

(๑๑) การประกอบกิจการให้บริการควบคุมน้ำหนัก

โดยวิธีการควบคุมทางโภชนาการ ให้อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ การบริหารร่างกาย

หรือโดยวิธีอื่นใด เว้นแต่เป็นการให้บริการใน ๕.๙ (๑) หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

(๑๒) การประกอบกิจการสวนสนุก ตู้เกม

(๑๓) การประกอบกิจการสนามกอล์ฟหรือสถานฝึกซ้อมกอล์ฟ

(๑๔) การประกอบกิจการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์การสาธารณสุขวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

(๑๕) การสักผิวหนัง การเจาะหูหรือเจาะอวัยวะอื่น

(๑๖) การประกอบกิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้าน

(๑๗) การประกอบกิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ

๕.๑๐ กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอ

(๑) การปั่นด้าย การกรอด้าย การทอผ้าด้วยเครื่องจักร หรือการทอผ้าด้วยกี่กระตุกตั้งแต่

๕ กี่ขึ้นไป

(๒) การสะสมปอ ป่าน ฝ้ายหรือนุ่น

(๓) การปั่นฝ้ายหรือนุ่นด้วยเครื่องจักร

(๔) การทอเสื่อ กระสอบ พรม หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร

(๕) การเย็บผ้าด้วยเครื่องจักรตั้งแต่ ๕ เครื่องขึ้นไป

(๖) การพิมพ์ผ้า หรือการพิมพ์บนสิ่งทออื่น ๆ

(๗) การซัก การอบ การรีด การอัดกลีบผ้าด้วยเครื่องจักร

(๘) การย้อม การกัดสีผ้าหรือสิ่งทออื่น ๆ

๕.๑๑ กิจการที่เกี่ยวกับหิน ดิน ทราย ซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑) การผลิตภาชนะดินเผาหรือผลิตภัณฑ์ดินเผา

(๒) การระเบิด การโม่ การป่นหินด้วยเครื่องจักร

(๓) การผลิตเครื่องใช้ด้วยซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๔) การสะสม การผสมซีเมนต์ หิน ทราย หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๕) การเจียระไนเพชร พลอย หิน กระจก หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๖) การเลื่อย การตัด หรือการประดิษฐ์หินเป็นสิ่งของต่าง ๆ

(๗) การผลิตชอล์ก ปูนปลาสเตอร์ ปูนขาว ดินสอพอง หรือการเผาหินปูน

(๘) การผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบหรือส่วนผสม

เช่น ผ้าเบรก ผ้าคลัตช์ กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องยาง ฝ้าเพดาน ท่อน้ำ เป็นต้น

(๙) การผลิตกระจกหรือผลิตภัณฑ์แก้ว

(๑๐) การผลิตกระดาษทราย

(๑๑) การผลิตใยแก้วหรือผลิตภัณฑ์จากใยแก้ว

๕.๑๒ กิจการที่เกี่ยวกับปิโตรเลียม ถ่านหิน สารเคมี

(๑) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งกรด ด่าง สารออกซิไดซ์

หรือสารตัวทำละลาย

(๒) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งก๊าซ

(๓) การผลิต การกลั่น การสะสม การขนส่งน้ำมันปิโตรเลียม

หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่าง ๆ

(๔) การผลิต การสะสม การขนส่งถ่านหิน ถ่านโค้ก

(๕) การพ่นสี ยกเว้นกิจการใน ๕.๗ (๑)

(๖) การประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ด้วยยาง ยางเทียม พลาสติก

เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๗) การโม่ การบดชัน

(๘) การผลิตสีหรือน้ำมันผสมสี

(๙) การผลิต การล้างฟิล์มรูปถ่ายหรือฟิล์มภาพยนตร์

(๑๐) การเคลือบ การชุบ วัตถุด้วยพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์

หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๑) การผลิตพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๑๒) การผลิต การบรรจุสารเคมีดับเพลิง

(๑๓) การผลิตน้ำแข็งแห้ง

(๑๔) การผลิต การสะสม

การขนส่งดอกไม้เพลิงหรือสารเคมีอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตดอกไม้เพลิง

(๑๕) การผลิตเชลแล็ก หรือสารเคลือบเงา

(๑๖) การผลิต การบรรจุ การสะสม การขนส่งสารกำจัดศัตรูพืช

หรือพาหะนำโรค

(๑๗) การผลิต การบรรจุ การสะสมกาว

๕.๑๓ กิจการอื่น ๆ

(๑) การพิมพ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันด้วยเครื่องจักร

(๒) การผลิต การซ่อมเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้า

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า

(๓) การผลิตเทียน เทียนไขหรือวัตถุที่คล้ายคลึง

(๔) การพิมพ์แบบพิมพ์เขียว หรือการถ่ายเอกสาร

(๕) การสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้วหรือเหลือใช้

(๖) การประกอบกิจการโกดังสินค้า

(๗) การล้างขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว

(๘) การพิมพ์สีลงบนวัตถุที่มิใช่สิ่งทอ

(๙) การก่อสร้าง

(๑๐) กิจการท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา หรือแพปลา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถานประกอบกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามเทศบัญญัตินี้ที่ตั้งอยู่ในเขตกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

หรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีผลบังคับใช้

หรือสถานประกอบกิจการใดที่เข้าข่ายเป็นโรงงานหรือมีการประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย

จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วแต่กรณี

สถานที่ตั้ง

ลักษณะอาคาร และสุขาภิบาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชน

วัด ศาสนสถาน โบราณสถาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้รวมถึงสถานที่ประกอบกิจการที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานให้เป็นไปตามประกาศของเทศบาลตำบลขัวมุงเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรือการก่อเหตุรำคาญ

โดยคำนึงถึงลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องเป็นอาคารที่มีความมั่นคง แข็งแรง

เหมาะสมที่จะประกอบกิจการที่ขออนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

บันไดหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง มีแสงสว่างเพียงพอ

และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงชัดเจน

โดยทางออกฉุกเฉินต้องมีไฟส่องสว่างฉุกเฉินเมื่อระบบไฟฟ้าปกติขัดข้อง

(๒) ต้องจัดให้มีระบบการจัดแสงสว่างและการระบายอากาศ

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๓) ต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมตามแบบและจำนวนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และมีการดูแลรักษาความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำทุกวัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สถานประกอบกิจการที่คนงานอาจเปรอะเปื้อนจากสารเคมี

วัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องจัดให้มีที่อาบน้ำฉุกเฉิน

ที่ล้างตาฉุกเฉิน

ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สถานประกอบกิจการต้องมีการเก็บ

รวบรวม หรือกำจัดมูลฝอย ที่ถูกสุขลักษณะดังนี้

(๑)

มีภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับที่เหมาะสมและเพียงพอกับปริมาณและประเภทมูลฝอย

รวมทั้งมีการทำความสะอาดภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับและบริเวณที่เก็บภาชนะนั้นอยู่เสมอ

(๒) ในกรณีที่มีการกำจัดเอง ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามเทศบัญญัติว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย

(๓) กรณีที่มีมูลฝอยที่ปนเปื้อนสารพิษ หรือวัตถุอันตราย

หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สถานประกอบกิจการต้องมีการป้องกันและกำจัดแมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคติดต่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สถานประกอบกิจการที่มีโรงอาหาร

หรือห้องครัวที่จัดไว้สำหรับการประกอบอาหาร การปรุงอาหาร การสะสมอาหารสำหรับคนงาน

ต้องมีการดำเนินการให้ถูกต้องตามเทศบัญญัติว่าด้วยสถานจำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สถานประกอบกิจการต้องจัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ

เรียบร้อย ปลอดภัย เป็นสัดส่วน และต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ

การอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน

และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีการป้องกันเพื่อความปลอดภัยดังนี้

(๑) มีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ และเครื่องดับเพลิง

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้

จะต้องมีการบันทึกการบำรุงรักษาเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยหกเดือนต่อครั้ง

และมีการฝึกอบรมการดับเพลิงเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ทางราชการกำหนดหรือยอมรับให้แก่คนงานไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของจำนวนคนงานในสถานประกอบกิจการนั้น

(๒) กรณีที่มีวัตถุอันตราย

ต้องมีสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเก็บรักษาวัตถุอันตรายหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายไว้โดยเฉพาะ

ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมของเสีย

มลพิษหรือสิ่งใด ๆ

ที่เกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานประกอบกิจการใดที่การประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงหรือความสั่นสะเทือน

มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ของเสียอันตราย หรือมีการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตราย จะต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันมิให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุรำคาญ

หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงานและผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง

สถานประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง

ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

เพื่อควบคุมและป้องกันสุขภาพและอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ซึ่งต้องควบคุมตามเทศบัญญัตินี้ จะต้องปฏิบัติ

รวมทั้งจัดสถานที่สำหรับประกอบกิจการนั้น ๆ

ให้เป็นไปตามเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑)

สถานที่นั้นต้องตั้งอยู่ในทำเลที่จะมีรางระบายน้ำรับน้ำโสโครกได้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๒) ต้องจัดทำรางระบายน้ำ หรือบ่อรับนํ้าโสโครกด้วยวัตถุถาวร เรียบ

ไม่ซึม ไม่รั่ว ระบายน้ำได้สะดวก

(๓)

การระบายน้ำต้องไม่เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้ใช้น้ำในทางน้ำสาธารณะหรือผู้อาศัยใกล้เคียง

(๔) จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๕)

เมื่อเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นว่าสถานที่ใดสมควรจะต้องทำพื้นด้วยวัตถุถาวรเพื่อป้องกันมิให้น้ำซึม

รั่วไหลหรือขังอยู่ได้ หรือเห็นว่าควรมีบ่อพักน้ำโสโครกหรือทำการกำจัดน้ำโสโครก ไขมันให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลหรือต้องมีเครื่องระบายน้ำ

เครื่องป้องกันกลิ่น ไอเสีย ความกระเทือน ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า

หรือสิ่งอื่นใดอันอาจเป็นเหตุรำคาญแก่ผู้ที่อยู่ข้างเคียง

ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๖) จัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ

(๗) จัดให้มีน้ำสะอาดเพียงพอแก่กิจการนั้น

(๘) จัดให้มีที่รองรับมูลฝอย

และสิ่งปฏิกูลอันได้สุขลักษณะจำนวนเพียงพอและจัดสถานที่มิให้เป็นที่อาศัยของสัตว์นำโรค

(๙) จัดให้มีส้วมที่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ

จำนวนเพียงพอกับจำนวนคนที่ทำการอยู่ในสถานที่นั้น และต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม

รวมทั้งการกำจัดสิ่งปฏิกูลด้วยวิธีที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

ตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข

(๑๐) สถานที่เลี้ยงสัตว์ที่ขังและที่ปล่อยสัตว์

กว้างขวางเพียงพอและต้องจัดให้ได้สุขลักษณะ

(๑๑) สถานที่เกี่ยวกับการตากหรือผึ่งสินค้า

ต้องมีที่สำหรับตากหรือผึ่งสินค้า ตามที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นชอบ

(๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวด้วยสุขลักษณะ

ตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งระเบียบ

ข้อบังคับ และประกาศกำหนดของเทศบาลตำบลขัวมุง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ซึ่งกำหนดให้ควบคุมตามเทศบัญญัตินี้

จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเกี่ยวด้วยสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑)

ต้องรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบกิจการทุกอย่างให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้าวัตถุดิบแห่งกิจการนั้นจักใช้เป็นอาหารต้องป้องกันวัตถุนั้น

ให้พ้นจากฝุ่นละอองและสัตว์พาหะนำโรค

(๒) ต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดที่รองรับขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

มิให้เป็นที่เพาะพันธุ์แมลงและสัตว์พาหะนำโรคได้

และมีการกำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ

(๓) ประกอบกิจการภายในเขตสถานที่ที่ได้รับอนุญาต หากจะเปลี่ยนแปลง

แก้ไข หรือเพิ่มเติมสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน

(๔)

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา

๔๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ

ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ในการนี้

ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น

(๕)

ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวด้วยสุขลักษณะตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น

รวมทั้งระเบียบ และประกาศกำหนดของเทศบาลตำบลขัวมุง

หลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต

การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในลักษณะที่เป็นการค้า

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน

นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการตามประเภทที่ระบุไว้ในข้อ

๕ ในลักษณะที่เป็นการค้าในเขตเทศบาลตำบลขัวมุง

เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ซึ่งต้องมีการควบคุมตามเทศบัญญัตินี้ ในลักษณะที่เป็นการค้า

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ อภ.๑ ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมหลักฐานต่าง ๆ

ตามที่เทศบาลตำบลขัวมุงประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้พิจารณาแล้วเห็นว่า

ผู้ขอรับใบอนุญาตได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ ๘ และการอนุญาตนั้นไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

ให้ออกใบอนุญาตตามแบบ อภ.๒

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับอนุญาตต้องมารับใบอนุญาต

พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราท้ายเทศบัญญัตินี้ภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากมิได้มารับหรือชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด

ถือว่าสละสิทธ์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขโดยระบุไว้ในใบอนุญาต

ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต

ให้ประกอบกิจการค้าซึ่งกำหนดให้ควบคุมตามอัตราท้ายเทศบัญญัตินี้

ใบอนุญาตฉบับหนึ่ง

ให้ใช้สำหรับกิจการค้าประเภทเดียวและสำหรับสถานที่แห่งเดียว ถ้าประกอบกิจการค้าซึ่งกำหนดให้ควบคุมหลายประเภทในขณะและสถานที่เดียวกัน

ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในประเภทที่มีอัตราสูงเต็มอัตราแต่ประเภทเดียว

ประเภทอื่นให้เก็บเพียงกึ่งอัตรา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปี

นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตและให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจของเทศบาลตำบลขัวมุง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การต่ออายุใบอนุญาต

จะต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ อภ.๓ ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมแล้ว

ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต

หากมิได้ชำระค่าธรรมเนียมก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

จะต้องชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ

แต่ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้รับใบอนุญาตตามเทศบัญญัตินี้

ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เมื่อผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป

ให้ยื่นคำขอบอกเลิกกิจการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ อภ.๔

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หากผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต

ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ อภ.๔

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย

หรือชำรุดในสาระสำคัญ

ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบ อภ.๔

ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ

แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) เอกสารการแจ้งความต่อสถานีตำรวจ กรณีการสูญหายหรือถูกทำลาย

(๒) ใบอนุญาตเดิม กรณีชำรุดในสาระสำคัญ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การออกใบแทนใบอนุญาต

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังนี้

(๑) การออกใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบ อภ.๒ โดยประทับตราสีแดง คำว่า “ใบแทน” กำกับไว้ด้วย และให้มีวัน เดือน

ปีที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นในใบแทนและต้นขั้วใบแทน

(๒) ให้ใช้ใบแทนใบอนุญาตได้เท่ากับเวลาที่เหลือของอายุใบอนุญาตเดิมนั้น

(๓) บันทึกด้านหลังต้นขั้วใบอนุญาตเดิม ระบุสาเหตุการสูญหาย ถูกทำลาย

หรือชำรุดในสาระสำคัญของใบอนุญาตเดิม แล้วแต่กรณี และลงเล่มที่ เลขที่

ปีของใบแทนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ซึ่งกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามเทศบัญญัตินี้

ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเทศบัญญัตินี้

หรือเงื่อนไขโดยเฉพาะที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น

เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้ และถ้าผู้ได้รับคำสั่งไม่แก้ไขหรือปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนด

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตภายในเวลาที่สมควร

ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ซึ่งกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามเทศบัญญัตินี้ รายใดถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีกหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามวรรคหนึ่ง

ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

จะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปี

นับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้ ตามข้อ ๑๗

มีความผิดตามมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้ ตามข้อ ๑๗

หรือข้อ ๑๘ มีความผิดตามมาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้ ตามข้อ ๑๙

มีความผิดตามมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้ใดฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้

ตามข้อ ๒๗ หรือข้อ ๓๐ มีความผิดตามมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดดำเนินการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามข้อ

๓๒ มีความผิดตามมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การเปรียบเทียบคดีให้เป็นไปตามมาตรา ๘๕

แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ บรรดาใบอนุญาตการค้าซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพที่ได้ออกก่อนวันใช้เทศบัญญัตินี้ให้คงใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุงมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ

คำสั่ง ประกาศ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔

มนัส เศรษฐเสถียร

นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๗ ธันวาคม

๒๕๕๔

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๘ ธันวาคม

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๗๖ ง/หน้า ๑๓๓/๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

41 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c9dcc1656322d04a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com