法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
41
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

เรื่อง การขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี ว่าด้วยการขุดดินและถมดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๘ (๑) มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ องค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีและนายอำเภอท่าชนะ จึงตราข้อบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“ดิน” หมายความว่า หิน กรวด หรือทราย หรืออินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน

“พื้นดิน” หมายความว่า พื้นผิวของดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ

“ขุดดิน” หมายความว่า การกระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดินหรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน

“บ่อดิน” หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้ดินที่เกิดจากการขุดดิน

“ถมดิน” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงกว่าเดิม

“เนินดิน” หมายความว่า ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน

“แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขต ของที่ดินที่จะขุดหรือถมดิน รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง

“แบบแปลน” หมายความว่า แบบแสดงรายละเอียดในการขุดดินหรือถมดิน

“รายการประกอบแบบแปลน” หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ ชนิดของดิน ความลึกและขนาดของบ่อดินที่จะขุดดิน ความสูงและพื้นที่ของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน ระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงเขตที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน ตลอดจนสภาพพื้นที่และบริเวณข้างเคียง ระดับดินเดิม คุณสมบัติของดินที่จะขุดหรือจะถม พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสำหรับขุดดินหรือถมดินเพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน

“รายการคำนวณ” หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคำนวณหาค่าเสถียรภาพ ความลาดเอียงที่ปลอดภัยในการขุดดินหรือถมดิน หรือรายการแสดงวิธีการคำนวณความปลอดภัย ของกำแพงกันดิน

“ที่สาธารณะ” หมายความว่า ที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้บุคคลเข้าไป หรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่ ให้หมายความรวมถึงทางสาธารณะและลำห้วยสาธารณะด้วย

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามข้อบัญญัตินี้

“คณะกรรมการตรวจสอบการขุดดินและถมดิน” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตั้งแต่ ๓ - ๗ คน ซึ่งประกอบด้วย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล, พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเห็นสมควรให้มีหน้าที่ตรวจสอบการขุดดินและถมดินก่อนออกใบรับแจ้งการขุดดินและการถมดินตามแบบแปลนหรือข้อกำหนด รวมไปถึงกรณีมีการร้องเรียนเพื่อนำเสนอ เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้อบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การขุดดินและถมดินซึ่งกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายได้ตามกฎหมายนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตรหรือพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตรให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูล ดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะขุดดิน

(๒) แผนผังแสดงเขตพื้นที่และที่ดินบริเวณข้างเคียง

(๓) รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติ การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

(๔) วิธีการขุดดินและขนดิน

(๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน

(๖) ชื่อผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง

(๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน

(๙) เอกสารรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการขุดดินและถมดินตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ กำหนด

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งโดยถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้แจ้งเริ่มต้นทำการขุดตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง

ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ที่มีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้แจ้งไม่มาแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไขจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผล

ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง

ผู้ได้รับใบรับแจ้งต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในท้ายข้อบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เก็บได้ตามข้อ ๗ วรรคห้าให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในระหว่างที่มีการขุดดิน ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ต้องเก็บใบรับแจ้ง แผนผังบริเวณ แบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนไว้ที่สถานที่ขุดดินหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้

ถ้าใบรับแจ้งชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ขอรับใบแทนใบรับแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ต้องขุดดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ และจะต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้างหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การได้รับใบรับแจ้งจากพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๗ ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อดินไม่เกินสี่ตารางเมตร ผู้ขุดไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร เมื่อจะขุดใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินจะต้องจัดการป้องกันการพังทลายของที่ดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ประสงค์ขุดดินจักต้องดำเนินการขุดดินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) การขุดดินต้องมีการเตรียมการป้องกันการพังทลายของดิน

(๒) การขุดดินต้องห่างจากอาคารบ้านเรือนผู้อื่นอย่างน้อยสิบเมตร ความลาดเอียงครึ่งหนึ่งของความลึก

(๓) การขุดดินต้องห่างจากที่ดินข้างเคียงอย่างน้อยห้าเมตร ความลาดเอียงครึ่งหนึ่ง ของความลึก ยกเว้นการขุดทรายต้องห่างจากที่ดินข้างเคียงอย่างน้อยสิบเมตร ความลาดเอียงครึ่งหนึ่งของความลึก

(๔) การขุดดินต้องห่างจากที่สาธารณประโยชน์หรือลำห้วยสาธารณประโยชน์อย่างน้อยสิบเมตร ความลาดเอียงครึ่งหนึ่งของความลึก ยกเว้นการขุดดินเพื่อการเกษตรห่างจากลำห้วยสาธารณประโยชน์อย่างน้อยห้าเมตร ความลาดเอียงครึ่งหนึ่งของความลึกหรือตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควร

(๕) ปฏิบัติตามประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๙

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การบรรทุก การเคลื่อนย้าย การขนส่ง ดิน หิน กรวด ทราย หรือสิ่งอื่นใด ที่ได้จากการขุดดิน ซึ่งเกิดจากการขุดภายในตำบล โดยนำสิ่งที่ขุดได้ไปยังพื้นที่ใด ๆ ภายในตำบล หรือนำออกไปจากตำบลจะกระทำได้ก่อต่อเมื่อได้ทำการขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีทางสาธารณะเกิดการชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากการบรรทุกดิน ผู้ประสงค์ถมดินจักต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดีดังเดิม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ได้รับมอบหมายต้องพิจารณาการอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน แล้วแจ้งการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้ขออนุญาตทราบพร้อมเหตุผล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบรรทุก การเคลื่อนย้าย การขนส่งดิน หิน กรวด ทราย หรือสิ่งอื่นใดที่ได้จากการขุดดิน จำนวนหรือน้ำหนักที่ยานพาหนะนั้น ๆ จะบรรทุก การทำความสะอาดของล้อยานพาหนะก่อนออกจากสถานที่บรรทุกไปยังทางสาธารณะ ข้อกำหนดในการปกคลุมสิ่งที่บรรทุกเพื่อมิให้ตกหล่น หรือฟุ้งกระจาย รวมถึงวงเงินประกัน กรณีกระทำผิดสัญญาหรือข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการขุดดิน ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔หยุดการขุดในบริเวณนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งกรมศิลปากรหรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี ทราบโดยด่วน ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตรต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น

การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร นอกจากต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูล ดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการถมดิน

(๒) แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ดินบริเวณข้างเคียง

(๓) วิธีการถมดินและการระบายน้ำ

(๔) ระยะเวลาทำการถมดิน

(๕) ชื่อผู้ควบคุมงาน

(๖) ชื่อและที่อยู่ของผู้แจ้งการถมดิน

(๗) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการถมดิน

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคสองโดยถูกต้องแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ต้นวันที่ได้รับใบรับแจ้งให้นำข้อบัญญัติข้อ ๗ วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ข้อ ๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ถมดินตามข้อ ๒๑ ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ถมดินตามข้อ ๒๑ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๒๒ และต้องรับผิดชอบในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งกระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ประสงค์ถมดินจักต้องดำเนินการถมดินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่มีการถมดินติดกับทางสาธารณะหรือทางส่วนบุคคลต้องมีการขออนุญาตเชื่อมทางก่อนทำการถมดินกับหน่วยงานที่รับผิดชอบทางสาธารณะนั้น

(๒) ในการถมดินติดกับทางสาธารณะ ระดับดินที่ถมแล้วเสร็จจักมีความสูงได้ไม่เกิน ๐.๓๐ เมตร จากระดับสูงสุดของผิวทาง (จากจุดศูนย์กลางถนน) เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเพื่อความปลอดภัย

(๓) ระดับความลาดชันของทางเชื่อมออกสู่ทางสาธารณะของพื้นที่ถมดินที่กำหนดไว้ไม่เกิน ๘ %

(๔) ในการลำเลียงขนส่งดินที่ใช้ในการถมดินผู้ประสงค์ถมดินจะต้องทำการหาวิธีการป้องกันการตกหล่นของเศษวัสดุ ตลอดจนฝุ่นละอองอันเป็นเหตุสร้างความรำคาญเดือดร้อนแก่ผู้ใช้เส้นทางและอาศัยอยู่สองข้างทางสาธารณะ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดิน หรือถมดินอันมาปฏิบัติตามข้อ ๑๐ ข้อ ๑๔ หรือข้อ ๒๒ มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดิน หรือถมดินนั้นได้

เมื่อได้รับคำร้องขอตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานท้องถิ่นเข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดิน หรือถมดิน และรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการขุดดินหรือถมดินนั้น ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้นได้ตามที่เห็นสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งเจ้าพนักท้องถิ่นมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินตามข้อ ๗ หรือการถมดินตามข้อ ๒๑ ว่าได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือกฎกระทรวง หรือข้อบัญญัตินี้ หรือประกาศที่ออกตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือถมดินได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดินหรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดหรือการถมนั้น แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้

ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้ แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้ถือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัติ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในการปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ ๒๔ วรรคสอง หรือข้อ ๒๖ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ยื่นคำขอทุเลาการบังคับพร้อมอุทธรณ์ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการขุดดินและถมดิน ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ หรือจะสั่งให้วางเงินหรือหลักทรัพย์ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการขุดดินและถมดิน ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ แล้วแต่กรณี พิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการขุดดินและถมดิน ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ใดกระทำการขุดดินตามข้อ ๗ หรือทำการถมดินตามข้อ ๒๑ วรรคสอง โดยไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๗ วรรคสอง หรือข้อ ๒๑ วรรคสาม แล้วแต่กรณี มีความผิดตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง เกิดขึ้นในบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินตามประกาศกฎกระทรวง ผู้นั้นมีความผิดตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๒๒ มีความผิดตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตาม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๔ และข้อ ๒๑ วรรคหนึ่ง มีความผิดตามาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อ ๒๖ มีความผิดตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ใดขุดดินไม่ปฏิบัติตามข้อ ๒๐ มีความผิดตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้ใดรับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดการขุดดิน หรือการถมดินตามข้อ ๒๕ วรรคสอง หรือข้อ ๒๗ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีความผิดตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดิน หรือถมดินตามข้อ ๒๕ วรรคสอง หรือข้อ ๒๗ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีความผิดตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้นอกจากข้อ ๓๑ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้นมีโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ อยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ให้ปฏิบัติตามข้อ ๗ และข้อ ๒๑ แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับและเมื่อได้ดำเนินการแล้วให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบรับแจ้งตามข้อบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลีมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

มงคล ธรรมฤทธิ์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปุณิกา/ภวรรณตรี/จัดทำ

๔ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๑๓ ง/หน้า ๑๗๒/๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐

41 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d42275791becc0cb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com