พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่ของสหภาพ
ไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
เป็นปีที่ ๖๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
พ.ศ. ๒๕๓๓
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
ทรัพย์สิน
หมายความรวมถึงอุปกรณ์สำนักงานและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม เงินค่าบำรุง
เงินทุน และบรรดาสินทรัพย์ที่เป็นของสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
ตลอดจนรายได้ทั้งหมดของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
มาตรา ๕ ให้ยอมรับนับถือว่าสำนักงานเป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
มาตรา ๖ ให้สำนักงานได้รับความคุ้มกันและการยกเว้น
ดังต่อไปนี้
(๑)
ทรัพย์สินของสำนักงานจะไม่อยู่ภายใต้มาตรการเวนคืนใด ๆ
เว้นแต่เป็นการเวนคืนเพื่อประโยชน์สาธารณะและต้องมีการจ่ายค่าทดแทน
(๒)
ทรัพย์สินของสำนักงานที่ถูกใช้เพื่อการบริหารสำนักงาน
และการจัดการเพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมและวิจัย หรือทรัพย์สินที่ใช้เป็นหอพักหรือที่อยู่อาศัยของผู้อำนวยการหรือพนักงานอื่น
ๆ ของสำนักงานซึ่งอยู่ในบริเวณที่ตั้งของสำนักงานจะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ภาษีบำรุงท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่และภาษีท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยภาษีท้องถิ่น ทั้งนี้
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว
(๓)
บรรดาสิ่งของรวมถึงยานยนต์ที่สำนักงานนำเข้ามาเพื่อใช้ในทางการของสำนักงานจะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ทั้งนี้ บรรดาสิ่งของดังกล่าวนั้นจะไม่นำมาจำหน่ายจ่ายโอนในประเทศไทย
เว้นแต่จะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้บังคับในประเทศไทย
มาตรา ๗
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ผู้อำนวยการ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาด้านไปรษณีย์ และคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของสำนักงานได้รับการยกเว้น
ดังต่อไปนี้
(๑)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับหรือเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าบำเหน็จที่สำนักงานจ่ายให้
(๒)
ภาษีศุลกากรในการนำเข้าซึ่งของใช้ส่วนตัวและของใช้ในครัวเรือน
ไม่รวมถึงยานยนต์ภายในหกเดือนหลังจากเข้ารับหน้าที่ครั้งแรกในประเทศไทย
โดยมีเงื่อนไขว่าบรรดาสิ่งของดังกล่าวจะไม่นำมาจำหน่ายจ่ายโอนในประเทศไทย
เว้นแต่จะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้บังคับในประเทศไทย
(๓)
ข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนคนเข้าเมือง
และระยะเวลาที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้
รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่อยู่ในความอุปการะของบุคคลดังกล่าว
บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
หรือผู้มีถิ่นที่อยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย
มาตรา ๘ ให้สำนักงานมีสิทธิได้รับบริการด้านการสื่อสารไม่น้อยกว่าที่รัฐบาลให้แก่องค์การระหว่างประเทศอื่น
ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลำดับก่อนหลังของการให้บริการ ค่าธรรมเนียม
และค่าเรียกเก็บต่าง ๆ สำหรับการสื่อสารอย่างเป็นทางการ
มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องด้วยสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิกซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก ได้ยุบรวมสำนักงานกลาง
ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ณ
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จัดตั้งเป็นองค์กรใหม่ชื่อว่าสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
โดยให้มีสำนักงานฯ ตั้งอยู่ในประเทศไทย ในการนี้สหภาพได้ทำความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทยกับรัฐบาลไทย
เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้สำนักงานฯ
มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย และให้สำนักงานฯ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ
และการสื่อสารของสำนักงานฯ ได้รับเอกสิทธิ์และความสะดวกตามที่ระบุไว้ในความตกลง
จึงต้องยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก
พ.ศ. ๒๕๓๓ และเพื่อให้การคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานฯ
ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอนุวัติการให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อมรรัตน์/แก้ไข
วศิน/ตรวจ
๑ เมษายน ๒๕๕๓
โชติกานต์/ปรับปรุง
๔ กุมภาพันธ์
๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๓ ก/หน้า ๗๗/๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).