ข้อ ๒ เมื่อมีกรณีที่ทางราชการเลิกหรือยุบหน่วยงานหรือตำแหน่งใดที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดปฏิบัติหน้าที่หรือดำรงตำแหน่งอยู่
ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
แจ้งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นทราบและให้แสดงความประสงค์ว่าต้องการจะรับราชการต่อไปหรือไม่
ในกรณีที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นไม่ประสงค์จะรับราชการต่อไป
ให้ผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพราะเหตุที่มีการเลิกหรือยุบหน่วยงานหรือตำแหน่งนั้นนับแต่วันที่หน่วยงานหรือตำแหน่งนั้นเลิกหรือถูกยุบ
และให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นได้รับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนดตามมาตรา ๘๓ (๔)
ในกรณีที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นประสงค์จะรับราชการต่อไป
ให้ข้าราชการผู้นั้นแสดงความจำนงด้วยว่าได้แสดงความประสงค์จะขอย้ายหรือโอนไปรับราชการในตำแหน่งใดหรือที่หน่วยงานใดหรือส่วนราชการใด
ในกรณีที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นอยู่ในระหว่างการรับราชการชดใช้ทุน
ข้าราชการผู้นั้นไม่ต้องแสดงความประสงค์ตามวรรคหนึ่ง
และให้ย้ายหรือโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นไปรับราชการต่อไป ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษที่ไม่อาจดำเนินการดังกล่าวได้
การดำเนินการต่อไปในเรื่องนั้นจะสมควรดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ร. กำหนด