พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๐
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๖๐
เป็นปีที่ ๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
พระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๖๐
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า สถาบันการเงิน ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
สถาบันการเงิน หมายความว่า
(๑)
สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
(๒)
สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(๓)
นิติบุคคลที่ให้บริการสินเชื่อแก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า สินเชื่อ ระหว่างบทนิยามคำว่า สถาบันการเงิน และคำว่า เงินกองทุน ในมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔
สินเชื่อ ให้หมายความรวมถึงธุรกรรมแฟ็กเตอริง
ธุรกรรมการให้เช่าซื้อ ธุรกรรมการให้เช่าแบบลิสซิ่ง
และธุรกรรมอื่นที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๒
แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑) ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อม
โอนสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับการค้ำประกันสินเชื่อภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมให้แก่บุคคลอื่น
หรือดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องดังกล่าว ทั้งนี้
การโอนสิทธิเรียกร้องให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น
(๓/๑) ของมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ.
๒๕๓๔
(๓/๑)
ลงทุนหรือถือหุ้นในกิจการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการตามวัตถุประสงค์ของบรรษัทโดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา
๑๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔
มาตรา ๑๖/๑ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของบรรษัท
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจกำหนดให้คณะกรรมการมีกรรมการเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่กำหนดในมาตรา
๑๕ และมาตรา ๑๖ ก็ได้
โดยจำนวนกรรมการทั้งหมดเมื่อรวมกรรมการโดยตำแหน่งตามมาตรา ๒๓ แล้ว
ต้องไม่เกินสิบเอ็ดคน
จำนวนกรรมการทั้งหมดตามวรรคหนึ่งไม่นับรวมกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา
๒๐
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๗ ให้กรรมการซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี
เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่ โดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยกรรมการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัตินี้
หากยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง
เพื่อดำเนินกิจการของบรรษัทต่อไปเพียงเท่าที่จำเป็น
จนกว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะได้เลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
การเลือกตั้งกรรมการให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของบรรษัท
มาตรา ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙
(๔)
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบรรษัทมีมติให้ออก
กรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งตาม
(๑) (๒) หรือ (๓)
ให้คณะกรรมการตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙
เข้าเป็นกรรมการแทน และกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งตาม (๔)
ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้ตั้ง เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือไม่ถึงหกสิบวัน
จะไม่ตั้งกรรมการแทนก็ได้
กรรมการที่ได้รับการตั้งเข้าเป็นกรรมการแทน
ให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
附則
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความใน
(๑) ของมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ.
๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑) มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับของบรรษัท
มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๓)
ในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
พ.ศ. ๒๕๓๔
(๓)
กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่น ๆ อันเนื่องมาจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท
มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๕
การสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มาตรา ๒๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
พ.ศ. ๒๕๓๔
หมวด ๕
การสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
มาตรา ๒๖/๑ ในกรณีที่สถาบันการเงินฟ้องคดีต่อศาลเกี่ยวกับสินเชื่อแก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่บรรษัทค้ำประกัน
หากศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดบังคับตามสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน และบรรษัทได้ชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงินตามภาระการค้ำประกันสินเชื่อภายหลังจากที่มีคำพิพากษาแล้ว
ให้บรรษัทเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นตามส่วนที่บรรษัทได้ชำระหนี้ไป
มาตรา ๑๒ นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
(๑)
ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เพื่อเลือกตั้งกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมตามพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
(๒)
ให้กรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง
แต่ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมต่อไปเพียงเท่าที่จำเป็นจนกว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมตาม
(๑) ทั้งนี้ มิให้นับวาระการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมที่เกิดขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับรวมเข้าด้วย
(๓)
เมื่อสิ้นรอบปีบัญชีที่หนึ่งและที่สอง
ให้กรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา
โดยให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๑๕๒ และมาตรา ๑๑๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาใช้บังคับแก่การออกจากตำแหน่งของกรรมการโดยอนุโลม และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งนั้นเป็นการออกตามวาระตามมาตรา
๑๗ แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๓ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดบังคับตามสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงินในสินเชื่อภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และต่อมาภายหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมได้ชำระหนี้ตามภาระการค้ำประกันแก่สถาบันการเงิน
ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นได้ ทั้งนี้ ตามส่วนที่ได้มีการชำระหนี้ไป
มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์
จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกระทำกิจการของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมให้ครอบคลุมถึงการค้ำประกันธุรกรรมที่ลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อและแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับกรรมการในคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
รวมทั้งเพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมและอำนาจในการสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมอย่างมีประสิทธิภาพ
และทำให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการให้สินเชื่อแก่ภารธุระอุตสาหกรรมขนาดย่อมเพิ่มขึ้น
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ภวรรณตรี/จัดทำ
๑ กันยายน ๒๕๖๐
ปุณิกา/ตรวจ
๕ กันยายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๑/๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).