法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

เรื่อง

หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

ว่าด้วยการควบคุมการประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑

แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕

แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์และนายอำเภอกบินทร์บุรี

จึงตราข้อบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ เรื่อง

หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่องค์การบริหาร

ส่วนตำบลกบินทร์ พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์นับแต่วันที่ได้ปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์แล้วสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติประกาศระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก” หมายความว่า สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกทุกประเภท

“ผู้ดำเนินกิจการ” หมายความว่า

ผู้เป็นเจ้าของหรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งรับผิดชอบดำเนินการสถานประกอบกิจการนั้น

“คนงาน” หมายความว่า

ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ

“มลพิษทางเสียง” หมายความว่า สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการ

ของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษความสั่นสะเทือน” หมายความว่า

สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางอากาศ” หมายความว่า

สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“มลพิษทางน้ำ” หมายความว่า

สภาวะของน้ำทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน

“อาคาร” หมายความว่า

ตึกบ้านเรือนโรงร้านแพคลังสินค้าสำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กิจการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมภายในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถานประกอบกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามข้อบัญญัตินี้

ที่ตั้งอยู่ในเขตที่กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีผลใช้บังคับ

หรือสถานประกอบกิจการใดที่เข้าข่ายเป็นโรงงานหรือมีการประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สถานประกอบการกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องอยู่ห่างจากชุมชน

วัด ศาสนาสถาน โบราณสถาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ

ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและไม่ก่อเหตุรำคาญ ต่อชุมชน

โดยมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้

(๑) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก น้อยกว่า ๕๐๐ ตัว

ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร

(๒) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ ๕๐๐ - ๕,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร

(๔) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกควรตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขัง

อยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร

และต้องมีการป้องกันการไหลของน้ำเสียและสิ่งปนเปื้อน ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

ในกรณีที่มีการชะล้างของน้ำฝน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกควรตั้งอยู่ห่างจากโรงฆ่าสัตว์ปีก

ตลาดนัดค้าสัตว์ปีก อย่างน้อย ๕ กิโลเมตร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องจัดให้มีบริเวณเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นสัดส่วน

และให้อยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะหรือที่ดินที่มีเจ้าของ และต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสัตว์นั้นไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

ทุกด้านเว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน

ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๗

โดยพิจารณาที่จำนวนการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นเกณฑ์

ในการกำหนดขอบเขตระยะห่าง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก

และส่วนประกอบ

(๑) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องเป็นอาคารเอกเทศ มั่นคงแข็งแรง

มีลักษณะเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ปีก

(๒) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีพื้นแน่นหรือทำด้วยวัสดุแข็งแรง

ไม่เปียกชื้น ไม่มีน้ำขังทำความสะอาดง่าย

(๓) หลังคาหรือฝ้าเพดานต้องทำด้วยวัสดุที่มีความคงทน แข็งแรง

มีความสูงจากพื้นถึงมุมเสาที่เป็นฐานอย่างน้อย ๒ เมตรขึ้นไป

(๔) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีพื้นที่ในการเลี้ยงเพียงพอ

เพื่อให้สัตว์ปีกอยู่อย่างสบายไม่แออัด

เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์

(๕) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ

(๖)

โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบเปิดต้องมีตาข่ายคลุมเพื่อป้องกันสัตว์และแมลงพาหะนำโรค

และต้องจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี

(๗) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบปิดต้องจัดให้มีการระบายอากาศ

ฝุ่นละออง และก๊าซต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์

หรือมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ

(๘) ถนนภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องใช้วัสดุคงทน

ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง

หรือต้องมีวิธีการอื่นใดที่มีความเหมาะสมในการควบคุมการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง

และมีความกว้างที่เหมาะสมสะอาด สะดวกในการขนส่ง ลำเลียงอุปกรณ์ อาหารสัตว์ปีก

รวมทั้งผลผลิตเข้าและออกภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

(๙) สถานที่เก็บอาหารสัตว์ปีก โรงผสมอาหารสัตว์ปีก

พื้นที่เก็บวัสดุรองพื้น พื้นที่ทำลายซากสัตว์ปีกพื้นที่รวบรวมมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลต่าง

ๆ ต้องจัดเป็นสัดส่วนมีความมั่นคงแข็งแรงและถูกหลักสุขาภิบาล

(๑๐) บริเวณประตูทางเข้า

และออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องจัดให้มีการฆ่าเชื้อโรคโดยวิธีต่าง ๆ

เช่น บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือโรงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

หรืออ่างจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะด้านอาหารสัตว์

(๑) อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์

(๒) ควรมีสถานที่เก็บอาหารแยกเป็นสัดส่วน จัดให้เป็นระเบียบและมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

(๓) ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ปีกควรสะอาด ไม่ควรใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ย

หรือวัตถุอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปีก

(๔) ควรจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ปีก

เพื่อตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพและสารตกค้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะเครื่องมือ

เครื่องใช้ อุปกรณ์ น้ำดื่ม น้ำใช้

(๑) เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ รวมถึงสวิตซ์และสายไฟต่าง ๆ

ต้องได้รับการทำความสะอาดและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี

กรณีใช้อุปกรณ์การเลี้ยงแบบอัตโนมัติต้องมีการตรวจสอบการทำงานทุกวัน

ถ้าพบว่าชำรุดต้องดำเนินการแก้ไขทันที

หรือมีขั้นตอนที่เหมาะสมและมีอุปกรณ์สำรองเมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย

เฉพาะโรงเรือนระบบปิดต้องมีสัญญาณเตือนกรณีระบบขัดข้อง

(๒)

น้ำที่ใช้ในสถานประกอบกิจการต้องเป็นน้ำที่สะอาดเหมาะสมต่อการนำไปใช้ปราศจากการปนเปื้อนมูลสัตว์หรือน้ำเสียจากโรงเรือน

และมีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้ในแต่ละวัน โดยมีระบบสำรองน้ำไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

(๓) ต้องจัดให้มีน้ำดื่มที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานน้ำดื่ม

สำหรับบริการผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอตั้งอยู่ในบริเวณที่แยกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก

และลักษณะการจัดบริการน้ำดื่ม ต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือการปนเปื้อน

(๔) กรณีที่สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกผลิตน้ำใช้เอง

ควรตรวจสอบดูแลคุณภาพน้ำดิบให้สะอาดตรวจสอบระบบท่อน้ำ

และทำความสะอาดภาชนะกักเก็บน้ำ รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน

(๑) ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

และมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคที่สังคมรังเกียจ

โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และบาดแผลติดเชื้อ

หรือไม่เป็นโรคติดต่อ เช่น วัณโรค อหิวาตกโรค บิด สุกใส หัด คางทูม เรื้อน

ไวรัสตับอักเสบเอ โรคพยาธิ และโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ เป็นต้น

หากผู้ปฏิบัติงานป่วยด้วยโรคดังกล่าวต้องหยุดพักรักษาให้หาย

(๒) สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ขนาดตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตัวขึ้นไป ต้องมีผู้ดูแลด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย

๑ คน โดยเป็นผู้ที่มีความรู้โดยผ่านการอบรมการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขวิทยาส่วนบุคคล

(๓) ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการอบรมใน เรื่อง

เกี่ยวกับสุขอนามัยการป้องกันตนจากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

และการควบคุมสัตว์แมลงพาหะนำโรค

(๔) ผู้ปฏิบัติงานในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกจะต้องปฏิบัติดังนี้

(๔.๑) อาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกาย

ให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้าหรือออกจากฟาร์มและต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งภายหลังออกจากห้องส้วมและจับต้องสิ่งปนเปื้อนต่าง

(๔.๒) จุ่มเท้าในอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และล้างมือก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม

และโรงเรือน

(๔.๓) สวมใส่ชุดปฏิบัติงานที่สถานประกอบกิจการจัดไว้ให้

โดยต้องเป็นเครื่องแบบที่มีความสะอาดและเหมาะสมในแต่ละกิจกรรมที่ปฏิบัติ

(๔.๔) ในกรณีที่มีบาดแผล ต้องปิดแผลด้วยที่ปิดแผล

ถ้ามีบาดแผลที่มือต้องสวมถุงมือหรือปลอกนิ้วขณะปฏิบัติงาน

(๕) ผู้ปฏิบัติงานไม่ควรพักอาศัยในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการน้ำเสีย

มูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

(๑) ต้องมีการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้ง

ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

และต้องดูแลทางระบายน้ำไม่ให้อุดตัน

(๒) กรณีที่ไม่มีการระบายน้ำทิ้งออกนอกสถานประกอบกิจการ

เลี้ยงสัตว์ปีก

ผู้ประกอบกิจการต้องมีการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยต้องมีการป้องกันไม่ให้มีน้ำเสีย

หรือกลิ่นเหม็นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก

(๓) ต้องมีการจัดการ หรือควบคุมปัญหากลิ่นเหม็น สัตว์

และแมลงพาหะนำโรค ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

(๔) ต้องจัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาลเหมาะสม

เพียงพอ โดยมีการคัดแยกตามประเภทของมูลฝอย

(๕) ต้องมีการรวบรวมมูลฝอย และนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

และปฏิบัติตามข้อกำหนดของท้องถิ่นว่าด้วยการนั้น

ห้ามนำไปทิ้งในที่สาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ในกรณีที่มีการนำมูลสัตว์ปีกและวัสดุรองพื้นออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้ผู้ดำเนินการเคลื่อนย้าย

มีมาตรการเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ และไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหนะนำโรค

(๖) ต้องมีการจัดการ กำจัดภาชนะบรรจุสารเคมี

หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

(๗) ต้องมีห้องน้ำห้องส้วม อ่างล้างมือ ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

มีการดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ มีการบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขนส่ง

(๑) ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งควรอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและสะอาด

(๒) ยานพาหนะทุกชนิดที่เข้าและออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

จะต้องแล่นผ่านระบบการฆ่าเชื้อต่าง ๆ เช่น บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือโรงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

หรือเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคกับยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีความเข้มข้นตามเอกสารกำกับการใช้

(๓) ยานพาหนะที่ใช้สำหรับเก็บขนมูลสัตว์ปีก และวัสดุรองพื้นออกนอก

สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกจะต้องทำการปิดคลุมด้วยผ้าใบหรือวัสดุอื่นใด

อย่างมิดชิดไม่ให้มีการตกหล่นรั่วไหล หรือยื่นล้ำออกจากยานพาหนะ

(๔) อุปกรณ์ และภาชนะ

ที่ใช้ในการขนส่งสัตว์ปีกต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่ดูดซึมน้ำ

และได้รับการฆ่าเชื้อโรคก่อนและหลังการใช้ทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือสัตว์และแมลงนำโรค

(๑) ต้องป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์

ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์

สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีระบบป้องกัน

และควบคุมโรคได้ซึ่งรวมถึงการทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

และควบคุมโรคให้สงบไม่ให้แพร่ระบาดออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

(๒) จัดให้มีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

(๓) หลังนำสัตว์ปีกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องทำความสะอาด

และฆ่าเชื้อโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกและบริเวณโดยรอบ

และปิดพักโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๗ ถึง ๒๑

วันหรือตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์

(๔) เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยต้องแยกสัตว์ปีกป่วยออกจากสัตว์ปีกปกติ

หากสงสัยว่าสัตว์ปีกป่วยเป็นโรคระบาด เช่น นิวคาสเซิล ไข้หวัดนก เป็นต้น

ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน

และดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

กรณีพบผู้ป่วยภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกที่สงสัยว่ามีสาเหตุจากโรคระบาดจากสัตว์ปีก

ให้รีบนำตัวส่งแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคโดยทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำ

รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ในการป้องกันและควบคุมโรค

(๕)

การทำลายซากสัตว์ปีกเพื่อป้องกันการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์และแมลงพาหนะนำโรค

ให้ดำเนินการได้อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(๕.๑) การทำลายโดยการเผา ต้องมีสถานที่เผา เตาเผาอยู่ในบริเวณเหมาะสม

เผาซากจนหมด และการเผาต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือเหตุรำคาญ

(๕.๒) การทำลายโดยการฝัง

ต้องมีเนื้อที่เพียงพอและไม่อยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงไม่มีน้ำขังห่างจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า

๓๐ เมตรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสมทำการราดหรือโรยปูนขาวบนส่วนต่าง ๆ

ของซากสัตว์ปีกจนทั่วและให้ฝังซากใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร หรือหากซากสัตว์ปีกมีจำนวนมากให้ทำการพูนดินกลบหลุมเหนือระดับผิวดินไม่น้อยกว่า

๕๐ เซนติเมตร ซึ่งการฝังกลบนี้ต้องสามารถป้องกันการคุ้ยเขี่ยของสัตว์ได้สถานที่กำจัดซากสัตว์ปีกต้องห่างจากบริเวณอาคารหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกอาคารสำนักงานอาคารพักอาศัยและต้องเป็นไปตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์หรือปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมปศุสัตว์

(๖)

ต้องมีการควบคุมป้องกันสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก

เช่นหนู แมลงวัน แมลงสาบ เป็นต้น

ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดต่อหรือก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันเหตุรำคาญ

(๑) จัดให้มีห้องหรือตู้เก็บสารเคมี น้ำยาฆ่าเชื้อ

หรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายโดยเฉพาะ

โดยต้องจัดให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และแสดงป้ายชื่อ

ชนิดหรือประเภทสารเคมีที่จัดเก็บดังกล่าวอย่างชัดเจน ทั้งนี้

ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๒) ระดับความเข้มข้นของก๊าซแอมโมเนีย

บริเวณสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ค่าเฉลี่ย ๘ ชั่วโมงการทำงานต้องไม่เกิน

๕๐ พีพีเอ็ม

(๓) จัดให้มีการควรควบคุมป้องกันกิจกรรมต่าง ๆ

ของสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกมิให้เป็นเหตุรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

และผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงหรืออยู่ในเส้นทางที่สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกใช้สัญจร

(๔) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตามความเสี่ยง

ให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก เช่น แว่นตา หน้ากาก

ผ้าปิดจมูก หมวกคลุมผม รองเท้า เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

ห้ามผู้ใดดำเนินกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ

๕ ในลักษณะที่เป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ในการออกใบอนุญาต

เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ

เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในข้อบัญญัตินี้ก็ได้

ใบอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียว และสำหรับสถานที่แห่งเดียว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการตามที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ

ในลักษณะที่เป็นการค้าจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้

พร้อมกับเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาทะเบียนบ้าน

(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

(๓) สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๔) อื่น ๆ ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต

หรือคำขอต่อใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ

ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์

วิธีการหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมด

และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีจำเป็นที่จะต้องคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับคำขอ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาต

หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาต

หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้ง

ให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับการอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผล อันสมควรให้ถือว่าสละสิทธิ์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

และให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์เท่านั้น

การขอต่อใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมชำระค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่อใบอนุญาต

การขอต่อใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

ว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในวันที่มารับใบอนุญาต

สำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการขอต่อใบอนุญาตตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้นถ้าไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด

ให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง

ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบตามจำนวน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย

ถูกทำลาย หรือชำรุด ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้

การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต

นำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย

(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ

ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติ

หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้

เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต

(๑) ถูกสั่งพักใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป

และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก

(๒)

ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

(๓) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง

ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้

หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้

และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน

หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาต

หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งทางไปรษณีย์ตอบรับ

หรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ

ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้รับใบอนุญาต

และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้ว ตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึง

หรือวันปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นหนึ่งปี

นับแต่วันที่สั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

กฤษฎากรณ์

สุริยวงษ์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขอรับใบอนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาตประเภทกิจการ

๒. ใบอนุญาตประกอบกิจการ...................

๓. คำขอรับใบแทนใบอนุญาต

๔. ใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการ...................

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พิมพ์มาดา/อัญชลี/จัดทำ

๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๙๔ ง/หน้า ๙๓/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cc5b960bbf19f3f7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com