พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร
ทบวงมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๔๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เป็นปีที่ ๕๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร
ทบวงมหาวิทยาลัยเสียใหม่ เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร
ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร
ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๔
ให้จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย ดังนี้
(๑) สำนักงานอธิการบดี
(๒) บัณฑิตวิทยาลัย
(๓) คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
(๔) คณะโบราณคดี
(๕) คณะเภสัชศาสตร์
(๖) คณะมัณฑนศิลป์
(๗) คณะวิทยาศาสตร์
(๘) คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
(๙) คณะศึกษาศาสตร์
(๑๐) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
(๑๑) คณะอักษรศาสตร์
(๑๒) สถาบันวิจัยและพัฒนา
(๑๓) สำนักหอสมุดกลาง
(๑๔) ศูนย์คอมพิวเตอร์
(๑๕) หอศิลป์
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย
ได้ขยายภารกิจและการดำเนินการจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์เพิ่มขึ้น
สมควรแก้ไขชื่อ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็น คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและการดำเนินการจัดการศึกษาดังกล่าว ดังนั้น
จึงสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร
ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๓ เสียใหม่ และโดยที่มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร
พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติว่า การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ
วิทยาลัย สถาบัน สำนัก และศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
กนกพร/ผู้จัดทำ
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
กวินทราดา/ผู้ตรวจ
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๗๖ ก/หน้า ๓/๖ กันยายน ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).