รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พ.ศ. 2550 หมวด ๒ คุณสมบัติและการจดทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ข้อ ๕–ข้อ ๙ · รวม 5 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 5.1 สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี 5.2 มีคุณลักษณะส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (1) มีจริยธรรม (2) มีบุคลิกภาพเป็นที่น่าเชื่อถือ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (3) ช่างสังเกต ตระหนักถึงวัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร รวมทั้งมีความสนใจต่อสิ่งรอบตัวและกิจกรรมตลอดเวลา (4) มีความสามารถในการรับรู้ และสื่อข้อความได้ดีทั้งการเขียนและการพูดสามารถประสานงานกับพนักงานทุกระดับในองค์กร มีความเชื่อมั่น ไวต่อวัฒนธรรมขององค์กร (5) เชื่อมั่นในตนเอง ทํางานอย่างอิสระ โดยไม่มีผลประโยชน์ทางวิชาชีพในงานที่รับผิดชอบ (6) ทํางานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ (7) มีความสามารถในการให้คําปรึกษา รู้จักยืดหยุ่นในการบริหารเวลาที่ดีและมีความสามารถในการเป็นผู้นํา (8) มีความรับผิดชอบในงาน และมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน (9) ควบคุมงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตกลงไว้ และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ภายใต้พื้นฐานความรู้ และข้อเท็จจริง (10) มีความหนักแน่น และยึดมั่นในหลักการ (11) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว ถูกต้อง สมเหตุสมผล (12) ประพฤติตนเป็นผู้ตรงต่อเวลาและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ (13) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอื้อเฟื้อ มีน้ําใจ ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพอ่อนโยน และมีมนุษย์สัมพันธ์ (14) สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ และให้คําตอบที่เป็นทางเลือก และอย่างสร้างสรรค์ 5.3 มีความรู้ และทักษะ ดังต่อไปนี้ (1) มีความรู้ในการวางแผนและการจัดการเกี่ยวกับระบบบริหารการจัดการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง (2) มีความรู้ ความเข้าใจในความหมาย ขอบเขต เจตนารมณ์ ขั้นตอน และกระบวนการตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001 - 2546) (3) มีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง (4) มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตามข้อกําหนดมาตรฐานแรงงานอื่น ซึ่งอาจประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตามข้อกําหนดของมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001 - 2546) (5) มีความรู้ ความเข้าใจหลักการวิธีการและเทคนิคสําหรับระบบการบริหารจัดการมาตรฐานแรงงาน เช่น หลักการการทบทวนระบบจัดการและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวงจรเดมมิ่งวิธีการและเทคนิคการตรวจประเมิน เทคนิคการวิเคราะห์ปัญหาในการดําเนินงาน เทคนิคและวิธีการบริหารการผลิตเพื่อควบคุมชั่วโมงการทํางานล่วงเวลา (6) มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้านแรงงาน 5.4 มีประสบการณ์ในการทํางานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบบริหารการจัดการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง หรือมีประสบการณ์การให้คําปรึกษาด้านใดด้านหนึ่งอย่างน้อยสี่แห่งภายในห้าปีก่อนจดทะเบียนครั้งแรก ดังต่อไปนี้ (1) มาตรฐานแรงงานอื่น (2) มาตรฐานระบบการจัดการอื่น (3) ด้านกฎหมายแรงงาน (4) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (5) การบริหารการจัดการการผลิต

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน จะต้องยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานพร้อมหลักฐานตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกําหนด

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เอกสารหลักฐานตามข้อ 5.4 จะต้องลงนามรับรองโดยผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการ ซึ่งผู้ยื่นใบสมัครตามข้อ 6 ได้ทําหน้าที่ให้คําปรึกษา และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (1) วัน เดือน ปี ที่ให้คําปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด (2) ระยะเวลาที่ให้คําปรึกษา ณ สถานประกอบกิจการแต่ละครั้ง และเวลารวมทั้งหมด (3) กิจกรรมที่ให้คําปรึกษา ณ สถานประกอบกิจการแต่ละครั้ง (4) เอกสารที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานที่ให้คําปรึกษา (5) ชื่อ และสถานที่ติดต่อของสถานประกอบกิจการ (6) ชื่อ และสถานที่ติดต่อของหน่วยงานที่ผู้ยื่นใบสมัครสังกัด

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อ 5.1 และข้อ 5.4 จะต้องเข้ารับการประเมินคุณสมบัติตามข้อ 5.2 และตามข้อ 5.3 โดยการสอบข้อเขียน และการสอบสัมภาษณ์

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานซึ่งผ่านการประเมินคุณสมบัติตามข้อ 8 จะเป็นผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานพร้อมได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน และบัตรประจําตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานจะสามารถทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้เป็นเวลาสามปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน บทเฉพาะกาล ๑๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานจะต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พร้อมบัตรประจําตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

กลับไปที่ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พ.ศ. 2550 ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้