พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ
พ.ศ. ๒๕๐๕
บังคับในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์
จังหวัดกาฬสินธุ์
พ.ศ.
๒๕๔๙
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
เป็นปีที่
๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ
พ.ศ. ๒๕๐๕ บังคับในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ
พ.ศ. ๒๕๐๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ บังคับในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
พ.ศ. ๒๕๔๙
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ บังคับในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕
บังคับในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ. ๒๕๔๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมชลประทานได้ดำเนินการขุดคลองส่งน้ำสายใหญ่
คลองซอย สร้างประตูระบายน้ำ และท่อส่งน้ำในเขตโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจุมจัง
ในท้องที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เสร็จแล้ว แต่ยังขาดคันและคูน้ำสำหรับส่งน้ำจากทางน้ำชลประทานไปใช้ในการเพาะปลูก
สมควรให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ บังคับในท้องที่ดังกล่าว
เพื่อให้มีการจัดทำคันและคูน้ำอันจะเป็นประโยชน์ในการเกษตรและทำให้การใช้น้ำเป็นไปโดยประหยัด
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
นันทนา/ผู้จัดทำ
๖ มิถุนายน ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๕๗ ก/หน้า ๑๓/๑ มิถุนายน ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).