กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ.
๒๕๔๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลอ้อมน้อย ตำบลหนองนกไข่ ตำบลบางยาง
ตำบลสวนหลวง ตำบลท่าไม้ ตำบลตลาดกระทุ่มแบน ตำบลแคราย ตำบลคลองมะเดื่อ ตำบลดอนไก่ดี
และตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑)
ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองกระทุ่มแบนให้เป็นเขตอุตสาหกรรมรองจากชุมชนเมืองสมุทรสาคร
(๒)
ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม
และการบริการให้สอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจ
(๓)
พัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔)
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง
และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง
ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๕)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๖)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
(๗)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๙)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๐)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑
ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง
ข้อ ๗[๓] ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ
สถานที่ใช้ก๊าซและสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖)
กำจัดมูลฝอย
(๗)
ซื้อขายเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๙๑ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (อ้อมน้อย)
ต่อทางของเทศบาลนครสมุทรสาครควบคุม ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕
เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๘[๔] ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ
สถานที่ใช้ก๊าซและสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖)
ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๗)
กำจัดมูลฝอย
(๘)
ซื้อขายเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔
สายกรุงเทพมหานคร คลองพรวน และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙๑
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (อ้อมน้อย)
ต่อทางของเทศบาลนครสมุทรสาครควบคุม ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕
เมตร
ข้อ ๙[๕]
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖)
ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๗)
กำจัดมูลฝอย
(๘)
ซื้อขายเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔
สายกรุงเทพมหานคร คลองพรวน และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙๑
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (อ้อมน้อย)
ต่อทางของเทศบาลนครสมุทรสาครควบคุม ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕
เมตร
ข้อ ๑๐[๖] ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมคลังสินค้า สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๒)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๓)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔
สายกรุงเทพมหานคร คลองพรวน และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙๑
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (อ้อมน้อย)
ต่อทางของเทศบาลนครสมุทรสาครควบคุม ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕
เมตร
ข้อ ๑๑[๗] ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔)
โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๕)
จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๖)
จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณชิยกรรม เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๗)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๘)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณชิยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๙)
การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หรือหอพัก
ถ้ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมตาม
(๖) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวตาม (๘)
ดำเนินการอยู่ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยโครงการเดียวกัน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
ข้อห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม (๗) และ (๙)
มิให้ใช้บังคับในกรณีการดำเนินการของการเคหะแห่งชาติที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเพื่อรองรับโครงการโยกย้ายชุมชนแออัด
ข้อ ๑๒[๘] ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้
ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒)
โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๓)
จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบพาณิชยกรรม หรือประกอบอุตสาหกรรม
(๔)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๕)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว
(๖)
การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หรือหอพัก
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่เป็นของรัฐให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย เกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำ หรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา
สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ
กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗
ที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างถนน
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรกรรมเท่านั้น
ข้อ ๑๘
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
สมบัติ อุทัยสาง
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๔๔
๒.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ. ๒๕๔๔
๓.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๔๔
๔.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๔๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลอ้อมน้อย ตำบลหนองนกไข่
ตำบลบางยาง ตำบลสวนหลวง ตำบลท่าไม้ ตำบลตลาดกระทุ่มแบน ตำบลแคราย ตำบลคลองมะเดื่อ
ตำบลดอนไก่ดี และตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมืองและโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗[๙]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นในเขตผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๔๔
เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นเป็นรายบริเวณ
โดยกำหนดให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นได้ในอัตราส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความจำเป็นในการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ในการนี้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมเสียใหม่
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
พ.ศ. ๒๕๔๙[๑๐]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๘
แห่งมีการเปลี่ยนแปลงไป
ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘
ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี
และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการนี้มาแล้วหลายครั้ง
สมควรนำการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมที่ยังไม่สิ้นสุดการใช้บังคับมากำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน
เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้บังคับกฎหมาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
กำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙[๑๑]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน
๑๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม
แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ
ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว
สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕ ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศิริยา/พิมพ์
๑๘
เมษายน ๒๕๕๐
สุนันทา/ตรวจ
๒๐
เมษายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๒๑/๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๔
[๒]
วันสิ้นสุดการใช้บังคับ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๐
ขยายระยะเวลาการใช้บังคับโดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙
[๓]
附則
ข้อ ๗ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๔]
ข้อ ๘ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๕]
ข้อ ๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๖]
ข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๗]
ข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๘]
ข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
[๙]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๗๔ ก/หน้า ๔/๗ ธันวาคม ๒๕๔๗
[๑๐]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๘/๖ มีนาคม ๒๕๔๙
[๑๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๖/๒๒ กันยายน ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).