ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
เรื่อง
หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
ว่าด้วยการควบคุมการประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑
แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕
แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์และนายอำเภอกบินทร์บุรี
จึงตราข้อบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์ เรื่อง
หลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่องค์การบริหาร
ส่วนตำบลกบินทร์ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์นับแต่วันที่ได้ปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย
ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์แล้วสิบห้าวัน
ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติประกาศระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก หมายความว่า สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกทุกประเภท
ผู้ดำเนินกิจการ หมายความว่า
ผู้เป็นเจ้าของหรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งรับผิดชอบดำเนินการสถานประกอบกิจการนั้น
คนงาน หมายความว่า
ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ
มลพิษทางเสียง หมายความว่า สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการ
ของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษความสั่นสะเทือน หมายความว่า
สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางอากาศ หมายความว่า
สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางน้ำ หมายความว่า
สภาวะของน้ำทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
อาคาร หมายความว่า
ตึกบ้านเรือนโรงร้านแพคลังสินค้าสำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๕ ให้กิจการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมภายในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
ข้อ ๖ สถานประกอบกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามข้อบัญญัตินี้
ที่ตั้งอยู่ในเขตที่กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีผลใช้บังคับ
หรือสถานประกอบกิจการใดที่เข้าข่ายเป็นโรงงานหรือมีการประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๗ สถานประกอบการกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องอยู่ห่างจากชุมชน
วัด ศาสนาสถาน โบราณสถาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่น ๆ
ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและไม่ก่อเหตุรำคาญ ต่อชุมชน
โดยมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก น้อยกว่า ๕๐๐ ตัว
ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
(๒) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ ๕๐๐ - ๕,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
(๓) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร
(๔) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตร
ข้อ ๘ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกควรตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขัง
อยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
และต้องมีการป้องกันการไหลของน้ำเสียและสิ่งปนเปื้อน ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ในกรณีที่มีการชะล้างของน้ำฝน
ข้อ ๙ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกควรตั้งอยู่ห่างจากโรงฆ่าสัตว์ปีก
ตลาดนัดค้าสัตว์ปีก อย่างน้อย ๕ กิโลเมตร
ข้อ ๑๐ สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องจัดให้มีบริเวณเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นสัดส่วน
และให้อยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะหรือที่ดินที่มีเจ้าของ และต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสัตว์นั้นไม่น้อยกว่า
๑๕ เมตร
ทุกด้านเว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน
ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๗
โดยพิจารณาที่จำนวนการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นเกณฑ์
ในการกำหนดขอบเขตระยะห่าง
ข้อ ๑๑ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก
และส่วนประกอบ
(๑) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องเป็นอาคารเอกเทศ มั่นคงแข็งแรง
มีลักษณะเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ปีก
(๒) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีพื้นแน่นหรือทำด้วยวัสดุแข็งแรง
ไม่เปียกชื้น ไม่มีน้ำขังทำความสะอาดง่าย
(๓) หลังคาหรือฝ้าเพดานต้องทำด้วยวัสดุที่มีความคงทน แข็งแรง
มีความสูงจากพื้นถึงมุมเสาที่เป็นฐานอย่างน้อย ๒ เมตรขึ้นไป
(๔) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีพื้นที่ในการเลี้ยงเพียงพอ
เพื่อให้สัตว์ปีกอยู่อย่างสบายไม่แออัด
เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์
(๕) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ
(๖)
โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบเปิดต้องมีตาข่ายคลุมเพื่อป้องกันสัตว์และแมลงพาหะนำโรค
และต้องจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี
(๗) โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกระบบปิดต้องจัดให้มีการระบายอากาศ
ฝุ่นละออง และก๊าซต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์
หรือมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ
(๘) ถนนภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องใช้วัสดุคงทน
ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง
หรือต้องมีวิธีการอื่นใดที่มีความเหมาะสมในการควบคุมการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง
และมีความกว้างที่เหมาะสมสะอาด สะดวกในการขนส่ง ลำเลียงอุปกรณ์ อาหารสัตว์ปีก
รวมทั้งผลผลิตเข้าและออกภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
(๙) สถานที่เก็บอาหารสัตว์ปีก โรงผสมอาหารสัตว์ปีก
พื้นที่เก็บวัสดุรองพื้น พื้นที่ทำลายซากสัตว์ปีกพื้นที่รวบรวมมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลต่าง
ๆ ต้องจัดเป็นสัดส่วนมีความมั่นคงแข็งแรงและถูกหลักสุขาภิบาล
(๑๐) บริเวณประตูทางเข้า
และออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องจัดให้มีการฆ่าเชื้อโรคโดยวิธีต่าง ๆ
เช่น บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือโรงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
หรืออ่างจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น
ข้อ ๑๒ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะด้านอาหารสัตว์
(๑) อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
(๒) ควรมีสถานที่เก็บอาหารแยกเป็นสัดส่วน จัดให้เป็นระเบียบและมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
(๓) ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ปีกควรสะอาด ไม่ควรใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ย
หรือวัตถุอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ปีก
(๔) ควรจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ปีก
เพื่อตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพและสารตกค้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
ข้อ ๑๓ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะเครื่องมือ
เครื่องใช้ อุปกรณ์ น้ำดื่ม น้ำใช้
(๑) เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ รวมถึงสวิตซ์และสายไฟต่าง ๆ
ต้องได้รับการทำความสะอาดและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี
กรณีใช้อุปกรณ์การเลี้ยงแบบอัตโนมัติต้องมีการตรวจสอบการทำงานทุกวัน
ถ้าพบว่าชำรุดต้องดำเนินการแก้ไขทันที
หรือมีขั้นตอนที่เหมาะสมและมีอุปกรณ์สำรองเมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย
เฉพาะโรงเรือนระบบปิดต้องมีสัญญาณเตือนกรณีระบบขัดข้อง
(๒)
น้ำที่ใช้ในสถานประกอบกิจการต้องเป็นน้ำที่สะอาดเหมาะสมต่อการนำไปใช้ปราศจากการปนเปื้อนมูลสัตว์หรือน้ำเสียจากโรงเรือน
และมีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้ในแต่ละวัน โดยมีระบบสำรองน้ำไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
(๓) ต้องจัดให้มีน้ำดื่มที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานน้ำดื่ม
สำหรับบริการผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอตั้งอยู่ในบริเวณที่แยกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก
และลักษณะการจัดบริการน้ำดื่ม ต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือการปนเปื้อน
(๔) กรณีที่สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกผลิตน้ำใช้เอง
ควรตรวจสอบดูแลคุณภาพน้ำดิบให้สะอาดตรวจสอบระบบท่อน้ำ
และทำความสะอาดภาชนะกักเก็บน้ำ รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ
ข้อ ๑๔ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน
(๑) ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
และมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคที่สังคมรังเกียจ
โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และบาดแผลติดเชื้อ
หรือไม่เป็นโรคติดต่อ เช่น วัณโรค อหิวาตกโรค บิด สุกใส หัด คางทูม เรื้อน
ไวรัสตับอักเสบเอ โรคพยาธิ และโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ เป็นต้น
หากผู้ปฏิบัติงานป่วยด้วยโรคดังกล่าวต้องหยุดพักรักษาให้หาย
(๒) สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ขนาดตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตัวขึ้นไป ต้องมีผู้ดูแลด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย
๑ คน โดยเป็นผู้ที่มีความรู้โดยผ่านการอบรมการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขวิทยาส่วนบุคคล
(๓) ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการอบรมใน เรื่อง
เกี่ยวกับสุขอนามัยการป้องกันตนจากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
และการควบคุมสัตว์แมลงพาหะนำโรค
(๔) ผู้ปฏิบัติงานในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกจะต้องปฏิบัติดังนี้
(๔.๑) อาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกาย
ให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้าหรือออกจากฟาร์มและต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งภายหลังออกจากห้องส้วมและจับต้องสิ่งปนเปื้อนต่าง
ๆ
(๔.๒) จุ่มเท้าในอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และล้างมือก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม
และโรงเรือน
(๔.๓) สวมใส่ชุดปฏิบัติงานที่สถานประกอบกิจการจัดไว้ให้
โดยต้องเป็นเครื่องแบบที่มีความสะอาดและเหมาะสมในแต่ละกิจกรรมที่ปฏิบัติ
(๔.๔) ในกรณีที่มีบาดแผล ต้องปิดแผลด้วยที่ปิดแผล
ถ้ามีบาดแผลที่มือต้องสวมถุงมือหรือปลอกนิ้วขณะปฏิบัติงาน
(๕) ผู้ปฏิบัติงานไม่ควรพักอาศัยในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก
ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการน้ำเสีย
มูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
(๑) ต้องมีการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้ง
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
และต้องดูแลทางระบายน้ำไม่ให้อุดตัน
(๒) กรณีที่ไม่มีการระบายน้ำทิ้งออกนอกสถานประกอบกิจการ
เลี้ยงสัตว์ปีก
ผู้ประกอบกิจการต้องมีการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยต้องมีการป้องกันไม่ให้มีน้ำเสีย
หรือกลิ่นเหม็นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก
(๓) ต้องมีการจัดการ หรือควบคุมปัญหากลิ่นเหม็น สัตว์
และแมลงพาหะนำโรค ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
(๔) ต้องจัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาลเหมาะสม
เพียงพอ โดยมีการคัดแยกตามประเภทของมูลฝอย
(๕) ต้องมีการรวบรวมมูลฝอย และนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
และปฏิบัติตามข้อกำหนดของท้องถิ่นว่าด้วยการนั้น
ห้ามนำไปทิ้งในที่สาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ในกรณีที่มีการนำมูลสัตว์ปีกและวัสดุรองพื้นออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้ผู้ดำเนินการเคลื่อนย้าย
มีมาตรการเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ และไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหนะนำโรค
(๖) ต้องมีการจัดการ กำจัดภาชนะบรรจุสารเคมี
หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
(๗) ต้องมีห้องน้ำห้องส้วม อ่างล้างมือ ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
มีการดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ มีการบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
ข้อ ๑๖ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขนส่ง
(๑) ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งควรอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและสะอาด
(๒) ยานพาหนะทุกชนิดที่เข้าและออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
จะต้องแล่นผ่านระบบการฆ่าเชื้อต่าง ๆ เช่น บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือโรงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
หรือเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคกับยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีความเข้มข้นตามเอกสารกำกับการใช้
(๓) ยานพาหนะที่ใช้สำหรับเก็บขนมูลสัตว์ปีก และวัสดุรองพื้นออกนอก
สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกจะต้องทำการปิดคลุมด้วยผ้าใบหรือวัสดุอื่นใด
อย่างมิดชิดไม่ให้มีการตกหล่นรั่วไหล หรือยื่นล้ำออกจากยานพาหนะ
(๔) อุปกรณ์ และภาชนะ
ที่ใช้ในการขนส่งสัตว์ปีกต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่ดูดซึมน้ำ
และได้รับการฆ่าเชื้อโรคก่อนและหลังการใช้ทุกครั้ง
ข้อ ๑๗ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือสัตว์และแมลงนำโรค
(๑) ต้องป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์
ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์
สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีระบบป้องกัน
และควบคุมโรคได้ซึ่งรวมถึงการทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
และควบคุมโรคให้สงบไม่ให้แพร่ระบาดออกจากสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
(๒) จัดให้มีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ
และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
(๓) หลังนำสัตว์ปีกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกต้องทำความสะอาด
และฆ่าเชื้อโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกและบริเวณโดยรอบ
และปิดพักโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๗ ถึง ๒๑
วันหรือตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์
(๔) เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยต้องแยกสัตว์ปีกป่วยออกจากสัตว์ปีกปกติ
หากสงสัยว่าสัตว์ปีกป่วยเป็นโรคระบาด เช่น นิวคาสเซิล ไข้หวัดนก เป็นต้น
ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน
และดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
กรณีพบผู้ป่วยภายในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกที่สงสัยว่ามีสาเหตุจากโรคระบาดจากสัตว์ปีก
ให้รีบนำตัวส่งแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคโดยทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำ
รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ในการป้องกันและควบคุมโรค
(๕)
การทำลายซากสัตว์ปีกเพื่อป้องกันการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์และแมลงพาหนะนำโรค
ให้ดำเนินการได้อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(๕.๑) การทำลายโดยการเผา ต้องมีสถานที่เผา เตาเผาอยู่ในบริเวณเหมาะสม
เผาซากจนหมด และการเผาต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือเหตุรำคาญ
(๕.๒) การทำลายโดยการฝัง
ต้องมีเนื้อที่เพียงพอและไม่อยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงไม่มีน้ำขังห่างจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า
๓๐ เมตรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสมทำการราดหรือโรยปูนขาวบนส่วนต่าง ๆ
ของซากสัตว์ปีกจนทั่วและให้ฝังซากใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร หรือหากซากสัตว์ปีกมีจำนวนมากให้ทำการพูนดินกลบหลุมเหนือระดับผิวดินไม่น้อยกว่า
๕๐ เซนติเมตร ซึ่งการฝังกลบนี้ต้องสามารถป้องกันการคุ้ยเขี่ยของสัตว์ได้สถานที่กำจัดซากสัตว์ปีกต้องห่างจากบริเวณอาคารหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกอาคารสำนักงานอาคารพักอาศัยและต้องเป็นไปตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์หรือปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมปศุสัตว์
(๖)
ต้องมีการควบคุมป้องกันสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก
เช่นหนู แมลงวัน แมลงสาบ เป็นต้น
ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดต่อหรือก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียง
ข้อ ๑๘ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันเหตุรำคาญ
(๑) จัดให้มีห้องหรือตู้เก็บสารเคมี น้ำยาฆ่าเชื้อ
หรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายโดยเฉพาะ
โดยต้องจัดให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และแสดงป้ายชื่อ
ชนิดหรือประเภทสารเคมีที่จัดเก็บดังกล่าวอย่างชัดเจน ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๒) ระดับความเข้มข้นของก๊าซแอมโมเนีย
บริเวณสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ค่าเฉลี่ย ๘ ชั่วโมงการทำงานต้องไม่เกิน
๕๐ พีพีเอ็ม
(๓) จัดให้มีการควรควบคุมป้องกันกิจกรรมต่าง ๆ
ของสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกมิให้เป็นเหตุรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
และผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงหรืออยู่ในเส้นทางที่สถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกใช้สัญจร
(๔) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตามความเสี่ยง
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก เช่น แว่นตา หน้ากาก
ผ้าปิดจมูก หมวกคลุมผม รองเท้า เป็นต้น
ข้อ ๑๙ เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
ห้ามผู้ใดดำเนินกิจการที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ
๕ ในลักษณะที่เป็นการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ในการออกใบอนุญาต
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ
เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในข้อบัญญัตินี้ก็ได้
ใบอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียว และสำหรับสถานที่แห่งเดียว
ข้อ ๒๐ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการตามที่ต้องมีการควบคุมตามข้อ
๕
ในลักษณะที่เป็นการค้าจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
พร้อมกับเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาทะเบียนบ้าน
(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ
(๓) สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๔) อื่น ๆ ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์กำหนด
ข้อ ๒๑ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต
หรือคำขอต่อใบอนุญาต ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ
ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์
วิธีการหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมด
และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกันและในกรณีจำเป็นที่จะต้องคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับคำขอ
เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาต
หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาต
หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน
แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้ง
ให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับการอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผล อันสมควรให้ถือว่าสละสิทธิ์
ข้อ ๒๓ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
และให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์เท่านั้น
การขอต่อใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมชำระค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่อใบอนุญาต
การขอต่อใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๒๐
ข้อ ๒๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
ว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในวันที่มารับใบอนุญาต
สำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการขอต่อใบอนุญาตตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้นถ้าไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด
ให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง
ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบตามจำนวน
ข้อ ๒๕ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
ข้อ ๒๖ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย
ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุด ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
นำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติ
หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน
ข้อ ๒๙ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(๑) ถูกสั่งพักใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป
และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๒)
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
(๓) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง
ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้
หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน
หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน
ข้อ ๓๐ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาต
หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
หรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ
ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของผู้รับใบอนุญาต
และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้ว ตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึง
หรือวันปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๓๑ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นหนึ่งปี
นับแต่วันที่สั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๓๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๓๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
กฤษฎากรณ์
สุริยวงษ์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกบินทร์
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แบบคำขอรับใบอนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาตประเภทกิจการ
๒. ใบอนุญาตประกอบกิจการ...................
๓. คำขอรับใบแทนใบอนุญาต
๔. ใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการ...................
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
พิมพ์มาดา/อัญชลี/จัดทำ
๖ ธันวาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๙๔ ง/หน้า ๙๓/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).