กฎกระทรวง
กำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๗ วรรคห้าแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
กรรมการ หมายความว่า กรรมการการอาชีวศึกษา
องค์กรเอกชน หมายความว่า คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ทั้งนี้ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษา
องค์กรวิชาชีพ หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายที่มีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการอาชีวศึกษา
สถานประกอบการ หมายความว่า สถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษามีกรรมการจำนวนไม่เกินยี่สิบเก้าคน ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
(๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนสามคน
(๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน
(๕) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน
(๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่น้อยกว่าสิบสามคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ทางด้านอุตสาหกรรม ด้านธุรกิจหรือบริการ ด้านเกษตรและประมง ด้านกฎหมาย ด้านการเงินการคลังหรือการลงทุน ด้านการพัฒนากำลังคน ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาคเอกชน ด้านการจัดการศึกษาพิเศษ หรือด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน
ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ หรือในการประกอบวิชาชีพ
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
(๘) ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการคุรุสภา หรือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคราวเดียวกันอีกเกินกว่าหนึ่งคณะ
ข้อ ๕ การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้สรรหาและเลือกจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนตามข้อ ๓ (๓) ให้คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย เสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ องค์กรละไม่เกินสองคน แล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือจำนวนสามคน ซึ่งองค์กรเอกชนหนึ่งจะมีกรรมการได้ไม่เกินองค์กรละหนึ่งคน
(๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อ ๓ (๔) ให้สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ แห่งละไม่เกินหนึ่งคนแล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือจำนวนหนึ่งคน
(๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพตามข้อ ๓ (๕) ให้องค์กรวิชาชีพแต่ละองค์กรเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ องค์กรละไม่เกินสองคน
(๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖) ให้สถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษาของรัฐทั้งที่เป็นส่วนราชการในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาหรือเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาอาชีวศึกษาภาคเอกชน และสถานประกอบการเสนอชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ ตามข้อ ๓ (๖) แห่งละหนึ่งคน
การเสนอชื่อตามความในข้อนี้ให้ดำเนินการโดยความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และหากองค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถานศึกษา หรือสถานประกอบการใด แล้วแต่กรณี ไม่เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าองค์กรเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถานศึกษา หรือสถานประกอบการนั้น ไม่ประสงค์ที่จะเสนอชื่อผู้เป็นกรรมการ
ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรรมการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจำนวนสองคน เพื่อทำหน้าที่สรรหากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพตามข้อ ๓ (๕) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖)
ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๓) และ (๔) ดังต่อไปนี้
(๑) สรรหาผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๓) ให้เหลือจำนวนสองคน เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกจำนวนหนึ่งคนเพื่อเสนอเป็นกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ
(๒) สรรหาผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๔) ให้เหลือจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบสองคนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเลือกคนหนึ่งเพื่อเสนอเป็นประธานกรรมการ และเลือกอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสิบสามคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนเพื่อเสนอเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖)
ข้อ ๘ เมื่อดำเนินการเลือกตามข้อ ๕ และข้อ ๗ เสร็จสิ้นแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ข้อ ๙ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาประกาศกำหนด
ข้อ ๑๐ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้ ในกรณีนี้ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการชุดใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ และให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขึ้นใหม่ตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน จึงไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาโดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชน สมควรปรับปรุงองค์ประกอบ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒
นุสรา/ตรวจ
๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้า ๑/๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).