พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
เงินตรา (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๑๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๑๐
เป็นปีที่ ๒๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินตรา
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๑๐
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า หลักทรัพย์ต่างประเทศ ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
หลักทรัพย์ต่างประเทศ หมายความว่า
หลักทรัพย์ของรัฐบาลต่างประเทศ หรือของทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
และให้หมายความรวมถึงตราสารที่ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติออกให้เป็นหลักฐานว่า
ผู้ถือตราสารได้มีส่วนร่วมกับทบวงการชำนัญพิเศษในการให้กู้เงินแก่รัฐบาลสมาชิก
องค์การของรัฐบาลสมาชิกของทบวงการชำนัญพิเศษ ตามจำนวนดังระบุไว้ในตราสารนั้น
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๙ ภายใต้บังคับมาตรา
๒๒ และมาตรา ๓๔ ห้ามมิให้จ่ายทุนสำรองเงินตรา เว้นแต่
(๑)
ในขณะเดียวกันนั้นจะได้ถอนธนบัตรเป็นจำนวนเท่ากันคืนจากธนบัตรออกใช้ หรือ
(๒)
ในขณะเดียวกันนั้นจะได้รับสินทรัพย์อย่างอื่นตามมาตรา ๓๐
มีค่าเท่ากันขึ้นบัญชีเป็นทุนสำรองเงินตรา
การจ่ายทุนสำรองเงินตราดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีคำสั่งของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือผู้แทนซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้แต่งตั้งเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๓
ผลประโยชน์อันเกิดจากทุนสำรองเงินตราแต่ละปีให้ใช้เพื่อการต่อไปนี้
(๑)
ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ธนบัตร รวมตลอดถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงพิมพ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิมพ์ธนบัตรและสิ่งพิมพ์อื่นที่รัฐมนตรีเห็นชอบ
และการตั้งเป็นทุนหมุนเวียนตามความจำเป็นเพื่อดำเนินกิจการโรงพิมพ์ดังกล่าวด้วย
(๒)
ค่าใช้จ่ายในการออกและจัดการธนบัตร
(๓)
ค่าเสื่อมราคาหรือสูญไปซึ่งสินทรัพย์ที่ถือไว้ในทุนสำรองเงินตรา
เงินคงเหลือหลังจากการจ่ายที่กล่าวแล้ว
ให้รับขึ้นบัญชีสำรองพิเศษไว้
ถ้าผลประโยชน์ที่เกิดในปีใดมีจำนวนไม่พอแก่การจ่ายที่กล่าวแล้ว
ให้จ่ายเงินในบัญชีสำรองพิเศษชดใช้เท่าจำนวนที่ขาด
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ
เนื่องจากรัฐบาลไทยมีความจำเป็นที่จะขอกู้เงินจากธนาคารโลกเพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างเขื่อนผาซ่อม
แต่การกู้เงินดังกล่าวนี้จะกระทำได้โดยสะดวกต่อเมื่อรัฐบาลไทยได้เข้าเป็นสมาชิกถือตราสารของทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
ซึ่งออกให้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ถือตราสารนั้นได้เข้ามีส่วนร่วมกับทบวงการชำนัญพิเศษในการให้รัฐบาลสมาชิกและหรือหน่วยงานของรัฐบาลสมาชิกของทบวงการชำนัญพิเศษนั้นกู้เงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในตราสาร
ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องขยายบทนิยามของคำว่า หลักทรัพย์ต่างประเทศ ในกฎหมายว่าด้วยเงินตราให้หมายความรวมถึงตราสารดังกล่าวด้วย
และอีกประการหนึ่งได้ขยายอำนาจในการใช้ทุนสำรองเงินตราไปทำประโยชน์ในการจัดตั้งโรงพิมพ์เพื่อพิมพ์ธนบัตรขึ้นเองโดยไม่ต้องจ้างพิมพ์จากต่างประเทศและเพื่อให้ต้นทุนการผลิตธนบัตรลดลง
จึงให้โรงพิมพ์พิมพ์ธนบัตรรับพิมพ์ตราสารอื่นได้ด้วย
วศิน/ผู้จัดทำ
๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔
สุนันทา/ตรวจ
๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๒๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).