ข้อ ๓๕ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) กองทุนรวมที่จะจัดตั้งต้องเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น
(2) กองทุนรวมที่จะจัดตั้งต้องเป็นกองทุนรวมเปิดซึ่งกําหนดระยะเวลาการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนไม่เกินปีละสองครั้ง
(3) อายุโครงการจัดการกองทุนรวมต้องไม่น้อยกว่าสิบปี
(4) ในกรณีที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาวเป็นกองทุนรวมดัชนี ดัชนีที่ใช้ต้องเป็นดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) หรือ ดัชนี SET 50 (SET 50 Index)
ข้อ ๓๖ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก ภายในหกเดือนนับแต่วันที่บริษัทได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวม
ข้อ ๓๗ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องนําเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนมาจดทะเบียนเป็นกองทุนรวมต่อสํานักงานภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550
ข้อ ๓๘ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องจัดให้มีข้อความที่ให้ผู้ลงทุนแสดงเจตนาว่าจะให้มีการโอนย้ายการลงทุนไปยังกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอื่นหรือไม่ ในใบจองซื้อหน่วยลงทุนหรือใบคําสั่งซื้อหน่วยลงทุน เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนหรือจํานวนหน่วยลงทุนลดลงจนเป็นเหตุให้เลิกกองทุนรวมตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
ข้อ ๓๙ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมจัดทําและเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์
ทางภาษีของการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว โดยให้นําความในข้อ 30 และข้อ 31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในเอกสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวไม่ต้องมีรายการเกี่ยวกับประเภทของเงินได้ที่นํามาซื้อหน่วยลงทุน แต่ให้มีรายการเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นรายการเพิ่มเติมในเอกสารดังกล่าว
ข้อ ๔๐ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการเกี่ยวกับข้อจํากัดการโอนและ
การจํานําหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว โดยนําความในข้อ 32 และข้อ 33 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๔๑ มิให้นําความในข้อ 20 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับ และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกของโครงการจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาวแล้ว หากปรากฏว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมจําหน่ายหน่วยลงทุนให้ผู้ลงทุนได้ไม่ถึงสามสิบห้าราย ให้การอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาวสิ้นสุดลง
เมื่อมีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่าจํานวนผู้ถือหน่วยลงทุนลดลงเหลือน้อยกว่าสามสิบห้ารายในวันทําการใด ๆ ให้บริษัทจัดการดําเนินการเพื่อเลิกกองทุนรวมหุ้นระยะยาวให้เป็นไปตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
ข้อ ๔๒ ตั้งแต่วันสิ้นปีปฏิทินที่สองที่จัดตั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาวเป็นต้นไป หากปรากฏว่ามูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้แล้วทั้งหมดลดลงเหลือน้อยกว่าห้าสิบล้านบาทเป็นเวลาห้าวันทําการซื้อขายหน่วยลงทุนติดต่อกัน หรือลดลงเหลือน้อยกว่าสามสิบล้านบาทในวันทําการใด ให้บริษัทจัดการดําเนินการเพื่อเลิกกองทุนรวมหุ้นระยะยาวให้เป็นไปตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการจัดการกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
การคํานวณมูลค่าหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้มูลค่าที่ตราไว้ของหน่วยลงทุนในการคํานวณ
อื่นๆ ๒ การเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล
ข้อ ๔๓ ในการรับจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้แก่ลูกค้าที่เป็นคณะบุคคล คณะบุคคลดังกล่าวต้องประกอบด้วยบุคคลไม่เกินสามสิบห้าราย
ข้อ ๔๔ ในการรับจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) จัดทําข้อมูลของลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร (customer's profile) โดยมีรายละเอียดของข้อมูลและปรับปรุงข้อมูลตามที่สมาคมกําหนดโดยได้รับความเห็นชอบจาก สํานักงาน ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าปฏิเสธการให้ข้อมูลดังกล่าว ให้บริษัทแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าการเสนอนโยบายการลงทุนให้แก่ลูกค้านั้น บริษัทได้พิจารณาจากข้อมูลเพียง เท่าที่ลูกค้าให้บริษัทเท่านั้น
(2) เสนอนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้าซึ่งได้ประเมินจากวัตถุประสงค์ในการลงทุนของลูกค้า ประสบการณ์ในการลงทุน ฐานะทางการเงิน ภาระทางการเงิน ความต้องการและข้อจํากัดการลงทุน และจัดการกองทุนส่วนบุคคลเป็นไปตามนโยบายการลงทุนดังกล่าว
ข้อ ๔๕ สัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพต้องมีอายุสัญญาไม่น้อยกว่าสองปี
ข้อ ๔๖ นโยบายการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ลงทุนรายย่อยต่ํากว่าหนึ่งล้านบาท หรือกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ให้นํานโยบายการลงทุนของกองทุนรวมตามข้อ 4(1) และ(2)(ก) ถึง (ช) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
กองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอาจกําหนดนโยบายการลงทุนโดยไม่เป็นไปตามวรรคหนึ่งก็ได้ หากบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลสามารถเปรียบเทียบผลการดําเนินงานของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับตัวชี้วัด (benchmark) ที่สอดคล้องกับนโยบายที่กําหนดขึ้นนั้น
ข้อ ๔๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547
(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)
เลขาธิการ
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).