ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
เรื่อง
การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่
พ.ศ. ๒๕๕๕
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลตำบลพังเทียม
ว่าด้วยการลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑
แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
องค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
และนายอำเภอพระทองคำ จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม เรื่อง
การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๕๕
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อบังคับ กฎ ระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้
ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลงที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
และใช้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของตน
เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของตนหรือประกอบกสิกรรมของตน
ให้ลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่เป็นจำนวนห้าไร่
ในกรณีที่บุคคลธรรมดาหลายคนที่เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน
ให้ได้รับการลดหย่อนรวมกันตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ข้อ ๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ
ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
อิทธิศักดิ์
อินทร์จำนงค์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพังเทียม
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๕๓ ง/หน้า ๓๖/๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).