พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ยกฐานะศาลแขวงดุสิต
ศาลแขวงตลิ่งชัน
ศาลแขวงปทุมวัน
และศาลแขวงพระโขนง เป็นศาลจังหวัด
พ.ศ.
๒๕๔๙
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙
เป็นปีที่
๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกฐานะศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงตลิ่งชัน
ศาลแขวงปทุมวัน และศาลแขวงพระโขนง เป็นศาลจังหวัด
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงดุสิต
ศาลแขวงตลิ่งชัน ศาลแขวงปทุมวัน และศาลแขวงพระโขนง เป็นศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๙
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกฐานะศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงตลิ่งชัน
ศาลแขวงปทุมวัน และศาลแขวงพระโขนง เป็นศาลจังหวัด และจะเปิดทำการเป็นศาลจังหวัดเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๔
ศาลจังหวัดดุสิตมีเขตตลอดท้องที่เขตดุสิต
เขตพญาไท เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดดุสิตตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา
๓ ให้ศาลแพ่งและศาลอาญามีเขตอำนาจตลอดท้องที่เขตดุสิต เขตพญาไท และเขตพระนคร และให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้มีเขตอำนาจตลอดท้องที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายด้วย
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๕
ศาลจังหวัดตลิ่งชันมีเขตตลอดท้องที่เขตตลิ่งชัน
เขตทวีวัฒนา เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางแค เขตบางพลัด เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม
กรุงเทพมหานคร
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดตลิ่งชันตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา
๓ ให้ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีมีเขตอำนาจตลอดถึงเขตศาลจังหวัดตลิ่งชันด้วย แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖
ศาลจังหวัดปทุมวันมีเขตตลอดท้องที่เขตปทุมวัน
เขตราชเทวี และเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดปทุมวันตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา
๓ ให้ศาลแพ่งและศาลอาญามีเขตอำนาจตลอดท้องที่เขตราชเทวี และให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้มีเขตอำนาจตลอดท้องที่เขตปทุมวันและเขตสัมพันธวงศ์ด้วย
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๗
ศาลจังหวัดพระโขนงมีเขตตลอดท้องที่เขตคลองเตย
เขตบางนา เขตประเวศ เขตวัฒนา เขตพระโขนง และเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลจังหวัดพระโขนงตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา
๓ ให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตศาลจังหวัดพระโขนงด้วย
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๘
บรรดาคดีของท้องที่เขตดุสิต เขตพญาไท
เขตพระนคร และเขตราชเทวี ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งหรือศาลอาญาในวันเปิดทำการศาลจังหวัดดุสิตหรือศาลจังหวัดปทุมวันให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแพ่งหรือศาลอาญา
แล้วแต่กรณี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญามีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดดุสิตหรือศาลจังหวัดปทุมวัน
ให้ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจและให้ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๙
บรรดาคดีของท้องที่เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา
เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางแค เขตบางพลัด เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งธนบุรีหรือศาลอาญาธนบุรีในวันเปิดทำการศาลจังหวัดตลิ่งชัน
ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแพ่งธนบุรีหรือศาลอาญาธนบุรี แล้วแต่กรณี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดตลิ่งชัน
ให้ศาลอาญาธนบุรีมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
และให้ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๑๐
บรรดาคดีของท้องที่เขตปทุมวัน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
และเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดดุสิตหรือศาลจังหวัดปทุมวัน
ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแพ่งกรุงเทพใต้หรือศาลอาญากรุงเทพใต้แล้วแต่กรณี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดดุสิตหรือศาลจังหวัดปทุมวัน
ให้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
และให้ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๑๑
บรรดาคดีของท้องที่เขตคลองเตย เขตบางนา
เขตประเวศ เขตวัฒนา เขตพระโขนงและเขตสวนหลวง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดพระโขนง
ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแพ่งกรุงเทพใต้หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ แล้วแต่กรณี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลจังหวัดพระโขนง
ให้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
และให้ถือว่าผู้ต้องหานั้นอยู่ในอำนาจของศาลที่ชำระคดีดังกล่าว
มาตรา ๑๒
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันประชากรของกรุงเทพมหานครมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและมีคดีเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ
ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาปริมาณในงานคดีต่าง ๆ ของศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลแพ่งธนบุรี
ศาลอาญาธนบุรี ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งจะทำให้การพิจารณาคดีของศาลดังกล่าวเกิดประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้เกี่ยวข้องในการเดินทางไปศาล
สมควรยกฐานะศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงตลิ่งชัน ศาลแขวงปทุมวัน และศาลแขวงพระโขนง เป็นศาลจังหวัด
เพื่อให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวงที่อยู่ในเขตอำนาจ จึงจำเป็นต้องตราระราชบัญญัตินี้
ปริญสินีย์/แก้ไข
วศิน/ตรวจ
๔
ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๔/๒๐ มกราคม ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).