ประกาศของคณะปฏิวัติ
ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๒[๑]
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยปราศจากภัยของประชาชนทั่วประเทศ
คณะปฏิวัติจึงประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน
๒๕๑๔ เวลา ๒๐.๑๑ นาฬิกา เป็นต้นไป และให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศของคณะปฏิวัติ
ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๒[๑]
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยปราศจากภัยของประชาชนทั่วประเทศ
คณะปฏิวัติจึงประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน
๒๕๑๔ เวลา ๒๐.๑๑ นาฬิกา เป็นต้นไป และให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ บรรดาคดีที่มีข้อหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาตามบัญชีท้ายประกาศนี้
ซึ่งการกระทำความผิดเกิดขึ้นในหรือหลังวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ เวลา ๒๐.๑๑ นาฬิกา
ให้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษา เว้นแต่คดีที่ต้องดำเนินในศาลคดีเด็กและเยาวชน
ข้อ ๒[๒] ให้ศาลอาญาและศาลจังหวัดทุกศาลในเขตพื้นที่มณฑลทหารบกที่
๑ และศาลจังหวัดทุกศาลในเขตพื้นที่จังหวัดทหารบกลพบุรี เป็นศาลทหารกรุงเทพ ให้ศาลจังหวัดทุกศาลในเขตพื้นที่จังหวัดทหารบกอุดรเป็นศาลมณฑลทหารบกที่
๓ ส่วนศาลจังหวัดนอกจากที่กล่าวนี้ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่มณฑลทหารบกใด ให้เป็นศาลมณฑลทหารบกนั้น
ๆ ด้วย
ศาลทหารดังกล่าวแล้ว ประกอบด้วยตุลาการสามนายเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี
และบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้
ข้อ ๓ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
ผู้พิพากษาศาลอาญาและผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุกศาล เป็นตุลาการศาลทหาร
ตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารแห่งศาลนั้น ๆ ซึ่งเป็นศาลทหารตามความในข้อ ๒ ด้วย
ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค
เป็นตุลาการศาลทหาร เช่นเดียวกับผู้พิพากษาที่กล่าวแล้ว
และให้มีอำนาจนั่งพิจารณาพิพากษาคดีในศาลภายในเขตของตน ซึ่งเป็นศาลทหารตามประกาศนี้
หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้ว ก็ให้มีอำนาจลงนามในคำพิพากษาได้ด้วย
ให้จ่าศาลอาญาและจ่าศาลจังหวัดทุกศาล
เป็นจ่าศาลทหารแห่งศาลทหารนั้น ๆ ด้วย
ข้อ ๔ ให้พนักงานอัยการ เป็นอัยการทหารด้วย
ข้อ ๕ ให้ใช้สถานที่ทำการศาลอาญา
และสถานที่ทำการศาลจังหวัดทุกศาลเป็นที่ทำการศาลทหารตามประกาศนี้ด้วย
ข้อ ๖ บรรดาคดีที่เกิดขึ้นก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ
ให้เป็นไปตามกฎหมายและประกาศกฎอัยการศึกที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
ข้อ ๗
เมื่อได้มีประกาศให้เลิกใช้กฎอัยการศึกแล้ว ให้ศาลทหารตามประกาศนี้ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามความในข้อ
๑ บรรดาที่ค้างอยู่ในศาล และบรรดาที่การกระทำผิดเกิดขึ้นก่อนวันเวลาเลิกใช้กฎอัยการศึก
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๔
จอมพล ถ.
กิตติขจร
หัวหน้าคณะปฏิวัติ
บัญชีท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒
(๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์
พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๒
(๒)
ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา
๑๒๙
(๓)
ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ตั้งแต่มาตรา ๑๓๐ ถึงมาตรา๑๓๕
(๔)
ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ฐานเป็นอั้งยี่ ฐานเป็นซ่องโจร
และการมั่วสุมประชุมกันใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะประทุษร้าย
หรือกระทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตั้งแต่มาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖
(๕)
ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตั้งแต่มาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๓๙
(๖) ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ฐานจัดหรือล่อลวงหญิงหรือเด็กหญิงไป เพื่อการอนาจาร หรือสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น ตั้งแต่มาตรา
๒๘๒ ถึงมาตรา ๒๘๔ และมาตรา ๒๘๕ เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๒๘๓
(๗) ความผิดต่อชีวิต ตั้งแต่มาตรา
๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๔
(๘) ความผิดต่อร่างกาย
ตั้งแต่มาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๓๐๐
(๙) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ฐานลักทรัพย์
วิ่งราว กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และรับของโจร ตั้งแต่มาตรา ๓๓๔
ถึงมาตรา ๓๔๐ ทวิ มาตรา ๓๕๗ และมาตรา ๓๖๐ ทวิ
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๐๑[๓]
โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า
เนื่องจากได้มีประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งมีผลให้จังหวัดทหารบกฉะเชิงเทราสิ้นสภาพไป และเขตพื้นที่ของจังหวัดทหารบกอุดรไม่อยู่ในเขตพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่
๓ และเนื่องจากพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘
ให้มีศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหารตามจังหวัดทหารและมณฑลทหาร โดยมีเขตอำนาจของศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหารตามเขตพื้นที่จังหวัดทหารและมณฑลทหารกฎกระทรวงดังกล่าวจึงทำให้คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร
และศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เปลี่ยนแปลงไป
เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว
ข้อ ๒ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓
มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดในเขตพื้นที่จังหวัดทหารบกอุดรด้วย
ข้อ ๓
คดีที่ค้างอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกฉะเชิงเทราในวันที่ประกาศใช้กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๐๓ ให้โอนไปให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒ พิจารณาพิพากษาต่อไป
อมรรัตน์/ผู้จัดทำ
๒๘
เมษายน ๒๕๕๓
นฤดล/ตรวจ
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๘/ตอนที่ ๑๒๔/ฉบับพิเศษ
หน้า ๓/๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๔
[๒]
ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๐๑
[๓]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๑๙๐/ฉบับพิเศษ
หน้า ๔/๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2 (ฉบับ Update ณ วันที่ 13/12/2515) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d434f4c9270667ab
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com