กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่
และความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
บุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอม
ในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
และเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ และมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ว่ามีความเหมาะสมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหรือไม่ ดังต่อไปนี้
(๑) ประวัติและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นฐานครอบครัว
(๒) สภาพที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม
(๓) การประกอบอาชีพและสถานภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัว
(๔) สภาพจิตตามกระบวนการทดสอบทางจิตวิทยา
(๕) ประวัติทางอาชญากรรม
(๖)
ทัศนคติและความเหมาะสมในการอุปการะเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็ก
(๗) เหตุผลในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ข้อ ๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ดังต่อไปนี้
(๑) ประวัติและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นฐานครอบครัว
(๒) เหตุผลในการมอบเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรม
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
หรือกรณีที่เด็กอยู่ในความดูแลหรืออุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก
โดยสถานสงเคราะห์นั้นเป็นผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
ดังต่อไปนี้
(๑) ประวัติและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นฐานครอบครัว
(๒) สภาพความเป็นอยู่และการได้รับการอุปการะเลี้ยงดู
(๓) ความประสงค์และความเห็นในการที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
ในกรณีที่เด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมไม่สามารถให้ถ้อยคำได้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒)
จากบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหรือผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
สันติ พร้อมพัฒน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๑ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.
๒๕๕๓
บัญญัติให้การสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
บุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๐ มกราคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๐ มกราคม ๒๕๕๕
นนทพล/ปรับปรุง
๑๕ มกราคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๘ ก/หน้า ๒๓/๑๙ มกราคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).