ข้อ ๓๑
ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงานดังต่อไปนี้
(๑)
งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน
(๒) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านซึ่งสูงกว่าพื้นดินสิบเมตรขึ้นไป
(๓) งานใช้เลื่อยวงเดือน
(๔) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ
(๕) งานเหมืองแร่ที่ต้องทำใต้ดิน
เว้นแต่งานในหน้าที่เกี่ยวกับงานในสำนักงานหรืองานเกี่ยวกับอนามัยหรือสวัสดิการ
หรือ
(๖) งานอื่น ๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด
ข้อ ๓๒ ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงาน
ยก แบก หาบ หาม ทูน ลาก หรือ เข็นของหนักเกินอัตราน้ำหนักที่กำหนดดังต่อไปนี้
(๑) สามสิบกิโลกรัม สำหรับการยก แบก หาบ หาม
ทูนหรือลากของในที่ราบ
(๒) ยี่สิบห้ากิโลกรัม สำหรับการยก แบก หาบ หาม
ทูนหรือลากของซึ่งต้องขึ้นบันไดหรือที่สูง
(๓) หกร้อยกิโลกรัม
สำหรับการเข็นของที่ต้องบรรทุกล้อเลื่อนที่ใช้ราง หรือ
(๔) สามร้อยกิโลกรัม
สำหรับการเข็นของที่ต้องบรรทุกล้อเลื่อนที่ไม่ใช้ราง
ข้อ ๓๓
ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงานในสถานที่ทำงานและในระหว่างเวลาดังต่อไปนี้
(๑) งานอุตสาหกรรม ในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา และ ๐๖.๐๐
นาฬิกา
(๒) งานพาณิชยกรรม ในระหว่างเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา และ ๐๖.๐๐
นาฬิกา
เว้นแต่งานอันมีลักษณะที่จะต้องทำติดต่อกันไป หรือเป็นงานกะ
หรือเป็นงานซึ่งตามลักษณะและสภาพที่จะต้องทำในระหว่างเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ในเมื่อได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตแล้ว
ข้อ ๓๔
ห้ามมิให้นายจ้างรับหญิงซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีที่ยังมิได้ทำการสมรสเป็นลูกจ้างทำงานในสโมสรราตรี
สถานเต้นรำ สถานฝึกสอนเต้นรำ สถานขายและเสพสุรา สถานอาบนวด โรงแรมหรือสถานที่อื่น ๆ
ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด
ข้อ ๓๕
ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ถ้าได้นำใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดง
มีสิทธิหยุดงานสามสิบวันก่อนวันคลอด และสามสิบวันภายหลังวันคลอด
ถ้าหญิงนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ก็ให้มีสิทธิได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อนี้
ให้รวมวันหยุดงานซึ่งหญิงนั้นมีสิทธิหยุดงานตามประกาศนี้
และวันหยุดงานอื่นซึ่งนายจ้างยินยอมให้หญิงนั้นหยุดเข้าด้วย
ข้อ ๓๖ ถ้าหญิงมีสิทธิหยุดงานตามข้อ ๓๕
ยังไม่สามารถทำงานได้ และมีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงว่า
การเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการคลอดและไม่สามารถทำงานได้
ก็ให้มีสิทธิหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างอีกไม่เกินสามสิบวัน
ข้อ ๓๗
หากมีความจำเป็นและมีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง แสดงว่าหญิงนั้นไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้
ก็ให้มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่ให้ใหม่เป็นการชั่วคราว
เพื่อความเหมาะสมก่อนหรือภายหลังวันคลอดได้ ทั้งนี้ ให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานให้แก่หญิงนั้นตามสมควร
ข้อ ๓๘
ในกรณีที่ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ หรือข้อ ๓๗
ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง
หมวด
๒
การใช้แรงงานเด็ก
ข้อ ๓๙
ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบสองปีเป็นลูกจ้าง
ข้อ ๔๐
ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบสี่ปีเป็นลูกจ้าง
เว้นแต่งานนั้นเป็นงานเบา หรือเป็นงานที่ใช้บุคคลในครอบครัวทำซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความเจริญเติบโตของร่างกายและเวลาทำงานนั้นไม่ใช่เวลาเรียนตามปกติ
ทั้งไม่เป็นการขัดต่อการศึกษาเล่าเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา
งานใดเป็นงานเบา ให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด
ข้อ ๔๑ ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป
แต่ยังไม่ถึงสิบหกปีเป็นลูกจ้าง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔๐
หรือเด็กนั้นได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตแล้ว
ข้อ ๔๒ ในการขออนุญาตเป็นลูกจ้างตามข้อ ๔๑
ให้เด็กนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต
(๑) เอกสารแสดงหน้าที่การงาน กำหนดชั่วโมงทำงานและอื่นๆ ที่นายจ้างออกให้
(๒) เอกสารแสดงอายุของเด็ก
(๓)
ใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงความสมบูรณ์ของร่างกายว่าสามารถทำงานได้
(๔) เอกสารแสดงความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และ
(๕) ใบรับรองของโรงเรียน แสดงเวลาเรียนและผลการศึกษา
ข้อ ๔๓ ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป
แต่ยังไม่มีถึงสิบสี่ปีเป็นลูกจ้างทำงานเกินวันละหกชั่วโมง
ข้อ ๔๔
ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสี่ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง
ข้อ ๔๕
ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานในสถานที่ทำงานและในระหว่างเวลาดังต่อไปนี้
(๑) งานอุตสาหกรรม ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกาและ ๐๖.๐๐
นาฬิกา
(๒) งานพาณิชยกรรม ในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกาและ ๐๖.๐๐
นาฬิกา
เว้นแต่ในกรณีที่เด็กนั้นเป็นผู้แสดงภาพยนตร์
ละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน
ข้อ ๔๖
ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบหกปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานดังต่อไปนี้
(๑)
งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน
(๒) งานที่ต้องทำใต้ดินหรือใต้น้ำ
(๓) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุเคมีที่เป็นอันตราย วัตถุมีพิษ
วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ
(๔) งานเกี่ยวกับกัมมันตรังสี หรือ
(๕) งานอื่น ๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด
ข้อ ๔๗
ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบหกปีเป็นลูกจ้างทำงานตามข้อ ๔๖
และงานดังต่อไปนี้
(๑) งานใช้เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์
(๒) งานใช้ปั้นจั่นหรืองานใช้เครื่องยกของ
(๓) งานดับเพลิง
(๔) งานที่ต้องทำบนนั่งร้าน หรือ
(๕) งานอื่น ๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด
ข้อ ๔๘ ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานประจำสัปดาห์
ในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี
สวัสดิการ
ข้อ ๔๙ นายจ้างต้องจัดให้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม
ห้องน้ำ ส้วม และเครื่องใช้อันจำเป็นสำหรับสุขภาพและอนามัยดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินสิบห้าคน
น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าหนึ่งที่ ห้องน้ำและส้วมไม่น้อยกว่าอย่างละหนึ่งที่
(๒) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินสี่สิบคน
น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าหนึ่งที่
ห้องน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งที่และส้วมไม่น้อยกว่าสองที่
(๓) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินแปดสิบคน
น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าสองที่
ห้องน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งที่และส้วมไม่น้อยกว่าสามที่
(๔) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานเกินแปดสิบคนขึ้นไป
น้ำสะอาดสำหรับดื่ม ห้องน้ำและส้วมเพิ่มขึ้นอีกอย่างละหนึ่งที่สำหรับจำนวนลูกจ้างทุก
ๆ ห้าสิบคน เศษของห้าสิบคนถ้าเกินยี่สิบห้าคนให้ถือเป็นห้าสิบคน
(๕) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทั้งชายและหญิง
ห้องน้ำและส้วมสำหรับหญิงไว้โดยเฉพาะตามสมควร
ส้วมต้องจัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ
และให้มีกระดาษชำระหรือน้ำตามสมควร
ข้อ ๕๐ นายจ้างต้องจัดให้มีแพทย์ พยาบาล
อุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลหรือปัจจัยในการปฐมพยาบาลตามความจำเป็นของสภาพของงาน
เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างได้ทันท่วงทีเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ทำงาน
อุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมที่มีลูกจ้างทำงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องมีปัจจัยในการปฐมพยาบาล
คือ
(ก) สายยางรัดห้ามเลือด
(ข) กรรไกร
(ค) สำลี ผ้าชะแผล ผ้าพันแผล และผ้ายางปลาสเตอร์
(ฆ) ถ้วยตวงยา
(ง) ถ้วยล้างตา
(จ) หลอดหยดยา
(ฉ) ถ้วยน้ำ
(ช) ที่ป้ายยา
(ซ) เข็มกลัด
(ฌ) ยาแดงใส่แผล ยาเหลืองใส่แผล หรือทิงเจอร์ไอโอดิน
(ญ) อัลกอฮอล์เอธิลบริสุทธิ์ ๗๐%
(ฎ) ยาแก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก
(ฏ) น้ำกรดบอริคล้างตา
(ฐ) แอมโมเนียหอม
(ฑ) ยาแก้ปวดหัวตัวร้อน
(ฒ) ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร
(ณ) ยาธาตุน้ำขาว
(ด) ยาธาตุน้ำแดง
(ต) โซดาไบคาร์บอเนต และ
(ถ) วาสลินขาว
(๒) สถานที่ทำงานอุตสาหกรรม นอกจากปัจจัยในการปฐมพยาบาลตาม
(๑) แล้ว ต้องจัดให้มีห้องรักษาพยาบาล พยาบาลและแพทย์ ดังต่อไปนี้
ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่สองร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี
(ก)
ห้องรักษาพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งห้องและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล
และ
(ข) พยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน
ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี
(ก)
ห้องรักษาพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งห้องและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล
(ข) พยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน และ
(ค) แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อตรวจรักษาพยาบาลเป็นครั้งคราว
ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งพันคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี
(ก) สถานพยาบาลและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล
(ข) พยาบาลอย่างน้อยสองคน และ
(ค) แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งไว้ประจำอย่างน้อยหนึ่งคน
ข้อ ๕๑
การใช้ลูกจ้างทำงานอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรือร่างกายของลูกจ้างตามข้อ
๔ (๑) วรรคสอง นายจ้างต้องจัดให้มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งตรวจร่างกายของลูกจ้างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
และต้องจัดให้มีหลักฐานการตรวจร่างกายของลูกจ้างแต่ละคนเก็บไว้ในสถานที่ทำงานพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานตรวจได้ทุกโอกาส
ข้อ ๕๒ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ตามส่วนนี้ให้นายจ้างเป็นผู้ออก
การตรวจตราและการควบคุม
ข้อ ๕๓
นายจ้างต้องจัดให้มีหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้าง และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเก็บไว้ในสถานที่ทำงานพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานตรวจได้ทุกโอกาส
หลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างให้นายจ้างเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ ๕๔[๒๓]
หลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้าง ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อตัวและชื่อสกุล
(๒) เพศ
(๓) วันเดือนปีเกิด
(๔) ตำแหน่งหน้าที่
(๕) เป็นลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว
(๖) วันเดือนปีที่เข้าทำงานและออกจากงาน
(๗) เวลาเริ่มและเลิกจากงานของแต่ละวัน
(๘) ค่าจ้าง และ
(๙) วันเดือนปีที่จ่ายค่าจ้าง
ถ้ามีการทำงานล่วงเวลาหรือการทำงานในวันหยุด
ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา
(๒) จำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
(๓) ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
และ
(๔)
วันเดือนปีที่จ่ายค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
ข้อ ๕๕ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ต้องกำหนดข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดเวลาทำงานปกติ
(๒) เวลาหยุดพักผ่อน
(๓) วันหยุดงานประจำสัปดาห์
(๔) วันหยุดงานตามประเพณีนิยม
(๕) วันหยุดงานพักผ่อนประจำปี
(๖) ระเบียบการลา
(๗) วินัยของลูกจ้าง และ
(๘) วิธีการเกี่ยวกับการร้องทุกข์
ถ้ามีการทำงานล่วงเวลา
หรือทำงานในวันหยุดก็ให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา
และการทำงานในวันหยุดไว้ด้วย
ทั้งนี้ ให้นายจ้างประกาศโดยเปิดเผยหรือมีไว้ให้ลูกจ้างได้ทราบ
ณ สถานที่ทำงาน
ข้อ ๕๖
เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจเข้าไปในสถานที่ทำงานระหว่างเวลาทำงาน
เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนายจ้างหรือลูกจ้าง และตรวจตราให้การปฏิบัติได้เป็นไปตามประกาศนี้ได้
ในกรณีที่เข้าไปในสถานที่ทำงาน
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานแสดงบัตรประจำตัวและชี้แจงเหตุผลให้ทราบ
นายจ้างต้องอำนวยความสะดวกและให้คำชี้แจงตามสมควร
ข้อ ๕๗
เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจเรียกนายจ้างหรือผู้แทนมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้นำหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างและเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องไปให้ตรวจ
ณ สถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานได้
ข้อ ๕๘[๒๔]
ถ้ามีความจำเป็นและเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการส่วนแรงงาน
กรมประชาสงเคราะห์สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี
หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี
เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจนำแพทย์
นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในสถานที่ทำงาน
เพื่อตรวจตราให้การปฏิบัติได้เป็นไปตามประกาศนี้ได้
ข้อ ๕๙[๒๕]
เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานต้องรายงานผลการตรวจเป็นหนังสือเสนอต่อผู้อำนวยการส่วนแรงงาน
กรมประชาสงเคราะห์ สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันตรวจเสร็จ
ถ้ามีการออกคำสั่งหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องรายงานให้ทราบทันที
รายงานผลการตรวจ
ให้ถือเป็นความลับของทางราชการห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผย
เว้นแต่เป็นการให้การต่อศาลหรือให้ถ้อยคำต่อทางราชการ
ข้อ ๖๐
เมื่อปรากฏว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานอาจให้คำเตือนเพื่อให้นายจ้างได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำเตือนเสียก่อนก็ได้
ถ้านายจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำเตือนแล้ว
ให้ระงับการออกคำสั่ง
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑
นายพลตำรวจเอก ชาติตระการโกศล
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
รักษาการในหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑[๒๖]
ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ
เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง[๒๗]
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๐) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง
การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ
เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง[๒๘]
จารุวรรณ/แก้ไข
๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๕/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๖๙๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๑
[๒] ข้อ ๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๓] ข้อ ๓
นิยามคำว่า งานพาณิชยกรรม
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๐) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๔] ข้อ ๖
ยกเลิกโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๕] ข้อ ๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๖] ข้อ ๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๗] ข้อ ๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๘] ข้อ ๑๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๙] ข้อ ๑๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๐] ข้อ ๑๑ ทวิ
เพิ่มโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๑] ข้อ ๑๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๒] ข้อ ๑๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๓] ข้อ ๑๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๔] ข้อ ๑๕
ยกเลิกโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๕] ข้อ ๑๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๖] ข้อ ๑๖ ทวิ
เพิ่มโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน
วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๗] ข้อ ๑๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๘] ข้อ ๑๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๑๙] ข้อ ๒๕
วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก
การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่
๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑
[๒๐] ข้อ ๒๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๒๑] ข้อ ๒๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๒๒] ข้อ ๒๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๒๓] ข้อ ๕๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง
กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง
และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
[๒๔] ข้อ ๕๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก
การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่
๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑
[๒๕] ข้อ ๕๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก
การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่
๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑
[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๐/ตอนที่ ๓๕/หน้า ๒๐๖/๙ เมษายน ๒๕๐๖
[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๓๑/หน้า ๒๑๔/๗ เมษายน ๒๕๐๗
[๒๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ เมษายน ๒๕๑๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).