พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรป
และสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย
ให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑)
ให้ยอมรับนับถือว่า
ประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทยเป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒)
ให้คณะผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปในประเทศไทย
หัวหน้าคณะผู้แทนและบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนชาติของรัฐภาคีของประชาคมยุโรปที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประจำในประเทศไทยและสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นเดียวกับที่ได้ให้แก่บุคคลในคณะผู้แทนทางการทูตประจำประเทศไทย
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยและประชาคมยุโรปได้ลงนามในคำแถลงร่วมเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป
ณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑
รับรองสภาพนิติบุคคลของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป
และให้ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันเท่ากับคณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทย
เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานและการให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์ดังกล่าว
สมควรมีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานของประชาคมยุโรปและสำนักงานคณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
ปัทมา/แก้ไข
วศิน/ตรวจ
๕ มีนาคม ๒๕๕๓
โชติกานต์/ปรับปรุง
๓๐ มกราคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๔๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๖/๒๕ มีนาคม ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).