พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด
วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง
จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อสร้างและขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖
สายนครราชสีมา - อุบลราชธานี ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๘ (บุรีรัมย์) -
สุรินทร์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง
จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๕
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด
วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๑๐ตารางวา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง
จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างและขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๒๒๖ สายนครราชสีมา - อุบลราชธานี ตอนแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๘ (บุรีรัมย์) -
สุรินทร์
ตามที่ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้างและขยายทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๐๗๘ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๘
(บุรีรัมย์) - สุรินทร์ ตอนบุรีรัมย์ - กระสัง - ลำชี พ.ศ. ๒๕๓๒
เสร็จแล้วและปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๑๕๑ + ๑๕๑.๕๐ - กม. ที่
๑๕๑ + ๓๓๙.๕๐ ถูกที่วัด วัดบ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๑๐ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์
(น.ส. ๓) เลขที่ ๖๔๒ ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดบ้านหว้าได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวงแล้ว
สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๒ มิถุนายน
๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๒ มิถุนายน
๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๕๑ ก/หน้า ๑๙/๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).