พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการครู
พ.ศ. ๒๕๒๓
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓
เป็นปีที่ ๓๕
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
พ.ศ. ๒๕๒๓
มาตรา ๒
พระราชบัญญัติให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓
เป็นต้นไป
*[รก. ๒๕๒๓/๑๕๘/๓๗พ/๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๓]
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
ข้าราชการครู หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งตาม
พระราชบัญญัตินี้ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือน
ในกระทรวงศึกษาธิการ
*หน่วยงานทางการศึกษา หมายความว่า
(๑) โรงเรียน วิทยาลัย และสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของกระทรวง
ศึกษาธิการ
(๒) สำนักงานศึกษาธิการกิ่งอำเภอ สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ สำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการเขต
และหน่วยศึกษานิเทศก์
(๓) สำนักงานการประถมศึกษากิ่งอำเภอ สำนักงานการประถมศึกษา
อำเภอ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
และสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
(๔) สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด และสำนักงานสามัญศึกษากรุงเทพ
มหานคร
(๕) ส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
แผ่นดินและมีลักษณะทำนองเดียวกับ (๒) หรือ (๓) และ ก.ค.
กำหนดให้เป็นหน่วยงานทาง
การศึกษา
กรม หมายความรวมถึง
ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งมีข้าราชการครูในสังกัดด้วย
อ.ก.ค. จังหวัด หมายความรวมถึง อ.ก.ค. กรุงเทพมหานครด้วย
อธิบดี หมายความรวมถึง
หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมใน
กระทรวงศึกษาธิการด้วย
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
*[มาตรา ๓ นิยามคำว่า หน่วยงานทางการศึกษา แก้ไขโดยพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๔
ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในส่วนที่
เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ
มาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูโดยอนุโลม เว้นแต่ใน
พระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับตาม
วรรคหนึ่ง ให้บรรดาอำนาจและหน้าที่ของ ก.พ.
เป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.ค. และในกรณีใด
ที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ ก.พ.
ออกกฎ ก.พ. หรือระเบียบ
ในกรณีนั้น ให้ ก.ค. ออกกฎ ก.ค. หรือระเบียบแทน
บรรดาคำว่า ข้าราชการพลเรือน
ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ
และข้อบังคับอื่นใด ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูด้วย
เว้นแต่จะได้มีกฎหมาย ประกาศ
ระเบียบ
หรือข้อบังคับอื่นใดบัญญัติไว้สำหรับข้าราชการครูโดยเฉพาะ
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้
คณะกรรมการข้าราชการครู
มาตรา ๖
ให้มีคณะกรรมการข้าราชการครูคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ค.
ประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายเป็น
ประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ.
เลขาธิการคุรุสภา ผู้ทรงคุณวุฒิใน
หลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคย
รับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ามาแล้ว
และมิได้เป็นข้าราชการ
การเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง จำนวนห้าคน
โดยต้องเป็นผู้ซึ่งรับราชการอยู่ไม่น้อยกว่าสามคน
และข้าราชการครูผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทน
ข้าราชการครู จำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ และเลขาธิการ ก.ค.
เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้ ก.ค. เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการ
คุณสมบัติและสัดส่วนของผู้แทนข้าราชการครู และวิธีการเลือกตั้งผู้แทน
ข้าราชการครูตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.
มาตรา ๗ ก.ค.
มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการบริหารงาน
บุคคล และการจัดระบบราชการในหน่วยงานทางการศึกษา
(๒) ออกกฎ ก.ค. และระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎ ก.ค.
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้
บังคับได้
(๓) ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราช
บัญญัตินี้ มติของ ก.ค.
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้ใช้บังคับได้
(๔) ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ แนะนำชี้แจง เพื่อให้หน่วยงานทาง
การศึกษาและกรมปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกเอกสารและ
หลักฐานจากหน่วยงานทางการศึกษาและกรม
ให้ผู้แทนหน่วยงานทางการศึกษาหรือกรม
ข้าราชการหรือบุคคลใดมาชี้แจง ข้อเท็จจริง
และให้มีอำนาจออกระเบียบให้หน่วยงานทาง
การศึกษาและกรมรายงานเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง
การเลื่อนขั้นเงินเดือน
การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการ
ตลอดจนรายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ในลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่ง
และเกี่ยวกับทะเบียนประวัติของข้าราชการ
ครูไปยัง ก.ค.
(๕) รายงานนายกรัฐมนตรีในกรณีที่ปรากฏว่าหน่วยงานทางการศึกษา
กรม อ.ก.ค. กรม หรือ อ.ก.ค. จังหวัดใด
หรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ปฏิบัติ
การตามพระราชบัญญัตินี้ หรือปฏิบัติการโดยไม่เหมาะสม
เพื่อนายกรัฐมนตรีจะได้พิจารณา
และสั่งการต่อไป
(๖) รักษาทะเบียนประวัติข้าราชการครู
(๗) รับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเพื่อ
ประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครู
และกำหนดอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับ
ทั้งนี้
โดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดสำหรับปริญญา
หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกันด้วย
(๘) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น
มาตรา ๘
ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานของ ก.ค. ตามมาตรา ๗ (๕)
ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งให้หน่วยงานทางการศึกษากรม
อ.ก.ค. กรม หรือ อ.ก.ค. จังหวัด
แล้วแต่กรณี ปฏิบัติการให้ถูกต้องหรือเหมาะสมต่อไป
แต่ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย
กับมติของ ก.ค. ให้ ก.ค.
รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
เมื่อนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งหรือคณะรัฐมนตรีมีมติประการใด ให้ ก.ค.
และหน่วยงานทางการศึกษา กรม อ.ก.ค. กรม หรือ อ.ก.ค. จังหวัด
แล้วแต่กรณี ปฏิบัติตาม
หรือสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือมติเดิมให้เป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือตามมติ
ของคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
แม้ข้าราชการครูผู้นั้นจะได้ออกจากราชการไปตามคำสั่งของ
ผู้บังคับบัญชาแล้วก็ตาม
มาตรา ๙
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งและกรรมการซึ่งได้รับ
เลือกตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครู
มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
มาตรา ๑๐
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งและกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครู
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) คณะรัฐมนตรีให้ออก สำหรับกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
(๗) พ้นจากการเป็นข้าราชการสำหรับกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
จากข้าราชการ
(๘) พ้นจากการเป็นข้าราชการครู สำหรับกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้ง
เป็นผู้แทนข้าราชการครู
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ผู้อื่นเป็นกรรมการแทน
หรือให้มีการเลือกตั้งข้าราชการครูเป็นกรรมการแทน แล้วแต่กรณี
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน
และให้กรรมการซึ่งได้รับ
การแต่งตั้งหรือเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน
อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ
ซึ่งตนแทน
มาตรา ๑๑ ในการประชุม ก.ค.
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่
ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๑๒ การประชุม ก.ค.
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓ การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมากกรรมการ
คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง
เพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๓ ในการประชุม ก.ค.
ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการ
ผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
มาตรา ๑๔
บุคคลใดจะเป็นผู้แทนข้าราชการครูใน ก.ค. อ.ก.ค. กรม
อ.ก.ค. จังหวัด คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
คณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด
คณะกรรมการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
คณะกรรมการการประถมศึกษาอำเภอ หรือ
คณะกรรมการการประถมศึกษากิ่งอำเภอ
ในขณะเดียวกันได้เพียงตำแหน่งเดียว
มาตรา ๑๕ ให้มี
(๑) อนุกรรมการข้าราชการครูสามัญประจำกรม เรียกโดยย่อว่า
อ.ก.ค. กรม โดยออกนามกรมนั้น ๆ
(๒) อนุกรรมการข้าราชการครูสามัญประจำจังหวัด เรียกโดยย่อว่า
อ.ก.ค. จังหวัด โดยออกนามจังหวัดนั้น ๆ
(๓) อนุกรรมการข้าราชการครูสามัญประจำการกรุงเทพมหานคร
เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๑๖ อ.ก.ค. กรม
ประกอบด้วยอธิบดีเป็นประธานอนุกรรมการ
รองอธิบดีคนหนึ่งซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคล
ซึ่ง ก.ค. แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ
๗ หรือ
ตำแหน่งที่เทียบเท่า และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง
สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองจำนวนสามคน
และข้าราชการครูผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทน
ข้าราชการครูสังกัดกรม จำนวนสามคนเป็นอนุกรรมการ
และผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้า
กองการเจ้าหน้าที่เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้ อ.ก.ค. กรม เลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นรองประธานอนุกรรมการ
ในกรณีที่ยังมิได้กำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้ากองการ
เจ้าหน้าที่ หรือกำหนดแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
ให้เลขานุการกรมเป็นอนุกรรมการและ
เลขานุการ
มาตรา ๑๗ อ.ก.ค. จังหวัด
ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธานอนุกรรมการ
ศึกษาธิการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง
ก.ค.
แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ
๖ หรือตำแหน่ง
ที่เทียบเท่า และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา
กรรมการพรรคการเมือง หรือ
เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองจำนวนสามคน
และข้าราชการครูผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทน
ข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
จำนวนสามคนเป็นอนุกรรมการ และ
ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้ อ.ก.ค. จังหวัด เลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นรองประธานอนุกรรมการ
มาตรา ๑๘ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร
ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพ
มหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
เป็น
ประธานอนุกรรมการ
รองอธิบดีกรมวิชาการหนึ่งคนซึ่งอธิบดีกรมวิชาการมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ
ในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค.
แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการ
ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง
สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง
หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง จำนวนสามคน และ
ข้าราชการครูผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร จำนวนสามคน เป็นอนุกรรมการ
และผู้อำนวยการการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานครเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานครเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นรองประธาน
อนุกรรมการ
มาตรา ๑๙
คุณสมบัติและวิธีการเลือกตั้งผู้แทนข้าราชการครูตาม
附則
มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งและมาตรา ๑๘
วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่
กำหนดในกฎ ก.ค.
มาตรา ๒๐ ให้ อ.ก.ค. กรม
มีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้และตามที่ ก.ค. มอบหมาย
รวมทั้งให้ความเห็นในเรื่องการบริหารงาน
บุคคลสำหรับข้าราชการครูแก่อธิบดี
ให้ อ.ก.ค. จังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
เฉพาะข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดและตามที่
ก.ค. มอบหมาย
ให้ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร มีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตินี้เฉพาะข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
และตามที่ ก.ค. มอบหมาย
ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๑ ก.ค.
มีอำนาจตั้งอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า
อ.ก.ค. วิสามัญ
เพื่อทำการใด ๆ แทนได้
ในกรณีที่ตั้ง อ.ก.ค. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการ
ทางวินัย การออกจากราชการ การร้องทุกข์หรือการอุทธรณ์
ให้ตั้งจากกรรมการ ก.ค. ซึ่ง
คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยสองคน และกรรมการ ก.ค.
ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูจำนวน
ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด
และให้นำมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑
มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๒
ให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู โดยมีเลขาธิการ
ก.ค. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ
และบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.
(๒) วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครู
และการจัดระบบราชการในหน่วยงานทางการศึกษาเพื่อเสนอ ก.ค.
และผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
(๓) ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติของหน่วยงาน
ทางการศึกษา กรม อ.ก.ค. กรม และ อ.ก.ค. จังหวัด และเสนอ
ก.ค.
(๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครู
เสนอ ก.ค.
(๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น และ
ตามที่ ก.ค. มอบหมาย
บททั่วไป
มาตรา ๒๓
ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูได้ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป
ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(๕) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ
หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ
ก.ค.
(๖) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ
ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(๗) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๘) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(๙) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๑๐)
ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วย
กฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
(๑๑) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออกหรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
(๑๒) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออกเพราะกระทำผิดวินัย
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
(๑๓) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือกฎหมายอื่น
(๑๔) ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ
ผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตาม (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๔) ก.ค. อาจพิจารณา
ยกเว้นให้เข้ารับราชการได้ ส่วนผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตาม (๑๑)
หรือ (๑๒) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากงาน
หรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว
หรือผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติตาม (๑๓) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากงาน
หรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว
และมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะ
กระทำผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่ ก.ค.
อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ การลงมติให้กระทำ
โดยลับ และมติของ ก.ค. ในการยกเว้นนี้ต้องเป็นเอกฉันท์
มาตรา ๒๔* อัตราเงินเดือนข้าราชการครู และอัตราเงินประจำตำแหน่ง
ข้าราชการครู ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือน
และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการ
พลเรือน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม
เงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูตามมาตรานี้ ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็น
เกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
*[มาตรา ๒๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๒๕ ข้าราชการครูอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตาม
ภาวะเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๒๖
ข้าราชการครูอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ
ตามระเบียบที่ ก.ค. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ๒๗ วันเวลาทำงาน
วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปี
และการลาหยุดราชการของข้าราชการครู
ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๘ เครื่องแบบข้าราชการครู
และระเบียบการแต่งเครื่องแบบ
ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๒๙ บำเหน็จบำนาญข้าราชการครู
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย
บำเหน็จบำนาญข้าราชการ และให้ ก.ค.
เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการครู
การกำหนดตำแหน่งและการให้ได้รับเงินเดือน
มาตรา ๓๐
ตำแหน่งข้าราชการครูมีดังนี้
(ก) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานทางการศึกษา ได้แก่
ตำแหน่งดังต่อไปนี้
(๑) ครู ๑
(๒) ครู ๒
(๓) อาจารย์ ๑
(๔) อาจารย์ ๒
(๕) อาจารย์ ๓
(๖)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๗) รองศาสตราจารย์
(๘) ศาสตราจารย์
ตำแหน่งใน (๑) ถึง
(๕) จะมีในหน่วยงานทางการศึกษาใดก็ได้ ส่วนตำแหน่ง
ใน (๖) ถึง (๘)
ให้มีในหน่วยงานทางการศึกษาที่สอนระดับปริญญา
(ข) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้บริหารและให้การศึกษาในหน่วยงานทางการ
ศึกษา ได้แก่ตำแหน่งดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ช่วยครูใหญ่
(๒) ครูใหญ่
(๓)
ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่
(๔) อาจารย์ใหญ่
(๕)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัย
(๖)
ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการวิทยาลัย
(๗)
ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานทางการศึกษาตามที่ ก.ค.
กำหนดให้เป็นตำแหน่งข้าราชการครู
*(ค)
ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการให้การศึกษาที่ไม่สังกัดโรงเรียน
วิทยาลัย
หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ตำแหน่งที่มีชื่อ
ในการบริหารงานดังต่อไปนี้
(๑)
สารวัตรนักเรียนและนักศึกษา
(๒) ศึกษานิเทศก์
(๓) ผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอ
(๔)
ศึกษาธิการอำเภอ
(๕)
ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด
(๖)
ศึกษาธิการจังหวัด
(๗)
ผู้ช่วยศึกษาธิการเขต
(๘) ศึกษาธิการเขต
(๙)
ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษากิ่งอำเภอ
(๑๐)
หัวหน้าการประถมศึกษากิ่งอำเภอ
(๑๑) ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ
(๑๒)
หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ
(๑๓)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด
(๑๔)
ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด
(๑๕)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
(๑๖)
ผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
(๑๗)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด
(๑๘)
ผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด
(๑๙)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร
(๒๐)
ผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร
(๒๑)
ตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมิใช่ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตามที่ ก.ค.กำหนดให้เป็นตำแหน่งข้าราชการครู
*[มาตรา ๓๐ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๓๐ ทวิ* ตำแหน่งข้าราชการครู มี ๓ ประเภท
(๑) ตำแหน่งประเภททั่วไป
(๒) ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ
(๓) ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลาง
*[มาตรา ๓๐ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕]
มาตรา ๓๑
ตำแหน่งข้าราชการครูตามมาตรา ๓๐ ตำแหน่งใดจะมีใน
หน่วยงานทางการศึกษาใด จำนวนเท่าใด และต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด
ให้เป็นไปตามที่ ก.ค. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะ
หน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและ
คุณภาพของงานสำหรับการกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูตามมาตรา ๓๐
(ค) ให้คำนึงถึง
หลักเกณฑ์การกำหนดตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนด้วย
มาตรา ๓๒ ให้ ก.ค.
จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งไว้เป็นบรรทัดฐาน
ในการกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูทุกตำแหน่ง
ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้แสดงชื่อตำแหน่ง หน้าที่และความรับผิดชอบ
ของตำแหน่ง ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องมีด้วย
มาตรา ๓๓
ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ตำแหน่งใดบังคับบัญชาข้าราชการครูในหน่วยงานทางการศึกษาใด
ในฐานะใด ให้เป็นไปตามที่
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ มอบหมายโดยทำเป็นหนังสือ
มาตรา ๓๔
ในกรณีที่ลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบปริมาณและคุณภาพ
ของงานของตำแหน่งข้าราชการครูตำแหน่งใดที่
ก.ค.กำหนดตามมาตรา ๓๑ เปลี่ยนแปลงไป
ให้ ก.ค. พิจารณาปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งนั้นใหม่ให้เหมาะสม
มาตรา ๓๕* ข้าราชการครูจะได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง ข้าราชการ
ครูผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด จะได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของระดับเงินเดือนสำหรับ
ตำแหน่งนั้น
ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของ
เงินเดือนสำหรับตำแหน่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.
ในกรณีที่ ก.ค. กำหนดให้ตำแหน่งใดได้รับเงินเดือนหลายระดับ
เมื่อข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งนั้นได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับถัดไปตามที่
ก.ค.
กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งนั้น ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ มีคำสั่งให้ข้าราชการครู
ซึ่งดำรงตำแหน่งนั้นได้รับเงินเดือนในระดับถัดไปนั้น
ข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้นอกจากจะได้รับเงินเดือน
ตามตำแหน่งแล้ว
ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งอีกส่วนหนึ่งดังนี้
(๑) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ให้ได้รับ
เงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ
โดยอนุโลมตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือน
ตามที่ได้รับอนุมัติจาก ก.ค.
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๒) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลาง ให้ได้รับ
เงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลาง
โดยอนุโลมตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือน
ตามที่ได้รับอนุมัติจาก ก.ค.
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
*[มาตรา ๓๕
แก้ไขโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕]
การบรรจุและการแต่งตั้ง
มาตรา ๓๖
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูเพื่อแต่งตั้ง
ให้ดำรงตำแหน่งใด
ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้ง
ตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับสำหรับการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔
และมาตรา ๕๕
มาตรา ๓๗
ผู้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งใดต้องมีคุณสมบัติทั่วไป หรือ
ได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓
และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ
ตำแหน่งนั้นตามที่ ก.ค. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
หรือได้รับอนุมัติจาก ก.ค. ตาม
มาตรา ๔๕ วรรคสอง ด้วย
สำหรับผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ (๔) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้
แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้เมื่อพ้นจาก
ตำแหน่งข้าราชการการเมืองแล้ว
มาตรา ๓๘ ให้ ก.ค.
เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้า
รับราชการเป็นข้าราชการครู
ในกรณีที่ ก.ค. พิจารณาเห็นสมควร จะมอบหมายให้ อ.ก.ค. กรม
อ.ก.ค.
จังหวัดหรือหน่วยงานทางการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้
หลักสูตรและวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เกณฑ์การตัดสิน
การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เป็นไปตามที่
ก.ค.กำหนด
มาตรา ๓๙
ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งอยู่ในลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด
ถ้าปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปโดยไม่ได้รับการยกเว้นในกรณีที่
ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งโดยไม่ได้รับอนุมัติ
จาก ก.ค. ตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง ก่อนหรือหลังการสอบแข่งขัน
จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหน่งนั้นไม่ได้
มาตรา ๔๐
หน่วยงานทางการศึกษาใดมีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้อง
ดำเนินการสอบแข่งขัน ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
อาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ค. กำหนด
มาตรา ๔๑
หน่วยงานทางการศึกษาใดมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อประโยชน์แก่ราชการที่จะต้องบรรจุบุคคลซึ่งมีความรู้
ความสามารถและความชำนาญงาน
สูงมากเป็นพิเศษ เข้ารับราชการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้หน่วยงานทางการศึกษานั้นดำเนินการ
ขออนุมัติ ก.ค. เมื่อ ก.ค. ได้พิจารณาอนุมัติให้บรรจุ
กำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง และกำหนด
ระดับเงินเดือนที่จะให้ได้รับแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๔๒
บรรจุและแต่งตั้งได้ตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่ ก.ค. กำหนด
มาตรา ๔๒
การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ข้าราชการครู
ให้ผู้มีอำนาจต่อไปนี้เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ ๑๐
และตำแหน่งศาสตราจารย์ ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการโดยอนุมัติ
ก.ค. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
และเสนอชื่อต่อรัฐมนตรี
ให้รัฐมนตรีรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ ๙ และ
ระดับ ๘ ให้อธิบดีโดยอนุมัติ ก.ค.
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ ๗ และ
ระดับ ๖ ให้อธิบดีโดยอนุมัติ อ.ก.ค. กรม
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๕
ลงมา ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
(๕) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๖
ลงมา ของข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
หรือสำนักงานการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร ให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด
หรือผู้อำนวยการการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี โดยอนุมัติ อ.ก.ค. จังหวัด
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
สำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด
ผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ หัวหน้า
การประถมศึกษากิ่งอำเภอ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อาจารย์ใหญ่และครูใหญ่ในสำนักงาน
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
ต้องได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วย
คณะกรรมการการประถมศึกษาก่อนและเมื่อได้รับความเห็นชอบดังกล่าวแล้ว
ให้ผู้มีอำนาจ
สั่งบรรจุตามวรรคหนึ่งสั่งแต่งตั้งต่อไป
มาตรา ๔๓
ผู้ใดได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๔๐
ให้ทดลองปฏิบัติ
หน้าที่ในตำแหน่งนั้นเป็นเวลาตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.
ถ้าในระหว่างเวลาทดลองปฏิบัติ
หน้าที่นั้นผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติไม่ดี
หรือไม่มีความรู้ หรือไม่มีความ
สามารถเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
หรือเมื่อครบกำหนดเวลา
ทดลองปฏิบัติหน้าที่
ให้ผู้บังคับบัญชาทำรายงานผลการทดลองการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นั้น
เสนอตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
ตามวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.
เมื่อได้รับรายงานจากผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
ตามมาตรา ๔๒ พิจารณาว่า ผู้นั้นมีความประพฤติ ความรู้
และความสามารถเหมาะสมที่จะ
ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งหรือไม่
ถ้าเห็นว่าไม่ควรให้รับราชการต่อไป ให้สั่งให้
ผู้นั้นออกจากราชการ
ถ้าเห็นว่าควรให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ภายใน
กำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
จะสั่งให้ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ต่อไปก็ได้
โดยให้ผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่งและผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ ดำเนินการ
ตามมาตรานี้อีกครั้งหนึ่ง
ถ้าเห็นว่าควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปได้เมื่อครบกำหนดเวลา
ทดลองปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
รายงานให้ ก.ค. ทราบตาม
วิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.
ข้าราชการครูซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ ไปรับราชการ
ทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
เมื่อได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตาม
มาตรา ๕๒ แล้ว
ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใด ถ้าได้รับแต่งตั้ง
ให้ดำรงตำแหน่งอื่นให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ใหม่
ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการ
เพราะมีความประพฤติไม่ดี หรือไม่มีความรู้
หรือไม่มีความสามารถเหมาะสมที่จะปฏิบัติ
หน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
ให้ถือเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยเป็นข้าราชการครู แต่ทั้งนี้ไม่
กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับ
จากทางราชการในระหว่างที่ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่
มาตรา ๔๔ การแต่งตั้งข้าราชการครูให้ดำรงตำแหน่งที่
ก.ค. ยังมิได้
กำหนดตามมาตรา ๓๑ จะกระทำมิได้
มาตรา ๔๕
ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูตำแหน่งใด
ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่ ก.ค.
กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนด
ตำแหน่ง
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ค. อาจอนุมัติให้แต่งตั้ง
ข้าราชการครูจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนด
ตำแหน่งก็ได้
ในกรณีที่ ก.ค. กำหนดให้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใด
เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ให้หมายถึงปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่
ก.ค. รับรอง
มาตรา ๔๖
การย้ายข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งใดไปแต่งตั้ง
ให้ดำรงตำแหน่งอื่นในกรมเดียวกัน
ต้องย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือน
ในระดับเดียวกัน
การย้ายข้าราชการครูไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือน
ในระดับต่ำกว่าเดิม และการย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมิได้ดำรงตำแหน่งที่
ก.ค.
กำหนดตามมาตรา ๓๑ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ ก.ค.
กำหนดตามมาตรา ๓๑ จะ
กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ค.แล้ว
มาตรา ๔๗
การเลื่อนข้าราชการครูขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น ให้เลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันหรือผู้สอบคัดเลือก
เพื่อดำรงตำแหน่งนั้นได้
หรือจากผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งนั้น
กรณีใดจะเลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้
หรือผู้ได้รับคัดเลือก ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค. กำหนด
การสอบแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรา ๓๘ ส่วนการสอบคัดเลือก
และคัดเลือกให้ อ.ก.ค. กรมหรือ อ.ก.ค.จังหวัด แล้วแต่กรณี
เป็นผู้ดำเนินการ หลักสูตร
และวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก
เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชี และการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้
ตลอดจนวิธีดำเนินการ
เกี่ยวกับการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ ก.ค. กำหนด
มาตรา ๔๘
การแต่งตั้งข้าราชการครูให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๗
สำหรับผู้สอบแข่งขันได้
ให้แต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ สำหรับผู้สอบคัดเลือกได้
หรือผู้ได้รับคัดเลือกให้แต่งตั้งได้ตามความเหมาะสม
โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความ
ประพฤติ และประวัติการรับราชการ
มาตรา ๔๙
การโอนข้าราชการครูไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครู
ในต่างกรม อาจกระทำได้เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอม
ในการโอนนั้นแล้ว
โดยให้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม
และรับเงินเดือนในขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม
การโอนข้าราชการครูซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือ
ผู้ได้รับคัดเลือกให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ค.กำหนด
มาตรา ๕๐
การโอนพนักงานเทศบาล
หรือข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการครู
ตามพระราชบัญญัตินี้
และมิใช่พนักงานเทศบาลหรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติ
หน้าที่ ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการวิสามัญ
มาบรรจุเป็นข้าราชการครู อาจกระทำได้
ถ้าผู้นั้นสมัครใจและหน่วยงานทางการศึกษาที่จะรับโอนยินยอม
โดยทำความตกลงกับเจ้าสังกัด
แล้วเสนอเรื่องให้ ก.ค. พิจารณาอนุมัติ ในการนี้ให้ ก.ค.
พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทาง
ราชการจะได้รับ ทั้งนี้
จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับใด และให้
ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้ ก.ค. เป็นผู้พิจารณากำหนด
แต่เงินเดือนที่จะให้ได้รับจะต้องไม่สูงกว่า
ข้าราชการครูซึ่งมีคุณวุฒิ ความสามารถ
และความชำนาญงานทัดเทียมกัน
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาทำงานหรือเวลาราชการ
ของผู้ซึ่งโอนตามวรรคหนึ่ง ในขณะที่เป็นพนักงานเทศบาล
หรือข้าราชการ เป็นเวลาราชการ
ของข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
มาตรา ๕๑
ข้าราชการครูผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๖
มาตรา ๔๗ หรือมาตรา ๔๙ แล้ว
หากภายหลังปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ
ตำแหน่งนั้น ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๔๒ แต่งตั้งข้าราชการครูผู้นั้นให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
หรือตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับเดียวกันที่ต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะที่ข้าราชการครู
ผู้นั้นมีอยู่
มาตรา ๕๒
ข้าราชการครูผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วย
การรับราชการทหาร เมื่อข้าราชการครูผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายแล้ว
ประสงค์จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูในหน่วยงานทางการศึกษาเดิม
ภายใน
หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร
ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๔๒ สั่งบรรจุ
และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.ค.กำหนด
มาตรา ๕๓
ข้าราชการครูผู้ใดได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจาก
ราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ
ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญ
เหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ถ้าข้าราชการครู
ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการภายในสี่ปีนับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานนั้น
ๆ ให้ผู้มีอำนาจ
ตามมาตรา ๔๒
สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการที่ ก.ค.กำหนด
มาตรา ๕๔
ข้าราชการครูผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว และมิใช่เป็นกรณี
ออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่
ถ้าสมัครเข้ารับราชการและทางราชการ
ต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๔๒
สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้
ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.
กำหนด
มาตรา ๕๕
พนักงานเทศบาลหรือข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการครูตาม
พระราชบัญญัตินี้ และมิใช่พนักงานเทศบาล
หรือข้าราชการซึ่งออกจากงานหรือออกจากราชการ
ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการการเมือง
หรือข้าราชการวิสามัญ ผู้ใดออกจากงานหรือ
ออกจากราชการไปแล้ว
ถ้าสมัครเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการครู และกรมใดต้องการ
จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้กรมนั้นเสนอเรื่องให้ ก.ค.
พิจารณาอนุมัติ ในการนี้ ให้ ก.ค. พิจารณา
โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ และให้นำมาตรา ๕๐
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๕๖
ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและแต่งตั้ง
ให้ดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑
มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๒
มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๕๕
หากปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปโดยไม่ได้รับ
การยกเว้นในกรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓
หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
โดยไม่ได้รับอนุมัติจาก ก.ค. ตามมาตรา ๔๕ อยู่ก่อน หรือมีกรณีต้องหาอยู่ก่อนและภายหลังเป็น
ผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากกรณีต้องหานั้น
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ สั่งให้ผู้นั้นออกจาก
ราชการโดยพลัน
แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น
และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริต
ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน
ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
มาตรา ๕๗
ถ้าตำแหน่งข้าราชการครูว่างลงหรือผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครู
ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้เป็นครั้งคราว
และเป็นกรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครู
ที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้
ในกรณีที่ตำแหน่งใดว่างลงหรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ราชการได้ และมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยไว้
ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย เป็นผู้รักษาการ
ในตำแหน่ง ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหลายคน
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ มีอำนาจ
แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยคนหนึ่งหรือหลายคนรักษาการในตำแหน่งตามลำดับไว้เป็นการ
ล่วงหน้าได้
ความในวรรคสองไม่กระทบกระเทือนอำนาจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
ตามมาตรา ๔๒
ที่จะแต่งตั้งข้าราชการครูผู้ใดเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งตามอำนาจที่มีอยู่
ตามกฎหมาย ในกรณีผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งตาม
ความในวรรคหนึ่ง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยดังกล่าวในวรรคสอง
พ้นจากความเป็นผู้รักษาการ
ในตำแหน่ง
นับแต่เวลาที่ผู้รักษาการในตำแหน่งตามความในวรรคหนึ่งเข้ารับหน้าที่
ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีอำนาจและ
หน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น
ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ
เป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด
ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งทำหน้าที่กรรมการ
หรือมีอำนาจและหน้าที่อย่างนั้น แล้วแต่กรณี
ในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่ง
มาตรา ๕๘ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๔๒ มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครู
ประจำหน่วยงานทางการศึกษา ประจำกรม หรือประจำกอง
แล้วแต่กรณี เป็นการชั่วคราว โดย
ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ
ก.ค.
การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การรักษาวินัย และ
การออกจากราชการของข้าราชการครูตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
ในกฎ ก.ค.
การเลื่อนขั้นเงินเดือน
วินัยและการรักษาวินัย
การออกจากราชการ
การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์
มาตรา ๕๙
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครู ให้ผู้บังคับบัญชาต่อไปนี้
เป็นผู้สั่งเลื่อน
(๑) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับ
เงินเดือนในระดับ ๑๐ และระดับ ๙
(๒) อธิบดี สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนในระดับ ๘
ระดับ ๗ และระดับ ๖
(๓) อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สำหรับข้าราชการครูซึ่งดำรงตำแหน่งที่
ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๕ ลงมา
(๔) ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด และผู้อำนวยการการประถมศึกษา
กรุงเทพมหานคร
สำหรับข้าราชการครูสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด หรือสำนักงานการ
ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี
ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๖ ลงมา
มาตรา ๖๐
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครู ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา
โดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่ง
และผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา การรักษาวินัย
ตลอดจนความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กำหนดในกฎ ก.ค.
ในกรณีที่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีให้ข้าราชการครูผู้ใด
ให้ผู้บังคับบัญชา
ชี้แจงเหตุผลให้ผู้นั้นทราบ
มาตรา ๖๑
ในส่วนที่เกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย การออกจากราชการ
การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ ให้บรรดาอำนาจและหน้าที่ของ
ก.พ. เป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.ค.
อำนาจและหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวง และ อ.ก.พ. จังหวัด
เป็นอำนาจและหน้าที่ของ อ.ก.ค. กรม หรือ อ.ก.ค. จังหวัด แล้วแต่กรณี
และให้อำนาจและหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม
มาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
๒๕๑๘ เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๒
ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.ค. หรือระเบียบ
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง
กฎ ก.พ. กฎ ก.จ. มติ
คณะรัฐมนตรี มติของคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน
มติของคณะกรรมการข้าราชการ
ส่วนจังหวัด ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งที่ใช้อยู่เดิม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๖๓
ให้ดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนข้าราชการครูตามมาตรา ๖
มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖๔ ในวาระเริ่มแรกที่ยังไม่มีผู้แทนข้าราชการครู
(๑) ให้ ก.ค. ประกอบด้วยรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขาธิการ ก.พ.
เลขาธิการคุรุสภา
ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
จากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีมาแล้วจำนวนห้าคน
ข้าราชการ
ครูซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ
และให้เลขาธิการ ก.ค. เป็นกรรมการและ
เลขานุการ
(๒) ให้ อ.ก.ค. กรม ประกอบด้วยอธิบดีเป็นประธานอนุกรรมการ รองอธิบดี
คนหนึ่งซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค. แต่งตั้ง
จากผู้ซึ่งรับราชการ หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ
๗ มาแล้ว จำนวนสามคน
เป็นอนุกรรมการ
และให้ผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่เป็นอนุกรรมการ
และเลขานุการ
(๓) ให้ อ.ก.ค. จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน
อนุกรรมการ ศึกษาธิการ
จังหวัด
ผู้ทรงคุณวุฒิในหลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค.
แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการ
หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖
จำนวนสามคนเป็นอนุกรรมการ และให้
ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
(๔) ให้ อ.ก.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นประธาน
อนุกรรมการ
รองอธิบดีกรมวิชาการหนึ่งคนซึ่งอธิบดีกรมวิชาการมอบหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิใน
หลักราชการหรือการบริหารงานบุคคลซึ่ง ก.ค.
แต่งตั้งจากผู้ซึ่งรับราชการหรือเคยรับราชการ
ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
จำนวนสามคน และผู้อำนวยการ
สำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา
กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการครูตาม (๑) ให้พ้นจาก
ตำแหน่งในวันที่ประกาศผลการเลือกตั้งข้าราชการครูตามมาตรา
๖๓ และให้นำมาตรา ๑๖
วรรคสาม มาใช้บังคับแก่ อ.ก.ค. กรม ตาม (๒) โดยอนุโลม
มาตรา ๖๕
ผู้ใดเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการบรรจุและ
แต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๖๖
ผู้ใดเป็นข้าราชการส่วนจังหวัดสามัญหรือข้าราชการครูส่วนจังหวัด
อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และได้โอนมาเป็นข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยการ
โอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
และโรงเรียนประถมศึกษา
ของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา
แห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตาม
พระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๖๗
ข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควร
ให้ออกจากราชการก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้
ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ไม่ต้องสอบสวน ให้พิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
สั่งลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น
(๒) ในกรณีที่จะต้องสอบสวน และยังมิได้สั่งสอบสวน ให้สั่งสอบสวนและ
พิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้
ถ้าพบว่ามีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจาก
ราชการ ให้สั่งลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ
ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น
(๓) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเดิมได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมาย
ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จ
ให้ผู้มีอำนาจสอบสวนตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนเสร็จ
และให้พิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้
ถ้าพบว่ามีกรณีกระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการ
ให้สั่งลงโทษหรือสั่งให้
ผู้นั้นออกจากราชการ ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น
(๔) ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเดิมได้สั่งให้สอบสวน และได้สอบสวนและ
พิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จแล้ว
ให้การสอบสวนและพิจารณานั้น
เป็นอันใช้ได้และให้นำผลการสอบสวนและพิจารณานั้นมาใช้ลงโทษหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจาก
ราชการตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่มีกรณีนั้น
มาตรา ๖๘
ผู้ใดเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการพลเรือน
หรือเป็นข้าราชการส่วนจังหวัดวิสามัญตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด
ซึ่งโอนตามพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียน
ประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติกระทรวง
ศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๓
ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญต่อไป และให้นำมาตรา ๑๑๖
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘
มาใช้บังคับแก่ผู้นั้น โดยอนุโลม
มาตรา ๖๙
ข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามมาตรา ๖๘ ผู้ใดดำรงตำแหน่ง
ที่ ก.ค. พิจารณาเห็นว่าทำหน้าที่อย่างเดียวกับข้าราชการครู
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒
สั่งให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้
โดยให้ได้รับเงินเดือนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
ทั้งนี้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๒๓
(๒) เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนต้นตามแผน
การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๐๓
หรือที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่าและ
เป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญ
หรือข้าราชการส่วนจังหวัดวิสามัญในตำแหน่งที่ทำหน้าที่
อย่างเดียวกับข้าราชการครูติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ผู้ใดเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญตามวรรคหนึ่ง แต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ตาม
(๒) ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญไปพลางก่อน
เมื่อเข้าเกณฑ์ตาม (๒) จึงให้เป็น
ข้าราชการครูตามพระราชบัญญัตินี้
โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
มาตรา ๗๐
บรรดากิจการที่กำหนดเป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.ค.
ตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้มีการดำเนินการไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ก่อนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ถ้าการนั้นได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ถือว่าการนั้นได้
ดำเนินการไปแล้วหรือกำลังดำเนินการอยู่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗๑
การใดอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการพลเรือน
หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด
ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
การดำเนินการต่อไปสำหรับการนั้นให้เป็นไปตามที่
ก.ค.กำหนด
มาตรา ๗๒ การใดที่เคยดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน
หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด ก่อนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แต่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ จะดำเนินการได้ประการใด
ให้เป็นไปตามที่ ก.ค. กำหนดโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยครู
ได้กำหนดให้คุรุสภาเป็นองค์การบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูแทน
ก.พ. เพราะ
ข้าราชการครูมีเป็นจำนวนมากและกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ
อีกทั้งลักษณะงาน ตำแหน่ง
หน้าที่ของข้าราชการครูก็แตกต่างไปจากข้าราชการพลเรือนประเภทอื่น
แต่คุรุสภาก็มิได้จัดตั้งขึ้น
เป็นส่วนราชการเพื่อการบริหารงานบุคคล
ทำให้ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินงานบริหารงานบุคคล
สำหรับข้าราชการครูต่อไปตามโครงสร้างและระบบบริหารการศึกษาที่จะปรับปรุงขึ้นใหม่โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งโครงสร้างและระบบบริหารการประถมศึกษาที่กำหนดให้มอบอำนาจการบริหารงานบุคคล
สำหรับข้าราชการครูไปดำเนินงานในระดับจังหวัด
เพื่อให้การบริหารงานบุคคลมีความคล่องตัวและ
สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุง
การแบ่งส่วนราชการของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
กำหนดให้มีสำนักงานสามัญ
ศึกษาจังหวัดและสำนักงานสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร
โดยมีผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด
ผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร และผู้ช่วย
ผู้อำนวยการสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร
เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานในสำนักงานดังกล่าว
สมควรกำหนดให้หน่วยงานข้างต้นและตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นเป็นหน่วยงานทางการศึกษา
และข้าราชการครู กับกำหนดให้ ก.ค.
มีอำนาจกำหนดหน่วยงานทางการศึกษาเพื่อให้การ
ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความคล่องตัวขึ้น
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ
พลเรือนและกำหนดบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่
ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูบัญญัติให้นำบัญชี
อัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูโดยอนุโลม
สมควรกำหนดบัญชี
อัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครู
ประเภทของตำแหน่งข้าราชการครูและการรับเงินประจำ
ตำแหน่งของข้าราชการครูให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
[รก. ๒๕๓๕/๓๕/๔๕/๓ เมษายน ๒๕๓๕]
ดวงใจ
๔ มี.ค. ๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).