ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๗
เพื่อให้การจัดระบบ การขอ การอนุญาต
และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในการรับรองสิทธิของประชาชน
ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.
๒๕๔๐ และข้อ ๔ แห่งประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๑ เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูประกอบมาตรา
๓๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.
๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
จึงวางระเบียบว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.
๒๕๕๗
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ
ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
องค์การบริหารส่วนตำบล
หมายความว่า องค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
หน่วยงานในสังกัด หมายความว่า
สำนัก ส่วน กอง หรือหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อมูลข่าวสาร หมายความว่า
ข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารและส่วนราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
หมายความว่า
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
วัน หมายความว่า
วันตามปีปฏิทิน
วันทำการ หมายความว่า
วันทำการตามปกติของหน่วยงานของรัฐ
คำขอ หมายความว่า
คำขอข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้
ข้อ ๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วย
(๑) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ประธานกรรมการ
(๒) รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
ที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมาย รองประธานกรรมการ
(๓) ผู้อำนวยการกองช่าง กรรมการ
(๔) ผู้อำนวยการกองการศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม กรรมการ
(๕) หัวหน้าส่วนการคลัง กรรมการ
(๖) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กรรมการและเลขานุการ
(๗)
หัวหน้าสำนักงานปลัด กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
(๘) นิติกรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ การขอ
การอนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสาร
(๒)
ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่
(๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย
หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ
(๔)
ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบล
หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๕)
ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสารตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยงานสารบรรณ หรือข้อมูลข่าวสารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ
(๖) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการ
(๗)
ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการ
ตามระเบียบนี้
(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด ๆ
ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๙) เชิญบุคคลใด
มาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร
(๑๐) ดำเนินงานอื่นใดตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมาย
ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘
มาใช้บังคับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม
ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๑๑ ให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบควบคุมดูแลของสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า
ตลอดจนเผยแพร่ จำหน่าย จ่ายแจก รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้และตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ
กฎหมายอื่นและระเบียบของราชการ ดังนี้
(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
(๒) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้
(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น
(๔) ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
การจัดแยกข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้
ให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง (๑) และ
(๒) ไปยังศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู
ค้นคว้า หรือขอสำเนา
ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุม ดูแล
การตรวจสอบติดตามและประสานงานในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม
ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอรวมทั้งรับผิดชอบในการพิจารณาให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น
ๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ไม่ต้องจัดส่งให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามวรรคสาม
ข้อ ๑๓ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานในสังกัดส่งมาให้
ตามข้อ ๑๒ วรรคสาม
ให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง
ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ
ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องส่งให้แก่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ วรรคสาม
ให้พร้อมในการที่จะพิจารณาสั่งเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยเมื่อมีผู้ใดยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารในความครอบครองหรือควบคุมดูแล
ดังกล่าว
การขอตรวจดู
การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาต
ข้อ ๑๔ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำสมุดทะเบียนสำหรับผู้เข้ามาขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่ตั้งแสดงไว้
ทั้งนี้
เพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการ
ข้อ ๑๕ การขอสำเนาข้อมูลข่าวสารหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารที่มีคำรับรองถูกต้อง
ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดต่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
หรือเขียนขึ้นเอง
โดยให้ระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควร
ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่า
ข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
หรืออยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดใดหรือหน่วยงานนอกสังกัดอื่นใด
หากเป็นข้อมูลข่าวสารและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ
๒ เป็นผู้อนุญาต และลงนามในสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร
โดยลงลายมือชื่อพร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจน วัน เดือน ปี
ให้ชัดเจน ทั้งนี้
ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอขอให้รับรอง
ข้อ ๑๖ ในกรณีขอตรวจดู
ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารอื่น
ซึ่งอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในองค์การบริหารส่วนตำบล
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานนั้น
พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอไปประสานกับหน่วยงานนั้นโดยตรงด้วยหากประสงค์ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
โดยให้พนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๒
เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารนั้น
เป็นข้อมูลข่าวสารลับซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๔
ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารที่มีคำร้องขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่
ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป
ข้อ ๑๗ กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด
ให้หน่วยงานนั้นแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยมิชักช้า
เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียนั้นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อ ๑๘ กรณีผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอใดให้แจ้งคำสั่ง
พร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
พร้อมแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว
ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย
ข้อ ๑๙ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา
๒๓ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยรอบคอบ
ข้อ ๒๐ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือหน่วยงานในสังกัดพิจารณาให้บริการตามระเบียบนี้โดยอนุโลม
เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.
๒๕๔๔
หรือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือตามที่ผู้มีอำนาจตามข้อ
๑๘ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย
ข้อ ๒๑ ข้อมูลข่าวสารใด
หากมีกฎหมาย
ระเบียบอื่นหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ
การขอข้อมูลข่าวสารและการขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
ระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย
ข้อ ๒๒ ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เผยแพร่หรือจำหน่ายให้คิดค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
รายได้จากการนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
ข้อ ๒๓ การเรียกค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
รายได้จากค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งให้ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงการคลัง
ว่าด้วย เงินค่าธรรมเนียมข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘
กำหนดระยะเวลา
ข้อ ๒๔ การบริการข้อมูลข่าวสารตามคำขอให้หน่วยงานดำเนินการให้บริการภายในกำหนดระยะเวลาดังนี้
(๑)
การให้บริการข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูหรือขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น
(๒) การให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ
ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัด
ให้หน่วยงานในสังกัดที่มีข้อมูลข่าวสารพร้อมที่จะจัดหาให้ได้
จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วหรือภายในวันที่รับคำขอ
(๓) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก
หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน
จะต้องแจ้งให้ผู้ขอข้อมูลข่าวสารทราบภายใน ๑๕ วัน
รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอข้อมูลข่าวสารทราบด้วย
สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๒๕ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ ถนนทุ่งคอก-ดอนตาเพชร เลขที่ ๘๙
หมู่ที่ ๑๓ ตำบลพังตรุ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี รหัสไปรษณีย์ ๗๑๑๔๐
หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๔-๖๕๖๒๖๐ โทรสาร ๐๓๔-๖๕๖๒๖๐
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
อลงกรณ์
ตะพัง
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพังตรุ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗
กฤษดายุทธ/ผู้ตรวจ
๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๐๗ ง/หน้า ๓/๙ ตุลาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).