มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
"ข้าราชการฝ่ายอัยการ" หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการในกรมอัยการ
โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกรมอัยการ
"รองอธิบดี" หมายความว่า รองอธิบดีกรมอัยการ
"อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมอัยการ
"ก.อ." หมายความว่า คณะกรรมการอัยการ
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ ข้าราชการฝ่ายอัยการได้แก่
(๑) ข้าราชการอัยการ คือข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดีตาม
กฎหมายซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๒) ข้าราชการธุรการ คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการ
มาตรา ๖ อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการให้เป็นไปตามบัญชีท้ายพระราช
บัญญัตินี้ โดยให้แบ่งเป็น ๖ ชั้น แต่ละชั้นมีจำนวนขั้นดังนี้
ชั้น ๑ มี ๔ ขั้น
ชั้น ๒ มี ๑๒ ขั้น
ชั้น ๓ มี ๙ ขั้น
ชั้น ๔ มี ๙ ขั้น
ชั้น ๕ มี ๗ ขั้น
ชั้น ๖ มี ๕ ขั้น
ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ใช้ขั้นเงินเดือนของข้าราชการอัยการตาม
อัตรา ก. และเมื่อปรากฏว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างทั่วไปในประเทศเพิ่มขึ้น หรือค่าครองชีพสูงขึ้น หรือ
อัตราเงินเดือนที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม ก็ให้มีการปรับขั้นเงินเดือนเป็นอัตรา ข. อัตรา ค. อัตรา ง. อัตรา
จ. หรืออัตรา ฉ. ตามความเหมาะสม โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา การปรับขั้นเงินเดือนดังกล่าวให้
มีผลเป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการที่ได้รับอยู่ตามไปด้วย
อัตราเงินเดือนข้าราชการธุรการให้เป็นไปตามบัญชีซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ
มาตรา ๗ เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการอัยการ คณะรัฐมนตรี
จะวางระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการอัยการไว้เป็นเงินสะสมก็
ได้ โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของ
ธนาคารพาณิชย์
เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืนหรือให้กู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการ
สวัสดิการสำหรับข้าราชการอัยการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
มาตรา ๘ ข้าราชการอัยการอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะ
เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๙ ในกรณีที่มีเหตุที่จะต้องจัดให้มีหรือปรับปรุงเงินเพิ่มค่าครองชีพตาม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).