法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และการทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเก็บ จัดหา

หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า

เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง

หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

และการทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์

พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕๒

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“คำขออนุญาต” หมายความว่า

คำขออนุญาตเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป พันธุ์พืชป่า

หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าว เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง

หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

“บัญชีแสดงรายการ” หมายความว่า

บัญชีแสดงรายการพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป หรือพันธุ์พืชป่าที่ระบุชนิด แหล่งที่มา

ส่วนของพันธุ์พืชที่จะเก็บ จัดหา หรือรวบรวม

และจำนวนหรือปริมาณของพันธุ์พืชดังกล่าว

“โครงการ” หมายความว่า

โครงการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง

หรือวิจัยพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า

“หนังสืออนุญาต” หมายความว่า

หนังสืออนุญาตให้เก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป พันธุ์พืชป่า

หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าว เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง

หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

“ข้อตกลง” หมายความว่า

ข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมาย

การขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ

(๒) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๔) ไม่เคยถูกเพิกถอนหนังสืออนุญาต

เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนหนังสืออนุญาตดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันขออนุญาต

(๕) ไม่เคยได้รับโทษตามมาตรา ๖๖

เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขออนุญาต

ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง

(๔) และ (๕) และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นคนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามกฎหมาย

ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ณ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การยื่นคำขออนุญาตตามวรรคหนึ่งอาจกระทำโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ยื่นคำขออนุญาตด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน

(๒) ส่งคำขออนุญาตโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

(๓) ส่งโดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

คำขออนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การยื่นคำขออนุญาตต้องแนบเอกสารและหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา

(ก)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

(ข) สำเนาทะเบียนบ้าน

(ค) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ

(ง) บัญชีแสดงรายการ

(จ) โครงการ

(ฉ) ข้อเสนอเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์

(ช) เอกสารอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๒) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล

(ก) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล

(ข) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนพร้อมวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลและผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน

โดยมีคำรับรองของผู้มีอำนาจให้คำรับรองตามกฎหมายไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองนั้น

(ค) เอกสารตาม (๑) (ก) และ (ข) ของผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล

(ง) เอกสารตาม (๑) (ค) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช)

(๓) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐ

ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นคำขออนุญาตในนามหน่วยงานของรัฐดังกล่าว

โดยให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นพร้อมทั้งเอกสารตาม

(๑) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช)

บัญชีแสดงรายการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบ ค.พ. ๑๐

ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขออนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขออนุญาตให้ครบถ้วนเป็นภาษาไทย

พร้อมทั้งลงลายมือชื่อของผู้ขออนุญาต หรือลงลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจ

โดยให้แนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขออนุญาตเป็นภาษาต่างประเทศ

จะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย

โดยผู้ขออนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า

การอนุญาต

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขออนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแล้วให้ตรวจสอบคำขออนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่

หากเห็นว่าไม่ถูกต้องหรือยื่นเอกสารและหลักฐานไม่ครบถ้วน

ให้มีหนังสือแจ้งเพื่อให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมหรือยื่นเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

หากผู้ขออนุญาตไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขออนุญาตนั้น

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคำขออนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่อคณะทำงานซึ่งอธิบดีแต่งตั้งเพื่อพิจารณาและเจรจาต่อรองกับผู้ขออนุญาตเกี่ยวกับบัญชีแสดงรายการ

โครงการ และข้อเสนอเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์

คณะทำงานตามวรรคสองให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพืชจำนวนหนึ่งคนและผู้มีคุณวุฒิด้านกฎหมายจำนวนหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้รับคำขออนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้คณะทำงานพิจารณาบัญชีแสดงรายการ โครงการ

และข้อเสนอเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์เพื่อเจรจาต่อรองกับผู้ขออนุญาตต่อไป

ในการพิจารณาบัญชีแสดงรายการ โครงการ

และข้อเสนอเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะทำงานคำนึงถึงความเป็นไปได้ของโครงการ

ประโยชน์ของรัฐที่จะได้รับทั้งทางทรัพย์สิน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร ผลประโยชน์อื่น ๆ และความคุ้มค่าของเอกชนในการดำเนินงานประกอบกัน

ในกรณีที่คณะทำงานกับผู้ขออนุญาตสามารถตกลงกันได้ หากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นชอบกับการตกลงนั้น

ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขออนุญาตทราบเพื่อให้มาทำข้อตกลงตามหมวด ๓

พร้อมทั้งรับหนังสืออนุญาตตามแบบ ค.พ. ๑๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากผู้ขออนุญาตไม่มาทำข้อตกลงภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์ที่จะขออนุญาต

ในกรณีที่คณะทำงานกับผู้ขออนุญาตไม่สามารถตกลงกันได้

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตไม่เห็นชอบกับการตกลง

ให้มีคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมกับมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง

การทำข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาตตามข้อ ๘

วรรคสาม ให้ผู้ขออนุญาตมาทำข้อตกลงกับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตด้วยตนเอง

ณ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่สามารถมาทำข้อตกลงด้วยตนเองได้ ผู้ขออนุญาตอาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน

โดยให้แนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขออนุญาตและผู้รับมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้อตกลงให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการตามมาตรา

๕๒ วรรคสอง (๑) ถึง (๘) และให้มีรายการดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลง

เพื่อการป้องกันรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพ การรักษาสวัสดิภาพของประชาชน

การรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น

(๒) ผลและการดำเนินการเมื่อข้อตกลงสิ้นสุดลงตามข้อ ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้อตกลงสิ้นสุดลงในกรณีใดกรณีหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อครบกำหนดอายุของข้อตกลง

(๒) เมื่อมีการยกเลิกข้อตกลง

การสิ้นสุดลงของข้อตกลงไม่กระทบถึงการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

ให้ไว้

ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ศุภชัย

โพธิ์สุ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีแสดงรายการ (ค.พ. ๑๐)

๒. หนังสืออนุญาตให้เก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป

พันธุ์พืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าว เพื่อการปรับปรุงพันธุ์

ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า (ค.พ. ๑๑)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช

พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้การเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป

พันธุ์พืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าว เพื่อการปรับปรุงพันธุ์

ศึกษา ทดลอง

หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้าจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ตลอดจนข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์อาจมีรายการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๑/๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และการทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d32abcbd8addac97

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com