มาตรา ๕
ให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เรียกโดยย่อว่า
กอ.รมน. ขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรี
มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
กอ.รมน.
มีฐานะเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
โดยวิธีการปฏิบัติราชการและการบริหารงาน การจัดโครงสร้าง
การแบ่งส่วนงานและอำนาจหน้าที่ของส่วนงาน และอัตรากำลัง
ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
เรียกโดยย่อว่า ผอ.รมน. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างใน กอ.รมน.
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของ กอ.รมน.
โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ผู้อำนวยการอาจแต่งตั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการจากข้าราชการในสังกัด
กอ.รมน. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นได้ตามความเหมาะสม
โดยคำนึงถึงโครงสร้างและการแบ่งส่วนงานภายในของ กอ.รมน.
ให้เสนาธิการทหารบกเป็นเลขาธิการ
กอ.รมน. มีหน้าที่รับผิดชอบงานอำนวยการและธุรการของ กอ.รมน.
รองผู้อำนวยการ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเลขาธิการ กอ.รมน. มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน
และลูกจ้างใน กอ.รมน. รองจากผู้อำนวยการและมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจทำนิติกรรม
ฟ้องคดี ถูกฟ้องคดี
และดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับคดีอันเกี่ยวเนื่องกับอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ทั้งนี้
โดยกระทำในนามของสำนักนายกรัฐมนตรี
ในการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้รองผู้อำนวยการเป็นผู้ปฏิบัติหรือใช้อำนาจแทนก็ได้
มาตรา ๖ ให้ กอ.รมน.
เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง
มาตรา ๗ ให้ กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)[๓]
ติดตาม ตรวจสอบ ประสานงาน และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ทั้งภายในและนอกราชอาณาจักร
ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
และรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
(๒)[๔]
อำนวยการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่เสนอแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานและดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยแผนและแนวทางนั้นต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้
ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามแผนและแนวทางนั้นด้วย
เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนและแนวทางตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานและโครงการเพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องกับแผนและแนวทางดังกล่าว[๕]
(๓)
อำนวยการ ประสานงาน
และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามแผนและแนวทางในการปฏิบัติงานตาม
(๒) ในการนี้ คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ กอ.รมน.
มีอำนาจในการกำกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดด้วยก็ได้
(๔)
เสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักในหน้าที่ที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา
และพระมหากษัตริย์ สร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ
รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและความสงบเรียบร้อยของสังคม
(๕)
ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติหรือตามที่คณะรัฐมนตรี
สภาความมั่นคงแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๘
นอกจากการมอบอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้วบรรดาอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้ ผอ.รมน.ภาค ผอ.รมน.จังหวัด
หรือผู้อำนวยการศูนย์หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นปฏิบัติแทนก็ได้
มาตรา ๙[๖]
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.
ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ใน
กอ.รมน. ตามที่ผู้อำนวยการร้องขอและให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลหรือองค์กรอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันของหน่วยงานของรัฐนั้นจัดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ยัง
กอ.รมน. มีอัตรากำลังแทนตามความจำเป็นแต่ไม่เกินจำนวนอัตรากำลังที่จัดส่งไป
โดยการจัดอัตรากำลังแทนดังกล่าวอาจจัดเป็นรายอัตราหรือเป็นหน่วยก็ได้
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน กอ.รมน.
ตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราที่ได้รับอยู่เดิมต่อไป
สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๑๐[๗]
ให้มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรคณะหนึ่งประกอบด้วย
นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานกรรมการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก
ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการ และเลขาธิการ กอ.รมน.
เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการใน กอ.รมน.
เป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่กำกับ
ให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่อ กอ.รมน. ในการปฏิบัติงานในอำนาจหน้าที่ของ
กอ.รมน. รวมตลอดทั้งอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
วางระเบียบเกี่ยวกับการอำนวยการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.
กอ.รมน.ภาค กอ.รมน. จังหวัด คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๓) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงินการคลัง
การพัสดุและการจัดการทรัพย์สินของ กอ.รมน.
(๔) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รมน.
โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ
อย่างน้อยให้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือมีประสบการณ์ด้านรัฐศาสตร์
รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
การรักษาความมั่นคงของรัฐ
สื่อมวลชนและมีหน้าที่ในการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
และให้คำปรึกษาตามที่คณะกรรมการหารือ
(๕)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
มาตรา ๑๑
เมื่อมีกรณีจำเป็นในอันที่จะรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ของกองทัพภาคใด
คณะกรรมการโดยคำเสนอแนะของผู้อำนวยการจะมีมติให้กองทัพภาคนั้นจัดให้มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
เรียกโดยย่อว่า กอ.รมน.ภาค ก็ได้
ให้
กอ.รมน.ภาค เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อ กอ.รมน.
โดยมีแม่ทัพภาคเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค เรียกโดยย่อว่า
ผอ.รมน.ภาค
มีหน้าที่รับผิดชอบและสนับสนุนการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของ
กอ.รมน.ภาค ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการและลูกจ้างของกองทัพภาค
รวมตลอดทั้งข้าราชการ พนักงาน
และลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเขตพื้นที่ให้มาปฏิบัติงานประจำหรือเป็นครั้งคราวใน
กอ.รมน.ภาค ได้ตามที่ ผอ.รมน.ภาค เสนอ
ผอ.รมน.ภาค
เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างที่ได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติงานใน
กอ.รมน.ภาค และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของ กอ.รมน.ภาค
การจัดโครงสร้าง
การแบ่งส่วนงานและอำนาจหน้าที่ อัตรากำลัง และการบริหารงานของส่วนงานภายใน กอ.รมน.ภาค
ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการกำหนดตามข้อเสนอของ ผอ.รมน. ภาค
ให้
กอ.รมน. และกองทัพภาคพิจารณาให้การสนับสนุนด้านบุคลากร งบประมาณและทรัพย์สิน
ในการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค ตามที่ ผอ.รมน.ภาค ร้องขอ และให้นำความในมาตรา ๙
มาใช้บังคับกับ กอ.รมน.ภาค ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑/๑[๘]
ในกรณีที่มีการจัดให้มี กอ.รมน. ภาค ตามมาตรา ๑๑ ให้ กอ.รมน. ภาค
แต่ละแห่งมีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคประกอบด้วย ผอ.รมน.ภาค
เป็นประธานกรรมการ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด แม่ทัพน้อย
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีอาวุโสสูงสุด
และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ อธิบดีอัยการภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่
ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่อยู่ในเขตพื้นที่
ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่
หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่
หัวหน้าส่วนราชการอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่ซึ่ง ผอ.รมน.ภาค แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ผอ.รมน.ภาค
แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ
ให้เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
เป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๑๑/๒[๙]
คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ
และประเมินผลการดำเนินงานการรักษาความมั่นคงภายในภาค
(๒) นำนโยบายของรัฐบาล
และนโยบายในการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการไปสู่การปฏิบัติโดยกำหนดมาตรการที่เหมาะสม
สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่
(๓) บูรณาการ ประสานงาน
และเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเขตพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ
(๔) ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ การปฏิบัติงานของ
กอ.รมน.จังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๕)
แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๖) มีหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
มาตรา ๑๒
เพื่อประโยชน์ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
ผอ.รมน.ภาค อาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาคขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการมีจำนวนไม่เกินห้าสิบคนโดยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนในพื้นที่ทุกภาคส่วน
มีหน้าที่ในการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
และให้คำปรึกษาตามที่ ผอ.รมน.ภาค ร้องขอ
มาตรา ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุน ช่วยเหลือ
และปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค ตามมาตรา ๑๑ ผอ.รมน.ภาค
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้อำนวยการจะตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
เรียกโดยย่อว่า กอ.รมน.จังหวัด
ขึ้นในจังหวัดที่อยู่ในเขตของกองทัพภาคเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อ กอ.รมน.ภาค ก็ได้
โดยมีหน้าที่รับผิดชอบและสนับสนุนการรักษาความมั่นคงภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของจังหวัดนั้นตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเรียกโดยย่อว่า
ผอ.รมน.จังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง
และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของ กอ.รมน.จังหวัด
การจัดโครงสร้าง
การแบ่งส่วนงานและอำนาจหน้าที่ อัตรากำลัง และการบริหารงานของส่วนงานภายใน
กอ.รมน.จังหวัด ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
ให้
กอ.รมน. และจังหวัดพิจารณาให้การสนับสนุนด้านบุคลากร
งบประมาณและทรัพย์สินในการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.จังหวัด ตามที่ ผอ.รมน.จังหวัด
ร้องขอ และให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับกับ กอ.รมน.จังหวัด ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๓/๑[๑๐] ในกรณีที่มีการตั้ง
กอ.รมน. จังหวัด ตามมาตรา ๑๓ ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละแห่ง
มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประกอบด้วย ผอ.รมน. จังหวัด
เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าที่ทำการอัยการจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร
และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด
โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพลังงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงแรงงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด
ผู้แทนมณฑลทหารบกที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอื่นซึ่ง ผอ.รมน.
จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผอ.รมน. จังหวัด
แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ
ให้ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๑๓/๒[๑๑]
คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ
และประเมินผลการดำเนินงานรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๒)
กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
และพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและแผนงานโครงการด้านอื่น
ๆ อาทิ ด้านการรักษาความสงบ เรียบร้อย
ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงภายในจังหวัด
(๓)
กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในจังหวัดเพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการพิจารณา
(๔)
พิจารณาให้ความเห็นต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด
โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบการพิจารณา
(๕)
ให้คำปรึกษาแนะนำหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๖)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๗)
เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๔
เพื่อประโยชน์ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
ผอ.รมน.จังหวัด อาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน.จังหวัดขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการมีจำนวนไม่เกินสามสิบคนโดยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนในพื้นที่ทุกภาคส่วน
มีหน้าที่ในการเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรือป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
และให้คำปรึกษาตามที่ ผอ.รมน.จังหวัด ร้องขอ
มาตรา ๑๔/๑[๑๒] การประชุม
การปฏิบัติหน้าที่ และการพ้นจากตำแหน่งของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานตามมาตรา ๑๑/๒
(๕) และมาตรา ๑๓/๒ (๖)
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกำหนด
ภารกิจการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).