กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การยื่นคำขอและการรับรองสมาคมเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๐
วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
เงื่อนไขเกี่ยวกับสมาคม
กรรมการ และสมาชิก
ข้อ ๒ สมาคมที่จะขอรับการรับรองเพื่อให้มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคต้องมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคหรือต่อต้านการแข่งขันอันไม่เป็นธรรมทางการค้าและมีเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑)
เป็นสมาคมที่จดทะเบียนตามกฎหมายมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีโดยนับถึงวันยื่นคำขอรับการรับรอง
(๒) มีผลงานหรือการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในราชอาณาจักรเป็นที่ปรากฏชัด
ข้อ ๓ กรรมการของสมาคมต้องมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๔)
เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดในคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
(๕) เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสียในกิจการหรือธุรกิจของเอกชน
หรือในสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หรือรวมตัวกันเพื่อประโยชน์ทางการค้า
ข้อ ๔ สมาชิกของสมาคมต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ข้อ ๕ สมาคมต้องกำหนดวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับการฟ้องคดีไว้ในข้อบังคับของสมาคม
ดังต่อไปนี้
(๑)
คณะกรรมการของสมาคมต้องแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์เป็นผู้ตรวจสอบคดี
ทำหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลทางกฎหมายในการดำเนินคดีก่อนที่สมาคมจะฟ้องคดีใด ๆ
เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
(๒) เมื่อสมาคมได้ยื่นฟ้องคดีใดแล้ว
ให้ส่งสำเนาคำฟ้องให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง
(๓) ถ้าได้มีคำพิพากษาในคดีที่สมาคมได้ยื่นฟ้องแล้ว
ให้ส่งสำเนาคำพิพากษานั้นให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษา
(๔)
ถ้าสมาคมจะถอนฟ้องคดีใดต้องแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
(๕) ในการฟ้องคดีสมาคมจะเรียกเงินหรือทรัพย์สินใดจากผู้บริโภคไม่ได้
เว้นแต่ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่เกี่ยวกับการมอบหมายให้เรียกค่าเสียหายแทนสมาชิกของสมาคมซึ่งต้องชำระต่อศาล
(๖)
สมาคมจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมเกี่ยวกับการฟ้องคดีในรายละเอียดของกรณีที่เพิ่มเติมจากกฎกระทรวงนี้
หรือในกรณีอื่นด้วยตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด
การยื่นคำขอรับการรับรองสมาคม
ข้อ ๖ การยื่นคำขอรับการรับรองสมาคม
ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามแบบที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประกาศกำหนดและต้องมีเอกสารหรือหลักฐานซึ่งรับรองความถูกต้องแล้ว
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมาคม
สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม
และสำเนาข้อบังคับของสมาคม
(๒)
หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีอำนาจทำการขอรับการรับรองแทนสมาคมพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ
(๓) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของสมาชิก พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
หรือสำเนาหนังสือเดินทาง
(๔) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของกรรมการของสมาคม
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง
(๕) รายชื่อผู้ตรวจสอบคดีซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์
พร้อมสำเนาปริญญาบัตรและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(๖)
สำเนารายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ที่แสดงว่าที่ประชุมได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว ดังนี้
(ก)
สมาชิกของสมาคมที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการของสมาคมทุกคนเป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๓ และ
(ข)
สัดส่วนของกรรมการของสมาคมและสมาชิกของสมาคมถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ และข้อ ๔
(๗)
เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงถึงการมีผลงานหรือการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในราชอาณาจักรที่ปรากฏชัด
เช่น ภาพถ่ายกิจกรรมที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือเอกสารการสัมมนาหรือเอกสารที่แสดงถึงผลงานดังกล่าว
ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอรับการรับรองสมาคม
ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอและเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ
๖ และให้ออกใบรับคำขอแก่สมาคมหรือผู้ทำการแทนไว้เป็นหลักฐาน
ใบรับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่รับคำขอ
และลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ
การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับคำขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน
หากไม่สามารถดำเนินการพิจารณาได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ขยายระยะเวลาพิจารณาคำขอได้ไม่เกินสองครั้ง
ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน
และให้บันทึกเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณานั้นไว้ด้วย
หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด
ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมแล้ว
หากกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้การรับรอง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออกหนังสือรับรองให้แก่สมาคมตามแบบที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประกาศกำหนด
หรือกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรอง
ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีหนังสือแจ้งสมาคมพร้อมระบุเหตุผลที่ไม่ให้การรับรองนั้น
และแนบมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้สมาคมทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
การแจ้งมติตามวรรคหนึ่ง
ให้ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ
การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๑๐ สมาคมที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรองอาจยื่นคำขอรับการรับรองได้ใหม่เมื่อพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ
ข้อ ๑๑ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอาจสนับสนุนสมาคมที่ได้รับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกิจการของสมาคมเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคได้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๒ สมาคมซึ่งได้รับหนังสือรับรองจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าหนังสือรับรองนั้นเป็นหนังสือรับรองตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๓ คำขอรับการรับรองสมาคมที่ได้ยื่นไว้แล้วและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ถือว่าเป็นคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม
และถ้าคำขอรับการรับรองดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้
ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับการรับรองเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ได้
ข้อ ๑๔ บรรดาระเบียบและประกาศที่ออกตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปได้เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ.
๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และกฎกระทรวง ฉบับที่
๙ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการรับรองการเป็นสมาคมที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน
จำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ประกอบกับการยื่นคำขอและการรับรองดังกล่าวได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงหลายฉบับทำให้ไม่สะดวกในการตรวจสอบ
สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขดังกล่าวเสียใหม่โดยรวมไว้เป็นฉบับเดียว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๔ สิงหาคม
๒๕๕๕
ชาญ/ผู้ตรวจ
๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๘๐ ก/หน้า ๔๔/๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).