ระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ว่าด้วยการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้ว นั้น
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานครเสียใหม่ เพื่อให้การควบคุมกำกับดูแลรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ และข้อ ๑๒
แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕
กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๙
(๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ในเขตกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๔ บรรดา ข้อบังคับ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๕ รถยนต์ที่ผู้ขอจะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้อง
(๑) เป็นรถใหม่หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน ๒ ปี
นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรกและใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร โดยไม่มีการแก้ไขดัดแปลงตัวรถ
(๒) มีเครื่องอุปกรณ์ สีของรถ
และเครื่องหมายตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๖ ในกรณีรถยนต์รับจ้างที่ทะเบียนถูกระงับเนื่องจากค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ
๓ ปี เมื่อเจ้าของรถได้ชำระภาษีที่ค้างชำระครบถ้วนแล้ว
และประสงค์จะนำรถมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างอีกก็สามารถกระทำได้ ทั้งนี้
การนับอายุการใช้งานของรถยนต์รับจ้าง ให้นับระยะเวลาที่ทะเบียนถูกระงับรวมต่อเนื่องจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรกด้วย
ข้อ ๗ ภายใต้บังคับระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๓๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม การขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างครั้งแรก
ให้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามแบบ ร.จ. ๑ หรือแบบ ร.จ. ๒ ท้ายระเบียบนี้
แล้วแต่กรณี ณ งานการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถยนต์รับจ้างและรถบริการ
ส่วนการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก
พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) บุคคลธรรมดา ให้ยื่นคำขอตามแบบ ร.จ. ๑ พร้อมด้วย
(ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน
(ข) หลักฐานแสดงว่ามีที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครปฐม หรือจังหวัดสมุทรสาคร
ที่สามารถติดต่อได้ เช่น สัญญาเช่าบ้าน หนังสือรับรองจากเจ้าของบ้านที่ให้เช่า
ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำประปาหรือค่าไฟฟ้าจากหน่วยงานของรัฐที่ระบุชื่อผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ใช้
หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ยื่นคำขอมีที่พักอยู่ในเขตดังกล่าว
และหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่สามารถติดต่อได้
(ค) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทที่ใช้แทนกันได้
ที่ยังไม่สิ้นอายุพร้อมภาพถ่ายของผู้ขอจดทะเบียน
(ง)
หลักฐานการใช้วิทยุคมนาคมหรือการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องสื่อสาร
(จ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง
หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ พร้อมแผนผังและรูปถ่ายโดยสังเขปแสดงลักษณะของที่ตั้งที่สามารถจอดรถได้
มีทางเข้าและทางออกที่สามารถนำรถเข้ามาจอดได้ตลอดเวลาและนำรถออกมาใช้งานได้โดยสะดวก
และขนาดพื้นที่ของสถานที่เก็บรถไม่น้อยกว่า ๑๕ ตารางเมตร
(๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นคำขอตามแบบ
ร.จ. ๒ พร้อมด้วย
(ก) หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
แสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
ที่ออกให้ไว้ไม่เกิน ๑ ปี
(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนผู้มีอำนาจ
(ค) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ง) รูปถ่ายสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐ x ๑๒.๗๐ เซนติเมตร จำนวน
๒ รูป
(จ) หลักฐานการใช้วิทยุคมนาคมเป็นเครื่องสื่อสาร
(ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง
หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ
พร้อมแผนผังและรูปถ่ายโดยสังเขปแสดงลักษณะของที่ตั้งที่สามารถจอดรถได้
มีทางเข้าและทางออกที่สามารถนำรถเข้ามาจอดได้ตลอดเวลาและนำรถออกมาใช้งานได้โดยสะดวก
และขนาดพื้นที่ของสถานที่เก็บรถโดยคิดพื้นที่ ๑๕ ตารางเมตร ต่อรถ ๑ คัน
(๓) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน จำกัด ให้ยื่นคำขอตามแบบ ร.จ. ๒
พร้อมด้วย
(ก) หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
แสดงการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่ออกให้ไว้ไม่เกิน ๑ ปี
(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ
(ค) รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นทุกคน
และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือ
(ง) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับตีพิมพ์
(จ) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ฉ) รูปถ่ายสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐ x ๑๒.๗๐ เซนติเมตร จำนวน
๒ รูป
(ช) หลักฐานการใช้วิทยุคมนาคมเป็นเครื่องสื่อสาร
(ซ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ
พร้อมแผนผังและรูปถ่ายโดยสังเขปแสดงลักษณะของที่ตั้งที่สามารถจอดรถได้
มีทางเข้าและทางออกที่สามารถนำรถเข้ามาจอดได้ตลอดเวลาและนำรถออกมาใช้งานได้โดยสะดวก
และขนาดพื้นที่ของสถานที่เก็บรถโดยคิดพื้นที่ ๑๕ ตารางเมตร ต่อรถ ๑ คัน
(๔) สหกรณ์ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ร.จ. ๒ พร้อมด้วย
(ก) ภาพถ่ายใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์
(ข) บัญชีรายชื่อสมาชิกของสหกรณ์พร้อมที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
(ค) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)
(ง) รูปถ่ายสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐ x ๑๒.๗๐ เซนติเมตร จำนวน
๒ รูป
(จ) หลักฐานการใช้วิทยุคมนาคมเป็นเครื่องสื่อสาร
(ฉ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง
หรือสิทธิการใช้สถานที่เก็บรถ
พร้อมแผนผังและรูปถ่ายโดยสังเขปแสดงลักษณะของที่ตั้งที่สามารถจอดรถได้
มีทางเข้าและทางออกที่สามารถนำรถเข้ามาจอดได้ตลอดเวลาและนำรถออกมาใช้งานได้โดยสะดวก
และขนาดพื้นที่ของสถานที่เก็บรถโดยคิดพื้นที่ ๑๕ ตารางเมตร ต่อรถ ๑ คัน
ในกรณีที่บุคคลธรรมดายื่นคำขอรับความเห็นชอบรถยนต์รับจ้างตาม (๑)
ให้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบจำนวนรถได้เพียงคนละ ๑ คันเท่านั้น
ในกรณีที่นิติบุคคลยื่นคำขอรับความเห็นชอบรถยนต์รับจ้างตาม (๒) (๓)
หรือ (๔)
ต้องระบุจำนวนรถและแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนรถที่ประสงค์จะใช้ประกอบการ
เครือข่ายการสื่อสารการใช้เครื่องสื่อสาร
รวมทั้งสถานที่เก็บรถที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดนครปฐม หรือจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งต้องมีขนาดพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ
๕๐ ของจำนวนรถที่ขอจดทะเบียน โดยคิดพื้นที่ ๑๕ ตารางเมตรต่อรถ ๑ คัน
ในกรณีสถานที่เก็บรถเป็นของบุคคลอื่น
ต้องมีหลักฐานแสดงการยินยอมให้ใช้สถานที่เก็บรถโดยจัดทำหนังสือแสดงความยินยอมหรือสัญญาเช่ามีกำหนดไม่น้อยกว่า
๓ ปี และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง เช่น ภาพถ่ายโฉนดที่ดิน
ภาพถ่ายหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก) เป็นต้น
พร้อมทั้งแนบภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิให้ใช้สถานที่
หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในกรณีที่ผู้มีสิทธิให้ใช้สถานที่เป็นนิติบุคคลประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๘ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ
๗ (๑) วรรคสอง แล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว
ให้นายทะเบียนพิจารณาให้ความเห็นชอบการจดทะเบียนต่อไป
ข้อ ๙ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ
๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง
ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่เก็บรถเพื่อตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอมีสถานที่เก็บรถซึ่งมีลักษณะและขนาดพื้นที่เป็นไปตามที่กำหนดตามข้อ
๗ หากพบว่าผู้ยื่นคำขอมีสถานที่เก็บรถซึ่งมีลักษณะที่สามารถจอดรถที่ขอจดทะเบียนได้และมีขนาดพื้นที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่เสนอนายทะเบียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการจดทะเบียนต่อไป
ในกรณีที่พบว่าผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งมีสถานที่เก็บรถซึ่งมีลักษณะที่สามารถจอดรถ
ที่ขอจดทะเบียนได้แต่เพียงบางส่วน
หรือมีขนาดพื้นที่ไม่เพียงพอเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
ให้เจ้าหน้าที่บันทึกเหตุผลและความจำเป็นเสนอนายทะเบียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการจดทะเบียนตามจำนวนรถที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ
๗
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบตามข้อ ๘
หรือข้อ ๙ แล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗
นำรถมาจดทะเบียนตามที่ได้รับความเห็นชอบภายในกำหนด ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
หากผู้ยื่นคำขอไม่นำรถมาจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นอันยกเลิก
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี
นำรถมาจดทะเบียนไม่ครบถ้วน ตามจำนวนที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบภายในกำหนด ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอได้รับความเห็นชอบตามจำนวนรถยนต์รับจ้างเพียงเท่าที่ได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่นำรถมาจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง
ไม่ตัดสิทธิผู้ยื่นคำขอในการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างครั้งใหม่
ข้อ ๑๑ การขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างครั้งใหม่ตามข้อ
๑๐ วรรคสาม ให้ยื่นคำขอตามข้อ ๗
และเอกสารเกี่ยวกับการจัดหารถที่จะใช้จดทะเบียนด้วย เช่น ใบจองรถ สัญญาซื้อขาย เป็นต้น
โดยให้นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน
หากเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง
ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อ ๘ หรือข้อ ๙ แล้วแต่กรณี
ให้นายทะเบียนส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่เก็บรถตามข้อ ๙
เฉพาะในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔)
มีสถานที่เก็บรถซึ่งมีขนาดพื้นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๗
หรือมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บรถจากที่เคยได้ยื่นคำขอเดิมไว้เท่านั้น
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบตามข้อ
๑๑ ให้ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ นำรถมาจดทะเบียนตามที่ได้รับความเห็นชอบภายในกำหนด ๙๐
วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
หากผู้ยื่นคำขอไม่นำรถมาจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นอันยกเลิก
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี
นำรถมาจดทะเบียนไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบภายในกำหนด ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอได้รับความเห็นชอบตามจำนวนรถยนต์รับจ้างเพียงเท่าที่ได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่นำรถมาจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ไม่ตัดสิทธิผู้ยื่นคำขอในการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างครั้งใหม่อีก
ข้อ ๑๓ การขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างตามข้อ ๗ (๑)
ผู้ขอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องไม่ขับรถยนต์รับจ้างของตนเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ
หรือระหว่างถูกสั่งยึด พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้
(๒)
ต้องไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้
ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้
หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้
เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตน
(๓)
ในกรณีที่ยินยอมให้ผู้อื่นเข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนต้องจัดทำประวัติคนขับรถของผู้นั้นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง
(๔) ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถต้องมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน
ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน
หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน
๗ วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดรายงานตัว
ข้อ ๑๔ การขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างเพิ่มเติมจากที่จดทะเบียนไว้แล้ว
ให้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี และผู้ขอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑) รถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี
(๒)
ในกรณีมีรถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอครบอายุการใช้งานหรือทะเบียนระงับตามกฎหมายต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียน
และนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถ
(๓) ต้องไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้
ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้
หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้
เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตน ภายในระยะเวลา ๖ เดือนก่อนวันยื่นคำขอ
เว้นแต่การยื่นคำขอรับความเห็นชอบเพื่อจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างเพิ่มเติมมีระยะเวลาห่างจากการจดทะเบียนครั้งแรกไม่ถึง
๖ เดือน
(๔) จัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง
(๕) ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถ
ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน
หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ
ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน
๗ วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดรายงานตัว
ข้อ ๑๕ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอรับความเห็นชอบจำนวนรถเพิ่มเติมแล้วเห็นว่า
ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องและได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามข้อ ๑๔
ครบถ้วนแล้ว ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบพบว่าผู้ยื่นคำขอยังมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๔ (๑) (๒) (๔) และ (๕) ให้ครบถ้วน
ให้นายทะเบียนแจ้งผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวให้ครบถ้วนก่อน
จึงจะดำเนินการต่อไปได้
ในกรณีที่นายทะเบียนตรวจสอบพบว่าผู้ยื่นคำขอฝ่าฝืนเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๔ (๓) ให้นายทะเบียนไม่ให้ความเห็นชอบจำนวนรถเพิ่มเติม จนกว่าจะพ้นกำหนด ๖ เดือน
นับแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว
ในการตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานประกอบคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้นำความในข้อ
๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบตามข้อ
๑๕ ให้ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี
นำรถมาจดทะเบียนตามที่ได้รับความเห็นชอบภายในกำหนด ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน หากผู้ยื่นคำขอไม่นำรถมาจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นอันยกเลิก
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๗ (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี
นำรถมาจดทะเบียนเพิ่มเติมไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบภายในกำหนด
๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน
ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอได้รับความเห็นชอบตามจำนวนรถยนต์รับจ้างเพิ่มเติมเพียงเท่าที่ได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น
ข้อ ๑๗ การขอจดทะเบียนและการขอชำระภาษีประจำปีสำหรับรถ
ให้เจ้าของรถยนต์รับจ้างแสดงหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) หลักฐานการจัดให้มีประกันความเสียหายแก่บุคคลที่สามของรถยนต์รับจ้างแต่ละคันเพิ่มเติมจากการจัดให้มีประกันความเสียหายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่กรมธรรม์ประกันภัยระบุข้อตกลงคุ้มครองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
ดังต่อไปนี้
(ก) ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายต่อหนึ่งคนในแต่ละครั้ง และ
(ข) ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายในแต่ละครั้ง
(๒)
หลักฐานแสดงการใช้วิทยุคมนาคมหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องสื่อสาร
(๓) หลักฐานการจัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างได้รับหนังสือร้องเรียนและมิได้ดำเนินการตามข้อ
๑๓ (๔) หรือข้อ ๑๔ (๕) แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถดำเนินการดังกล่าวให้ครบถ้วนก่อน
จึงจะดำเนินการรับจดทะเบียนและชำระภาษีประจำปีสำหรับรถนั้นต่อไปได้
ข้อ ๑๘ การขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างทดแทนรถที่ครบอายุการใช้งาน
รถที่ทะเบียนระงับตามกฎหมาย
รถที่แจ้งไม่ใช้รถตลอดไปหรือรถที่จดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ ให้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามแบบ
ร.จ. ๑ หรือแบบ ร.จ. ๒ ท้ายระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี ณ
งานการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถยนต์รับจ้างและรถบริการ
ส่วนการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก
พร้อมด้วยหลักฐานตามข้อ ๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แล้วแต่กรณี
พร้อมด้วยหลักฐานแสดงการได้รับความเห็นชอบเดิมภายในกำหนด ๖๐
วันนับแต่วันที่รถนั้นครบอายุการใช้งาน ทะเบียนระงับตามกฎหมาย
แจ้งไม่ใช้รถตลอดไปหรือจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ แล้วแต่กรณี
หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างทดแทนอีกต่อไป
ทั้งนี้
ผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ หรือข้อ ๑๔ แล้วแต่กรณีด้วย
ให้นำความในข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๗
มาใช้บังคับกับกรณีการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างทดแทนตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
ข้อ ๑๙ การโอนรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนแล้ว
ผู้โอนและผู้รับโอนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๓๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ด้วย
ให้นำความในข้อ ๑๗
มาใช้บังคับกับกรณีการโอนรถยนต์รับจ้างตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
ข้อ ๒๐ รถยนต์รับจ้างต้องมีและแสดงเครื่องหมาย
ดังต่อไปนี้
(๑) รถยนต์รับจ้างของบุคคลธรรมดา
ต้องมีเครื่องหมายเป็นหมายเลขทะเบียนรถและข้อความ ร้องเรียนแท็กซี่
โทร. ๑๕๘๔ เป็นตัวเลขอารบิค พ่นด้วยสีขาวตามลักษณะและขนาดที่กำหนดไว้ในแบบ
ร.จ. ๓ ท้ายระเบียบนี้ แสดงไว้ที่ประตูตอนหน้าด้านนอกทั้งสองข้าง
(๒) รถยนต์รับจ้างของนิติบุคคล
ต้องมีเครื่องหมายเป็นชื่อของนิติบุคคล และหมายเลขทะเบียนรถ และข้อความ ร้องเรียนแท็กซี่ โทร. ๑๕๘๔ เป็นตัวเลขอารบิค
พ่นด้วยสีที่ตัดกับสีของตัวรถ ให้มองเห็นได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน
ตามลักษณะและขนาดที่กำหนดไว้ในแบบ ร.จ. ๔ ท้ายระเบียบนี้
แสดงไว้ที่ประตูตอนหน้าด้านนอกทั้งสองข้าง
(๓) รถยนต์รับจ้างของบุคคลธรรมดา
ที่ใช้วิทยุคมนาคมหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องสื่อสารต้องติดข้อความแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์วิทยุสื่อสารหรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่
โดยใช้ข้อความว่า เรียก TAXI โทร....(หมายเลขโทรศัพท์).... โดยตัวอักษรและตัวเลขอารบิคจะต้องใช้สีที่ตัดกับสีของตัวรถ
ให้มองเห็นได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน ตามลักษณะและขนาดที่กำหนดไว้
ในแบบ ร.จ. ๓ ท้ายระเบียบนี้ ติดไว้บริเวณประตูตอนหลังด้านนอกทั้งสองข้าง
และตามแนวด้านบนของกระจกกันลมด้านหลังของรถ
และต้องมีเครื่องหมายแสดงการใช้เครื่องสื่อสารตามที่นายทะเบียนกำหนด
(๔) รถยนต์รับจ้างของนิติบุคคล ต้องติดข้อความแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์วิทยุสื่อสารโดยใช้ข้อความว่า
เรียก TAXI โทร....(หมายเลขโทรศัพท์).... โดยตัวอักษรและตัวเลขอารบิคจะต้องใช้สีที่ตัดกับสีของตัวรถให้มองเห็นได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน
ตามลักษณะและขนาดที่กำหนดไว้ ในแบบ ร.จ. ๔ ท้ายระเบียบนี้ ติดไว้บริเวณประตูตอนหลังด้านนอกทั้งสองข้าง
และตามแนวด้านบนของกระจกกันลมด้านหลังของรถ
และต้องมีเครื่องหมายแสดงการใช้เครื่องสื่อสารตามที่นายทะเบียนกำหนด
ในกรณีที่ต้องการมีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์ของนิติบุคคล
ให้แสดงไว้ที่ประตูตอนหลังด้านนอกทั้งสองข้าง
(๕) ต้องจัดให้มีเครื่องหมายคำว่า ว่าง แสดงเมื่อไม่มีผู้โดยสารติดไว้ด้านในตัวรถ ตอนหน้าด้านซ้ายของคนขับรถ
ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกรถทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน
(๖) ต้องจัดให้มีเครื่องหมายของรถยนต์รับจ้าง
พื้นเครื่องหมายเป็นสีเหลือง ตัวอักษร ประจำหมวดเป็นตัวอักษรภาษาไทยและตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่สีดำ
หมายเลขทะเบียนเป็นหมายเลขอารบิคสีดำ ภายในกรอบเป็นสีดำ
ทำด้วยโลหะคงทนต่อสภาพใช้งานและไม่หลุดลอกโดยง่าย
ยึดติดมั่นคงไว้ที่แนวกึ่งกลางประตูรถตอนหลังด้านในใต้ขอบกระจกทั้งสองข้าง
ในลักษณะที่คนโดยสารสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ตามลักษณะ ขนาด
และการเทียบหมวดตัวอักษรภาษาไทยเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่กำหนดไว้ ในแบบ ร.จ. ๕
ท้ายระเบียบนี้
ในกรณีหมายเลขทะเบียนรถยนต์รับจ้างมีตัวอักษรประจำหมวดแตกต่างไปจากที่กำหนดในแบบ
ร.จ. ๕ การเทียบหมวดตัวอักษรภาษาไทยเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
ข้อ ๒๑ รถยนต์รับจ้างที่ครบอายุการใช้งานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์รับจ้างเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลหรือเป็นรถยนต์ประเภทอื่น
เจ้าของรถยนต์รับจ้างต้องเปลี่ยนแปลงสีของตัวถังรถไม่ให้มีลักษณะเหมือนกับสีของรถยนต์รับจ้าง
และต้องลบหรือถอดเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ใช้กับรถยนต์รับจ้างออก
ข้อ ๒๒ รถยนต์รับจ้างที่ครบอายุการใช้งานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้เจ้าของรถยนต์รับจ้างมีหน้าที่มาดำเนินการต่อนายทะเบียน ณ
งานรถรับจ้างและรถบริการ ส่วนทะเบียนรถยนต์สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๕
กรมการขนส่งทางบก
เพื่อส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียน
เพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทรถ
โดยประทับตรายางด้วยหมึกสีแดงข้อความว่า รถสิ้นสภาพการเป็นรถยนต์รับจ้าง ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่รถนั้นครบอายุการใช้งาน
ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่า
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๓ หรือข้อ ๑๔ แล้วแต่กรณี
นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการใด ๆ
เกี่ยวกับการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้
ข้อ ๒๔ การแจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนตามข้อ
๒๓
ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างมารับทราบข้อกล่าวหาภายใน
๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังนี้
(๑)
หมายเลขทะเบียนรถยนต์รับจ้างคันที่กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๓ หรือข้อ ๑๔ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งชื่อของผู้ขับรถ
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถคันที่ประสงค์ที่จะเพิกถอน
(๒) พยานหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างตามวรรคหนึ่งมีสิทธิชี้แจงหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาต่อนายทะเบียนได้ภายใน
๓๐ วัน นับแต่วันที่รับทราบข้อกล่าวหา
ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างไม่มารับทราบข้อกล่าวหา
หรือมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ไม่มาชี้แจงหรือไม่มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างสละสิทธิแก้ข้อกล่าวหา
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า
มีเหตุอันควรเพิกถอนตามข้อ ๒๓ ให้นายทะเบียนออกคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างนั้น
แต่หากเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรเพิกถอนให้นายทะเบียนแจ้งผลการพิจารณาให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถนั้นทราบ
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
ให้นายทะเบียนดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) บันทึกการเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างลงในฐานข้อมูลของนายทะเบียน
(๒)
มีหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างทราบ
พร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายใน ๑๕ วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน
เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบกภายใน
๑๕ วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของนายทะเบียนในหนังสืออุทธรณ์ให้ระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย
และให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในเรื่องการอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ
ทั้งนี้
การอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการทุเลาการบังคับ
คำสั่งของอธิบดีกรมการขนส่งทางบกให้เป็นที่สุด
ข้อ ๒๗ คำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างตามข้อ
๒๕ มีผลให้ภาษีประจำปีสำหรับรถคันที่ถูกเพิกถอนเป็นอันระงับไป
และกรณีที่มีภาษีประจำปีค้างชำระให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ค้างชำระให้ครบถ้วน
ข้อ ๒๘ เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างตามข้อ
๒๕ ให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์รับจ้างต่อนายทะเบียน
(๒)
นำใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างมาแสดงเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
(๓) เสียภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์รับจ้างที่ค้างชำระพร้อมทั้งเงินเพิ่มให้ครบถ้วน
(ถ้ามี)
ให้เจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างดำเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓)
ภายใน ๖ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้าง
ข้อ ๒๙ ห้ามมิให้นำรถยนต์รับจ้างที่ถูกเพิกถอนทะเบียนรถตามข้อ
๒๕ มาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างอีก
ข้อ ๓๐ ให้รองอธิบดี
(ฝ่ายบริหาร) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
อัฌษไธค์
รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
คำขอรับความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) สำหรับบุคคลธรรมดา (แบบ
ร.จ. ๑)
๒.
คำขอรับความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) สำหรับนิติบุคคล (แบบ
ร.จ. ๒)
๓. ลักษณะ ขนาด
และตำแหน่งเครื่องหมายรถยนต์รับจ้างสำหรับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่)
ของบุคคลธรรมดา (แบบ ร.จ. ๓)
๔. ลักษณะ ขนาด และตำแหน่งเครื่องหมายรถยนต์รับจ้างสำหรับรถยนต์รับจ้าง
(รถแท็กซี่) ของนิติบุคคล (แบบ ร.จ. ๔)
๕. ลักษณะ ขนาด
และตำแหน่งเครื่องหมายรถยนต์รับจ้าง (แบบ ร.จ. ๔)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๑๑/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).