ข้อ ๔
ในกรณีที่บริษัทเห็นว่า
การคำนวณรายได้หรือรายจ่ายโดยวิธีอื่นจะถูกต้องตามความเป็นจริงมากกว่าการคำนวณตามหลักเกณฑ์ข้อ
๒ หรือข้อ ๓ แล้วแต่กรณี บริษัทอาจขออนุมัติเพื่อนำหลักเกณฑ์อื่นนั้นมาใช้แทนได้
โดยทำเป็นหนังสือแสดงเหตุผลของการขอเปลี่ยนแปลงยื่นต่ออธิบดี และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว
ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป
ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า หลักเกณฑ์การคำนวณที่อธิบดีอนุมัติตามคำขอของบริษัทตามวรรคหนึ่ง
ไม่เหมาะสมด้วยประการใด ๆ หรือสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไป ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้
แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนต่อการกระทำใด ๆ
ที่บริษัทได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่อธิบดีสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
ธารินทร์
นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๒๖ (๑๖) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒
กำหนดให้บริษัทที่มีแปลงสำรวจหลายแปลง
โดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ในสัมปทานที่ได้ให้ไว้ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒ และแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ในสัมปทานที่ได้ให้ไว้ภายหลังมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒ แล้วต้องคำนวณรายได้และรายจ่ายสำหรับแปลงสำรวจในสัมปทานนั้น
ๆ แยกต่างหากจากกัน และถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้ง
ให้เฉลี่ยรายได้และรายจ่ายตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
อรญา/ปรับปรุง
๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๘๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๖