我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ล่าสุด) ส่วนที่ ๔

ข้อ ๑๘–ข้อ ๒๔共 6 條

ข้อ ๑๘附則

ข้อ ๑๘ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องเป็นถังชนิดที่มีผนังสองชั้น และต้องออกแบบ ก่อสร้าง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL58 Standard for Steel Underground Tanks for Flamable and Combustible Liquids และ UL1746 Standard for External Corrosion Protection Systems for Steel Underground Storage Tanks หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่ หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ำใต้ดิน และฐานรากต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุอยู่ในถัง รวมทั้งน้ำหนักอื่น ๆ ที่กระทำบนตัวถังได้โดยปลอดภัย (๓) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เซนติเมตร และห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่เหนือส่วนบนของผนังถัง ยกเว้นแท่นตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและหลังคาคลุมตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ต้องมีระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังไม่น้อยกว่า ๖๐.๐๐ เซนติเมตร (๕) ตัวถังต้องตั้งอยู่ในเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยผนังถังต้องห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร (๖) เมื่อติดตั้งเสร็จต้องทำการกลบฝังด้วยวัสดุกลบฝังให้มีความหนาจากผนังถังไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เซนติเมตร โดยวัสดุกลบฝังต้องได้รับการอัดแน่น และมีการป้องกันวัสดุกลบฝังเลื่อนไหลไปนอกบริเวณ วัสดุกลบฝังที่อนุญาตให้ใช้ตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ทรายสะอาด กรวดคลุก (pea gravel) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๓.๐๐ มิลลิเมตร ถึง ๑๙.๐๐ มิลลิเมตร และหินบด (crushed rock) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๓.๐๐ มิลลิเมตร ถึง ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร หรือวัสดุกลบฝังอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๗) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐ มิลลิเมตร (ข) ปลายท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร (๘) ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่ห่างจากเขตสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร และบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องมีการป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่พื้นดิน ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่เหนือระดับพื้นดิน จะต้องทำบ่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิงล้อมรอบบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยบ่อดังกล่าวจะต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๑๕ ลิตร (ข) กรณีปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่ใต้ระดับพื้นดิน จะต้องทำบ่อที่มีฝาปิดป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิงล้อมรอบบริเวณปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยบ่อดังกล่าวจะต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๑๕ ลิตร (๙) ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overfill protection) ที่ข้อต่อท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่ข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิง (๑๐) ท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงและท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงแบบปลายท่อติดตั้งอยู่เหนือระดับพื้นดินต้องแสดงสัญลักษณ์แถบสีไว้ที่ผิวท่อด้านนอก เพื่อระบุประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแถบสีต้องมีลักษณะเป็นแผ่นปิดทับบนผิวท่อหรือเป็นการทาสีทับลงบนผิวท่อกว้างไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เซนติเมตร และมีสีตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ในกรณีที่ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแบบติดตั้งอยู่ใต้ระดับพื้นดินให้แสดงสัญลักษณ์แถบสีตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ไว้ที่ฝาปิดของบ่อป้องกันการรั่วซึมตาม (๘) (ข) ตารางที่ ๑ สัญลักษณ์แถบสี ประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิง สีสำหรับระบบท่อ น้ำมันเบนซินออกเทนเกิน ๙๔ เหลืองและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ น้ำมันเบนซินออกเทนไม่เกิน ๙๔ แต่ไม่น้อยกว่า ๙๑ แดงและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ น้ำมันเบนซินออกเทนน้อยกว่า ๙๑ เขียวและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ น้ำมันดีเซล น้ำเงินและกำกับด้วยชื่อผลิตภัณฑ์ ไอน้ำมันเบนซินออกเทนเกิน ๙๔ เหลือง ไอน้ำมันเบนซินออกเทนไม่เกิน ๙๔ แต่ไม่น้อยกว่า ๙๑ แดง ไอน้ำมันเบนซินออกเทนน้อยกว่า ๙๑ เขียว ไอน้ำมันดีเซล น้ำเงิน

ข้อ ๑๙附則

ข้อ ๑๙ เมื่อก่อสร้างและติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินเสร็จแล้วต้องทำการทดสอบการรั่วซึมของตัวถังและข้อต่อต่าง ๆ โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ทำการทดสอบโดยใช้แรงดันน้ำ แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อย อัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๒๐.๖ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน ๓๔.๕ กิโลปาสกาล (๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ในกรณีที่ทดสอบโดยใช้แรงดันน้ำ ให้ใช้เวลาในการทดสอบไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง และในกรณีที่ทดสอบโดยใช้แรงดันอากาศหรือก๊าซเฉื่อย ให้ใช้เวลาในการทดสอบตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๒ ตารางที่ ๒ เวลาที่ใช้ในการทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินโดยใช้แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อย ความจุของถัง (ลิตร) เวลาที่ใช้ในการทดสอบ (ชั่วโมง) ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ ไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ ไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๒๔ ไม่น้อยกว่า ๔๘ ไม่น้อยกว่า ๗๒ ไม่น้อยกว่า ๙๖ (๒) ในกรณีที่พบการรั่วซึม ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทำการแก้ไข และทำการทดสอบตาม (๑) ซ้ำ จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม (๓) ทำการทดสอบโดยวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๔) ในกรณีที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินเป็นผนังสองชั้นที่มีการทดสอบจากโรงงานผลิตและอัดแรงดันหรือแรงดันสุญญากาศระหว่างผนังถังชั้นนอกและชั้นใน ให้ตรวจสอบมาตรวัดแรงดันหรือแรงดันสุญญากาศ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแรงดันเกินกว่าแรงดันที่ผู้ผลิตกำหนด ให้ถือว่าถังปราศจากการรั่วซึม โดยไม่ต้องทำการทดสอบตาม (๑) (๕) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทำการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ ข้อ ๒๐[๒] ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน เมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปี ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๒๑附則

ข้อ ๒๑ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรับแรงและน้ำหนักต่าง ๆ ที่มากระทำต่อระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยปลอดภัย (๒) ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของระบบท่อชนิดแรงดัน (pressurized piping) ต้องเป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังสองชั้น และเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ (๓) ท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของระบบท่อชนิดแรงดูด (suction piping) อาจเป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังชั้นเดียวหรือผนังสองชั้นก็ได้ โดยต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะและต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังชั้นเดียว ต้องทำด้วยเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องติดตั้ง ดังต่อไปนี้ ๑) ท่อต้องวางลาดเอียงให้น้ำมันไหลกลับเข้าสู่ถังโดยมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐๐ ๒) ต้องติดตั้งลิ้นกันกลับที่ใต้ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและต้องไม่มีลิ้นอื่นใดติดตั้งอยู่ระหว่างลิ้นกันกลับกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (ข) ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดผนังสองชั้น ต้องออกแบบ ก่อสร้าง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL971 Standard for Nonmetallic Underground Piping for Flamable Liquids หรือมาตรฐาน IP Performance Specification for Underground Pipework Systems at Petrol Filling Stations หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๔) การวางท่อจะวางไว้เหนือพื้นดินหรือฝังไว้ใต้พื้นดินก็ได้ แต่ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ท่อที่วางไว้เหนือพื้นดินต้องมีการป้องกันมิให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดมากระทำให้เกิดการชำรุดเสียหายต่อท่อ และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อน (ข) ท่อที่ฝังไว้ใต้พื้นดินต้องจัดให้มีเครื่องหมายถาวรไว้เหนือพื้นดินแสดงแนวท่อให้เห็นได้ชัดเจน และต้องมีการป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนและน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงสู่พื้นดิน กรณีที่มีการติดตั้งลิ้นปิดเปิดหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ใต้พื้นดินต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก (๕) วัสดุที่ใช้ในระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นปิดเปิด ปะเก็น หรือวัสดุป้องกันการรั่วซึม ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง (๖) ในกรณีที่มิได้ติดตั้งเครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้รวมกัน ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตัดระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

ข้อ ๒๒附則

ข้อ ๒๒ เมื่อติดตั้งระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) ทำการทดสอบการรั่วซึมโดยใช้แรงดันน้ำ แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อยอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๓๔๕ กิโลปาสกาล (๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบนาทีในกรณีที่เป็นท่อที่มีผนังสองชั้นให้ทดสอบเฉพาะท่อชั้นในเท่านั้น ในกรณีที่เป็นท่อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทำการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ (๒) ในกรณีที่พบการรั่วซึม ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทำการแก้ไข และทำการทดสอบตาม (๑) ซ้ำ จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม (๓)[๓] ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ เมื่อใช้งานครบหนึ่งปีและสิบปีตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๒๓附則

ข้อ ๒๓ การทดสอบและตรวจสอบตามข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๒ ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๗ (๔) และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรักษาบันทึกผลการทดสอบและตรวจสอบไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี ในกรณีที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการทดสอบโดยผู้ประกอบกิจการควบคุมโดยอยู่ในการควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ ๒๔附則

ข้อ ๒๔ เครื่องสูบและตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งกับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งรวมกับเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินโดยยึดแน่นอยู่บนแท่นคอนกรีต และแท่นคอนกรีตต้องอยู่สูงกว่าระดับพื้นโดยรอบไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เซนติเมตร (๒) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งแยกจากเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงจะติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินหรือติดตั้งอยู่สูงจากพื้นดินก็ได้ ในกรณีที่ติดตั้งอยู่ระดับพื้นดินต้องยึดแน่นอยู่บนแท่นคอนกรีตและแท่นคอนกรีตต้องอยู่สูงกว่าระดับพื้นโดยรอบไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เซนติเมตร (๓) เครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งแยกจากตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีระบบการป้องกันมิให้มีสิ่งอื่นใดมากระทบหรือกระแทกเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งไว้ภายในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (submersible pump) ต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (explosion proof) (๔) ปลายท่อสูบน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่จะต่อเข้ากับเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิงต้องวางอยู่ในบ่อคอนกรีตที่มีผนังและพื้นหนาไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เซนติเมตร หรือวัสดุอื่นที่ใช้แทนกันได้และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องมีการป้องกันมิให้น้ำซึมเข้าไปภายในบ่อ (๕) สายหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ สามารถป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิต และต้องมีข้อต่อชนิดป้องกันน้ำมันไหลเมื่อสายขาด (breakaway coupling) และสามารถทนความดันทดสอบได้ไม่น้อยกว่า ๕๑๗ กิโลปาสกาล (๗๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) (๖) หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (ก) มีอุปกรณ์ที่หยุดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังในขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง (ข) ต้องเป็นชนิดป้องกันน้ำมันหกลงพื้นดิน ในกรณีที่หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหลุดจากช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ (ค) เมื่อต่อเข้ากับช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะแล้วต้องไม่ลื่นหลุดออกจากช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะได้ง่าย การป้องกันและระงับอัคคีภัย

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).