我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2562

子法規・公布 2019-03-13・全 14 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๗ วรรคห้าแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการการอาชีวศึกษา “องค์กรเอกชน” หมายความว่า คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ทั้งนี้ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษา “องค์กรวิชาชีพ” หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายที่มีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการอาชีวศึกษา “สถานประกอบการ” หมายความว่า สถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษามีกรรมการจำนวนไม่เกินยี่สิบเก้าคน ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนสามคน (๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน (๕) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน (๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่น้อยกว่าสิบสามคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ ทางด้านอุตสาหกรรม ด้านธุรกิจหรือบริการ ด้านเกษตรและประมง ด้านกฎหมาย ด้านการเงินการคลังหรือการลงทุน ด้านการพัฒนากำลังคน ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาคเอกชน ด้านการจัดการศึกษาพิเศษ หรือด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ หรือในการประกอบวิชาชีพ (๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา (๘) ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการคุรุสภา หรือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคราวเดียวกันอีกเกินกว่าหนึ่งคณะ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้สรรหาและเลือกจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนตามข้อ ๓ (๓) ให้คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย เสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ องค์กรละไม่เกินสองคน แล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือจำนวนสามคน ซึ่งองค์กรเอกชนหนึ่งจะมีกรรมการได้ไม่เกินองค์กรละหนึ่งคน (๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อ ๓ (๔) ให้สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ แห่งละไม่เกินหนึ่งคนแล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือจำนวนหนึ่งคน (๓) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพตามข้อ ๓ (๕) ให้องค์กรวิชาชีพแต่ละองค์กรเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ องค์กรละไม่เกินสองคน (๔) การสรรหาและการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖) ให้สถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษาของรัฐทั้งที่เป็นส่วนราชการในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาหรือเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาอาชีวศึกษาภาคเอกชน และสถานประกอบการเสนอชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ ตามข้อ ๓ (๖) แห่งละหนึ่งคน การเสนอชื่อตามความในข้อนี้ให้ดำเนินการโดยความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และหากองค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถานศึกษา หรือสถานประกอบการใด แล้วแต่กรณี ไม่เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าองค์กรเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถานศึกษา หรือสถานประกอบการนั้น ไม่ประสงค์ที่จะเสนอชื่อผู้เป็นกรรมการ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรรมการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจำนวนสองคน เพื่อทำหน้าที่สรรหากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพตามข้อ ๓ (๕) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖) ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาผู้ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๓) และ (๔) ดังต่อไปนี้ (๑) สรรหาผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๓) ให้เหลือจำนวนสองคน เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกจำนวนหนึ่งคนเพื่อเสนอเป็นกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ (๒) สรรหาผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ (๔) ให้เหลือจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบสองคนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเลือกคนหนึ่งเพื่อเสนอเป็นประธานกรรมการ และเลือกอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสิบสามคนแต่ไม่เกินสิบห้าคนเพื่อเสนอเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๓ (๖)

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อดำเนินการเลือกตามข้อ ๕ และข้อ ๗ เสร็จสิ้นแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ

ข้อ ๙

ข้อ ๙ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาประกาศกำหนด

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้ ในกรณีนี้ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการชุดใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ และให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขึ้นใหม่ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน จึงไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาโดยให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชน สมควรปรับปรุงองค์ประกอบ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นุสรา/ตรวจ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้า ๑/๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查