我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512

子法規・公布 1969-12-30・全 5 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นปีที่ ๒๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เพื่อความเหมาะสมแก่การบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พุทธศักราช ๒๔๘๒ เสียใหม่ โดยให้มีเขต ดังต่อไปนี้ ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๒ ตอนสุโขทัย - พิษณุโลก ตรง กม. ๓ ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดิน ระยะ ๓๕๐ เมตร เป็นเส้นขนาน ระยะ ๓๕๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๒ ตอนสุโขทัย - พิษณุโลก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงเส้นแนวเขตทหาร แล้วเลียบตามเส้นแนวเขตทหาร ไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกห่างจากปากคลองมหาดไทยฝั่งใต้ ตามแนวแม่น้ำ ระยะ ๑๗๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๓ เลียบตามริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกของเขตวัดโพธิญาณด้านใต้ตรงเขตสงวนกองทัพบก จากหลักเขตที่ ๔ เลียบตามแนวเขตสงวนกองทัพบกไปทางทิศตะวันออก ถึงเขตปลอดภัยทหาร แล้วเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก ผ่านทางรถไฟ ตรง กม. ๓๙๑.๘๘๒ ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทางรถไฟ ระยะ ๕๐๐ เมตร ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทางรถไฟ ตรง กม. ๓๙๑ ตามแนวเขตเส้นตั้งฉากกับทางรถไฟ ระยะ ๕๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๖ เป็นแนวเส้นตั้งฉากกับเส้นระหว่างหลักเขตที่ ๕ และหลักเขตที่ ๖ ไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่ ๖ ระยะ ๑,๒๕๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นตั้งฉากกับเส้นระหว่างหลักเขตที่ ๖ และหลักเขตที่ ๗ ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก - หล่มสัก ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดิน ระยะ ๔๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๔๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก - หล่มสัก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก - หล่มสัก ตรง กม. ๒.๖๕๐ ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดิน ระยะ ๔๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก - หล่มสัก ตรง กม. ๒.๖๕๐ ถึงหลักเขตที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก - หล่มสัก ระยะ ๒๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๑๐ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนพิษณุโลก – หล่มสัก และทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๑ ตอนพิษณุโลก - วังทอง ไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ตรงเขตโทรคมนาคมด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๑๑ เลียบตามแนวเขตโทรคมนาคมด้านตะวันออก และแนวเขตวิทยาลัยครูพิบูลสงครามด้านตะวันออก ไปทางทิศใต้ จนสุดแนวเขตด้านตะวันออกแล้วต่อเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๑๒ ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกของเขตสนามบินด้านเหนือ ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๑๒ เลียบตามแนวเขตสนามบินด้านเหนือไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ติดเขตสนามบินด้านตะวันตก ตรงแนวเส้นตั้งฉากกับทางรถไฟ ตรง กม. ๓๘๗.๒๔๒ จากหลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก ผ่านทางรถไฟ ตรง กม. ๓๘๗.๒๔๒ ถึงหลักเขตที่ ๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๓ ตอนพิษณุโลก - วัดจุฬามณี ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงจังหวัด ระยะ ๒๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๑๔ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๓ ตอนพิษณุโลก – วัดจุฬามณี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๑๕ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๓ ตอนพิษณุโลก - วัดจุฬามณี ตรง กม. ๓.๘๐๐ จากหลักเขตที่ ๑๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๓ ตอนพิษณุโลก - วัดจุฬามณี ตรง กม. ๓.๘๐๐ แล้วต่อเป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับทางไปสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๑๖ เลียบตามริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๗ ซึ่งตั้งอยู่ตรงเขตวัดจันทร์ตะวันออก ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๑๗ เป็นเส้นตรงข้ามแม่น้ำน่านไปทางทิศเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตกตรงเขตวัดจันทร์ตะวันตก ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๑๘ เลียบตามเขตวัดจันทร์ตะวันตกไปจนสุดเขตด้านตะวันตก แล้วต่อเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๙ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๕ ตอนพิษณุโลก - บางระกำ ฟากตะวันออก ตรง กม. ๒ จากหลักเขตที่ ๑๙ เป็นเส้นตรงตั้งฉากกับทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๕ ตอนพิษณุโลก - บางระกำ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒๐ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๕ ตอนพิษณุโลก – บางระกำ ระยะ ๓๐๐ เมตร จากหลักเขตที่ ๒๐ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๓๐๐ เมตร กับทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๕ ตอนพิษณุโลก – บางระกำ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒๑ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตอนสุโขทัย - พิษณุโลก ฟากใต้ จากหลักเขตที่ ๒๑ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบหลักเขตที่ ๑ ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้ เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี [เอกสารแนบท้าย] ๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากท้องถิ่นทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ได้เจริญขึ้น และมีชุมนุมชนอยู่หนาแน่น จึงสมควรขยายเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและการทะนุบำรุงท้องถิ่นต่อไป ปิติวรรณ/ปรับปรุง ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๗/หน้า ๑๐๗๔/๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查