法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
2
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๑ (๒) และมาตรา ๖๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ

ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงออกกฎ

ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร.

นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ แห่งกฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ.

๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๓ ข้าราชการตำรวจผู้ใด

ไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนเนื่องจากได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่แล้ว

หรือมีขั้นเงินเดือนใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น ทั้งนี้ ในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑

ตุลาคมที่ผ่านมา หากภายหลังมีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้

หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้น

และเงินเดือนที่ได้รับยังไม่ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ได้เลื่อนขึ้นนั้น

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น

ตามที่ได้รับเงินตอบแทนพิเศษ ครึ่งขั้น หนึ่งขั้น หรือหนึ่งขั้นครึ่ง

ในครั้งหลังสุด แล้วแต่กรณี ตั้งแต่วันที่มีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้

หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้นนั้น

แล้วแต่กรณี

ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

และหรือได้รับยศสูงขึ้นในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคม

ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเลื่อนเงินเดือน

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นและหรือได้รับยศสูงขึ้น

เว้นแต่กรณีข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่หรือใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น

ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น

หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้นแล้ว”

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

สมชาย วงศ์สวัสดิ์

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ โดยที่ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง

พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ได้กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษเนื่องจากได้รับพิจารณาให้เลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างดีเด่นหนึ่งขั้นครึ่ง

ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษในอัตราร้อยละ ๖

และได้กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีขั้นเงินเดือนหรือขั้นค่าจ้างใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่งและได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างเกินกว่าขั้นที่เหลืออยู่

ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษ

โดยนำผลการเลื่อนขั้นส่วนที่เหลือจากการเลื่อนขั้นปกติมารับเป็นค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ

๒ หรือร้อยละ ๔ แล้วแต่กรณี ดังนั้น หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจจึงควรแก้ไข

เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้รับสิทธิตามผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการและสอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๒ กันยายน ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๓๐ ก/หน้า ๑๕/๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑

2 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d2c00f563143c4cb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com