ข้อ ๒
ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ แห่งกฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ.
๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๓ ข้าราชการตำรวจผู้ใด
ไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนเนื่องจากได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่แล้ว
หรือมีขั้นเงินเดือนใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น ทั้งนี้ ในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑
ตุลาคมที่ผ่านมา หากภายหลังมีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้
หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้น
และเงินเดือนที่ได้รับยังไม่ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ได้เลื่อนขึ้นนั้น
ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น
ตามที่ได้รับเงินตอบแทนพิเศษ ครึ่งขั้น หนึ่งขั้น หรือหนึ่งขั้นครึ่ง
ในครั้งหลังสุด แล้วแต่กรณี ตั้งแต่วันที่มีระดับเงินเดือนที่จะเลื่อนให้ได้
หรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้นนั้น
แล้วแต่กรณี
ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
และหรือได้รับยศสูงขึ้นในวันที่ ๑ เมษายน หรือวันที่ ๑ ตุลาคม
ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเลื่อนเงินเดือน
ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นก่อนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นและหรือได้รับยศสูงขึ้น
เว้นแต่กรณีข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่หรือใกล้ถึงขั้นสูงของระดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ดำรงอยู่และได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนเกินกว่าขั้นเงินเดือนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนั้น
ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น
หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น และหรือได้รับยศสูงขึ้นแล้ว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ โดยที่ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ได้กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษเนื่องจากได้รับพิจารณาให้เลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างดีเด่นหนึ่งขั้นครึ่ง
ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษในอัตราร้อยละ ๖
และได้กำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่มีขั้นเงินเดือนหรือขั้นค่าจ้างใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่งและได้รับการประเมินให้เลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างเกินกว่าขั้นที่เหลืออยู่
ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนพิเศษ
โดยนำผลการเลื่อนขั้นส่วนที่เหลือจากการเลื่อนขั้นปกติมารับเป็นค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ
๒ หรือร้อยละ ๔ แล้วแต่กรณี ดังนั้น หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจจึงควรแก้ไข
เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้รับสิทธิตามผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการและสอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้
ภูวนนท์/ผู้จัดทำ
๒ กันยายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๓๐ ก/หน้า ๑๕/๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑