กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๑๕ (พ.ศ.
๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๑๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมืองพ.ศ. ๒๕๑๘
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๒
เมื่อจะวางและจัดทำผังเมืองรวมของท้องที่ใด
ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
จัดให้มีการโฆษณาโดยทางวิทยุกระจายเสียงที่สามารถรับฟังได้ในท้องที่นั้น
และโดยทางหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันที่มีจำหน่ายในท้องที่นั้นเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ดวันเพื่อให้ประชาชนทราบถึงการที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมดังกล่าว
การโฆษณาตามวรรคหนึ่ง
อย่างน้อยต้องมีข้อความเกี่ยวกับชื่อท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม วัน เวลา
และสถานที่ที่จะปิดประกาศแสดงรายการต่าง ๆ ตามข้อ ๓ ด้วย
ข้อ ๓ เมื่อได้โฆษณาตามข้อ ๒ แล้ว
ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณีปิดประกาศแสดงรายการดังต่อไปนี้ คือ
(๑) วัตถุประสงค์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(๒) แผนที่แสดงเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
(๓)
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง
และแผนผังอื่นตามที่เห็นสมควร พร้อมทั้งข้อกำหนดประกอบแผนผังนั้นด้วย
แผนผังดังกล่าวอาจทำเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับก็ได้
(๔) รายการประกอบแผนผัง
(๕) นโยบาย
มาตรการและวิธีดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ในการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(๖) ข้อความเกี่ยวกับ วัน เวลา
และสถานที่ที่จะจัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
รวมทั้งข้อความเชิญชวนให้ประชาชนในท้องที่ดังกล่าวมาแสดงข้อคิดเห็นในการประชุมที่จะจัดให้มีขึ้นด้วย
(๗) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชน
ข้อ ๔ ประกาศตามข้อ ๓
ให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้
ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(๑) กรมการผังเมือง
ที่ว่าการเขตหรือที่ทำการแขวงของกรุงเทพมหานคร สำหรับกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานผังเมืองจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ
ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล
และสาธารณสถานอื่น ๆ ในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมสำหรับจังหวัดอื่น
ข้อ ๕ ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี จัดให้มีการประชุมตาม วัน เวลา และ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในประกาศตามข้อ
๓
เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ
ส่วนการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป
ให้ประธานในที่ประชุมแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าจะมีหรือไม่
ถ้ามีการประชุมครั้งต่อไป
ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
ดำเนินการปิดประกาศแสดงรายการตามข้อ ๓ ที่ได้จัดทำขึ้นภายหลังการประชุมครั้งก่อน
ทั้งนี้ ให้นำวิธีการปิดประกาศตามความในข้อ ๔
และการจัดประชุมตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับการประชุมครั้งต่อไปด้วย
ข้อ ๖ ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี มีหนังสือเชิญผู้แทนสมาคมองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน
และบุคคลหรือคณะบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตามที่เห็นสมควรเข้าร่วมการประชุมและแสดงข้อคิดเห็นในการประชุมที่จัดให้มีขึ้นตามข้อ
๕ ด้วย
ข้อ ๗ ในการประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิแสดงข้อคิดเห็น
(๑)
เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารดังกล่าว
(๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล
สมาชิกสภาตำบล หรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล กรรมการสุขาภิบาล
และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น
แห่งท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
ข้อ ๘ การแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ต้องเป็นข้อคิดเห็นที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหรือการพัฒนาท้องถิ่นที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
ข้อ ๙
ในการประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนแต่ละครั้ง
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานที่ประชุม
ถ้าเป็นการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่คาบเกี่ยวกันตั้งแต่สองจังหวัดขึ้นไป
ให้ประธานคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมที่คณะกรรมการผังเมืองแต่งตั้งเป็นประธานที่ประชุม
ให้คณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผังเมืองรวมจากบุคคลต่าง
ๆ แล้วให้คำปรึกษาและความคิดเห็นแก่กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณีด้วย
ข้อ ๑๐
ในวันประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชน
การแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวม อาจทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้
การแสดงข้อคิดเห็นเป็นหนังสือ ให้กระทำได้ทั้งก่อนการประชุม
ระหว่างการประชุมและภายหลังการประชุม
การแสดงข้อคิดเห็นภายหลังการประชุม
จะต้องกระทำก่อนที่กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
เสนอผังเมืองรวมที่จะวางและจัดทำนั้นต่อคณะกรรมการผังเมือง
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่บุคคลตามข้อ ๗ (๑)
ประสงค์จะแสดงข้อคิดเห็นเป็นหนังสือหนังสือดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
คือ
(๑) ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ และลายมือชื่อของผู้แสดงข้อคิดเห็น
และในกรณีที่เป็นการแสดงข้อคิดเห็นแทนผู้อื่น จะต้องแนบใบมอบฉันทะให้แสดงข้อคิดเห็นแทนด้วย
(๒)
ระบุหลักฐานแสดงฐานะการเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน
หรืออาคารซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น
(๓)
ระบุเรื่องอันเป็นผลกระทบต่อสิทธิของตนเองหรือประโยชน์ของส่วนรวมที่เกิดหรืออาจจะเกิดจากผังเมืองรวมที่จะวางและจัดทำนั้นพร้อมทั้งเหตุผล
ข้อ ๑๒ ให้กรมการผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี นำข้อคิดเห็นของบุคคลตามข้อ ๖ ข้อ ๗
และของคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมตามข้อ ๙ วรรคสอง
ไปประกอบการพิจารณาวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือทบทวนผังเมืองรวมที่ได้วางและจัดทำขึ้นไว้แล้วก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการผังเมืองพิจารณา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
เสนาะ เทียนทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๑๘)ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ที่กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณา
การประชุมและการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้นได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว
และมีข้อกำหนดที่ไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวเสียใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ปรับปรุง
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๓/๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).