法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2555 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก

ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค

บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒

เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีนโยบายและมาตรการเพื่อการจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน

โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางการค้า

การบริการ การอยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง

การศึกษา การบริหารราชการและการปกครอง อุตสาหกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ซึ่งมุ่งพัฒนาให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นสี่แยกอินโดจีน

เป็นเมืองยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่างและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

(๒) ส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกให้เป็นเมืองน่าอยู่

โดยจัดให้มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

และลักษณะทางกายภาพของเมือง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ด้วยการวางผังเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ดี

(๓) ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพัฒนาด้านการศึกษา

และการเสริมสร้างฐานรากชุมชนให้เข้มแข็งโดยพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกให้เป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาหรือเมืองแห่งการเรียนรู้

(๔)

ส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร

เพื่อให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งผลิตอาหารและสินค้าด้านการเกษตร

โดยการเพิ่มผลผลิต แปรรูปผลิตภัณฑ์

พัฒนาคุณภาพและส่งเสริมการผลิตสินค้าที่ปลอดสารพิษโดยการทำการเกษตรเชิงอินทรีย์ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่

แหล่งน้ำ และทรัพยากรในท้องถิ่น

(๕)

ส่งเสริมและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมโดยการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด

ให้มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันกับศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดใกล้เคียง

(๖) ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๕

ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง

ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๒๗

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๖

ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว

ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล

ให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ และหมายเลข ๖.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีฟ้า

ให้เป็นที่ดินประเภทจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๙

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชุมชน

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา

สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ[๒]

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)[๓]

โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิดและจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน

(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ

เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ

สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ

และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้

หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๘) กำจัดมูลฝอย

(๙) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี -

เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗

สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑

(พรานกระต่าย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖

สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๔ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (สันติบันเทิง) - บางกระทุ่ม

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๔๓ สายนครไทย - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๒๔๖ (บ้านแพะ)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๓๗ สายชาติตระการ - บ่อภาค ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๔๘

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๓ (นครไทย) - นาเมือง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๗๕

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๖ (แควน้อย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๔ (ตลุกเทียม)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๘๑

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บ่อทอง)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๖ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ท่างาม) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๓ (โป่งแค)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๓๑๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (หนองมะคัง) - พรหมพิราม

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (บ้านแยง) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๐๓ (หางนา) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการประกอบอุตสาหกรรมหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม

คลังสินค้า สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ[๔]

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๓)

การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๔) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด

(๕) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงชนบท พล. ๔๐๐๓

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า

๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ[๕]

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)[๖]

โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด

(๕) การอยู่อาศัยและประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด

(๗) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๘) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร

จากริมเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี - เชียงใหม่

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗

สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑

(พรานกระต่าย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖

สายต่อเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๒๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์) - นาขาม

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๓๗ สายชาติตระการ -

บ่อภาค ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๔๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๓ (นครไทย) - นาเมือง

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๗๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๖ (แควน้อย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๔ (ตลุกเทียม) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๘๑

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บ่อทอง)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๓ สายต่อเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีควบคุม -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (กกไม้แดง) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๕ (เนินมะปราง) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๖ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ท่างาม) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๓ (โป่งแค) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๓๐๙

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ป่าแดง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๒๗๕ (หนองตม)

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (บ้านแยง) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๐๓ (หางนา)

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี -

เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗

สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑

(พรานกระต่าย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘๖

สายต่อเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลกควบคุม - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๒๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (วัดโบสถ์) - นาขาม

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๓๗ สายชาติตระการ - บ่อภาค ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๔๘

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๓ (นครไทย) - นาเมือง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๗๕

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๖ (แควน้อย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๔ (ตลุกเทียม)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๘๑ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บ่อทอง) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๓

สายต่อเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีควบคุม - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๕ สายทางหลวงหมายเลข ๑๑ (กกไม้แดง) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๕ (เนินมะปราง) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๖

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ท่างาม) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๓ (โป่งแค)

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๓ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (บ้านแยง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข

๒๐๓ (หางนา) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม

การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ

และการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม[๗]

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)[๘]

โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ

เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซ

สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ

และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๘) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๙) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หอพัก

หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๑) สวนสนุก

(๑๒) สนามกอล์ฟ

(๑๓) กำจัดมูลฝอย

(๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี -

เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๗๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๖ (แควน้อย) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๔ (ตลุกเทียม) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๘๑

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ (บางระกำ) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บ่อทอง)

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๓๐๙ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ป่าแดง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๒๗๕ (หนองตม) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๑๓๑๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑

(หนองมะคัง) - พรหมพิราม ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น[๙]

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี -

เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๔๓ สายนครไทย - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๒๔๖

(บ้านแพะ) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๖ สายทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ท่างาม) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๓ (โป่งแค) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๕

เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๕

สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ (พรานกระต่าย) -

บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (บางระกำ) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า

ต้นน้ำลำธาร และธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้

การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

หรือการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวซึ่งไม่ใช่การจัดสรรที่ดินที่มีขนาดพื้นที่อาคารไม่เกิน

๒๐๐ ตารางเมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ สายอินทร์บุรี -

เชียงใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ สายตาก - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๔๓

สายนครไทย - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๒๔๖ (บ้านแพะ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๓๗

สายชาติตระการ - บ่อภาค ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๔๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๓

(นครไทย) - นาเมือง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๕ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑

(กกไม้แดง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๕ (เนินมะปราง) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๑๒๙๖ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๑ (ท่างาม) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑๑๔๓ (โป่งแค) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง

หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

การประมง การท่องเที่ยว หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ชูชาติ หาญสวัสดิ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

รักษาราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.[๑๐]

บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ.

๒๕๕๕

๓.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พ.ศ. ๒๕๕๕

๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พ.ศ. ๒๕๕๕

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลก

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า

การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘[๑๑]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยยกเลิกข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

และกำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนได้ในที่ดินบางประเภท

ตลอดจนปรับปรุงบัญชีท้ายกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้การประกอบกิจการโรงงานดำเนินการได้อย่างเหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วันทิตา/ปรับปรุง

๑๗ มิถุนายน

๒๕๕๘

นุสรา/ผู้ตรวจ

กรกฎาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๕๔ ก/หน้า ๑/๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖

[๒] ข้อ ๘ วรรคหนึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๓] ข้อ ๘ วรรคสอง (๑)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๔] ข้อ ๙ วรรคหนึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๕] ข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๖] ข้อ ๑๐ วรรคสอง

(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๗] ข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๘] ข้อ ๑๑ วรรคสอง

(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๙] ข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๑๐] บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พ.ศ. ๒๕๕๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๑/๒๙ เมษายน ๒๕๕๘

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2555 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d50d1b755f667aa6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com