法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน

พ.ศ.

๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๒๒

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกความใน (๒) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้านนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

เว้นแต่การคุ้มครองแรงงานตามบทบัญญัติมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๕๓ มาตรา

๕๔ มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๖ มาตรา ๑๓๙ มาตรา

๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒ และมาตรา ๑๔๓

ให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองแรงงานตามข้อ ๒ งานที่รับไปทำที่บ้าน

หมายความว่า งานที่ลูกจ้างรับจากนายจ้างไปผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม

หรือแปรรูปสิ่งของในบ้านของลูกจ้างหรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานประกอบกิจการของนายจ้างตามที่ได้ตกลงกันเพื่อรับค่าจ้าง

โดยใช้วัตถุดิบหรืออุปกรณ์ในการผลิตของนายจ้างทั้งหมดหรือบางส่วน

และโดยปกติการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของนายจ้าง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้นายจ้างผู้ซึ่งส่งมอบงานให้ลูกจ้าง

แจ้งให้พนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าก่อนวันส่งมอบงานดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้นายจ้างจัดทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือที่มีข้อความถูกต้องตรงกันจำนวนสองฉบับโดยมอบให้ลูกจ้างและนายจ้างเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด

พร้อมที่จะให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้

สัญญาจ้างตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) วันและสถานที่ที่ทำสัญญาจ้าง

(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล อายุ

และที่อยู่ของนายจ้างและลูกจ้าง

(๓)

ที่ตั้งสถานประกอบกิจการของนายจ้างและสถานที่ทำงานของลูกจ้าง

(๔) ประเภท ลักษณะ

และสภาพของงานที่ส่งมอบให้แก่ลูกจ้าง

(๕) วันและสถานที่ที่นายจ้างส่งมอบงานให้แก่ลูกจ้าง

(๖) อัตราค่าจ้าง และการหักค่าจ้าง

(๗) วันและสถานที่ที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง

(๘) วันและสถานที่ที่นายจ้างรับมอบงานจากลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตามอัตราค่าจ้างตามข้อ ๕ (๖)

และตามวันและสถานที่ตามข้อ ๕ (๗) ทั้งนี้ วันที่จ่ายค่าจ้างดังกล่าวต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ลูกจ้างส่งมอบงานให้แก่นายจ้าง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง

ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้างไว้เพื่อการอื่นใด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ

(๑) ชำระเงินตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้

(๒) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์

หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นหนังสือจากลูกจ้าง

(๓) ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เครื่องจักร

อุปกรณ์ หรือวัตถุดิบของนายจ้างอันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้างโดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้าง

การหักตาม (๒) และ (๓) ในแต่ละกรณี

ห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ

และจะหักรวมกันได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามข้อ ๖

เว้นแต่นายจ้างได้จัดทำเป็นหนังสือ และลูกจ้างได้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมหรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ห้ามมิให้นายจ้างส่งมอบงานดังต่อไปนี้ให้ลูกจ้าง

(๑) งานผลิต ประกอบ บรรจุ

แปรรูปวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เช่น งานทำพลุ งานทำดอกไม้เพลิง

(๒)

งานผลิตหรือบรรจุสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือวัตถุมีพิษ เช่น สารไซยาไนด์

สารก่อมะเร็ง ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

หรืองานที่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือวัตถุมีพิษเป็นส่วนประกอบ

(๓) งานอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้นายจ้างจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงานและกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งนี้

ตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ลูกจ้างต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

และต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานที่นายจ้างจัดหรือกำหนดตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗

อุไรวรรณ เทียนทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

หมายเหตุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้านให้แตกต่างไปจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศุภชัย/พิมพ์

๑๙

กรกฎาคม ๒๕๔๗

จีระ/สุนันทา/

ตรวจ

๒๖

กรกฎาคม ๒๕๔๗

A+B

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๑๓/๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๗

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานที่รับไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d4fb171e02e366dc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com