我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำบางชนิด พ.ศ. 2559 หมวด ๑

ข้อ ๒–ข้อ ๑๕共 14 條

ส่วนที่ ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านตามมาตรา ๖๕ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กองบริหารจัดการด้านการประมง กรมประมง (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ด่านตรวจสัตว์น้ำในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หรือสำนักงานประมงจังหวัดในกรณีไม่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของด่านตรวจสัตว์น้ำ (๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำเข้าตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ วิธีการสืบพันธุ์ความปลอดภัยของสัตว์น้ำที่หายาก อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำ หรือผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติ (๒) กรณีนำเข้าปลาทูน่าชนิดครีบเหลือง ต้องมีหนังสือรับรองการนำปลาทูน่าชนิดครีบเหลืองเข้ามาในราชอาณาจักรจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกำหนด (๓) ห้ามอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำที่ก่อให้เกิดโรคระบาด ในกรณีไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสัตว์น้ำนั้นเป็นโรคระบาด ผู้นำเข้าสัตว์น้ำต้องยื่นหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์หรือหนังสือรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ซึ่งมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษที่ลงนามรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบของรัฐบาลประเทศผู้ส่งออกหรือจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบในวันที่นำเข้าสัตว์น้ำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การพิจารณาอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการส่งออกตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ชนิดพันธุ์และจำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำอื่นและความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติ (๒) กรณีการส่งออกปลาทะเลสวยงามต้องได้รับหนังสือรับรองการเพาะพันธุ์จากกรมประมงหรือต้องมีเอกสารรับรองว่าเป็นปลาทะเลสวยงามจากการนำเข้า หรือเป็นการส่งออกเพื่อการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย หรือกรณีอื่นที่มิใช่เพื่อการค้า แล้วแต่กรณี (๓) กรณีการส่งออกผลิตภัณฑ์เปลือกหอยสำเร็จรูปต้องมีหนังสือรับรองชนิดพันธุ์เปลือกหอยสำเร็จรูปจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกำหนด (๔) กรณีการส่งออกสัตว์น้ำชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นสัตว์น้ำที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกำหนด (๕) กรณีเป็นการส่งออกสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากโรคระบาดต้องได้รับหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์หรือหนังสือรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์จากกรมประมง และก่อนการอนุญาตสัตว์น้ำนั้นต้องผ่านการกักกันและกำจัดโรคก่อนการส่งออกตามระยะเวลาและวิธีการที่ประเทศปลายทางกำหนด

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การพิจารณาอนุญาตให้นำผ่านสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการนำผ่านตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ชนิดพันธุ์และจำนวนสัตว์น้ำต้องตรงกับที่ขออนุญาต ความปลอดภัยของสัตว์น้ำในประเทศและอันตรายที่อาจเกิดจากสัตว์น้ำนั้น (๒) กรณีเป็นการนำผ่านสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากโรคระบาดต้องมีหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์หรือหนังสือรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ซึ่งมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษซึ่งลงนามรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบของรัฐบาลประเทศผู้ส่งออกหรือจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบในวันที่นำผ่านสัตว์น้ำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะต้องพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำ ให้แจ้งเหตุผลพร้อมทั้งสิทธิอุทธรณ์ไปพร้อมกับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย ใบอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำ ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ หรือใบอนุญาตให้นำผ่านสัตว์น้ำ ให้มีอายุไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตนั้น

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำต้องแสดงใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำและนำเคลื่อนที่สัตว์น้ำผ่านด่านตรวจสัตว์น้ำตามที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือโดยสภาพข้อเท็จจริงที่ไม่อาจนำสัตว์น้ำนั้นเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจสัตว์น้ำนั้น ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านสัตว์น้ำแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำนั้น พร้อมทั้งยื่นสำเนาหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์หรือหนังสือรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ (๓)

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การนำเข้าหรือนำผ่านสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากโรคระบาด ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องไม่เปิดหรือเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุสัตว์น้ำนั้น ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยและจำเป็นต้องมีการเปิดภาชนะบรรจุสัตว์น้ำ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องดำเนินการภายใต้คำสั่งและการควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการมีสัตว์น้ำไว้ในครอบครอง

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการเพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๖๕ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ โดยต้องแจ้งที่มาของสัตว์น้ำที่จะขออนุญาตให้ชัดเจน การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงจังหวัด (๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การพิจารณาอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดห้ามการเพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๖๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนสัตว์น้ำที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำที่หายาก อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำ หรือผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติ (๒) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีการจัดระบบการดูแลสัตว์น้ำ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้ำ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำภายในประเทศ รวมทั้งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติ (๓) กรณีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากโรคระบาดต้องมีหนังสือรับรองว่าสัตว์น้ำนั้นไม่มีโรคระบาดจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกำหนด และต้องไม่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๘ มาใช้บังคับแก่การออกใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองด้วย ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำหรือใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองด้วย ใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้ำไว้ในครอบครอง ให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตหรือถือว่าได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือมีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองต้องจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงหรือครอบครองในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนและเก็บไว้เป็นหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือมีสัตว์น้ำไว้ในครอบครองที่ไม่ประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำแล้ว ให้นำสัตว์น้ำนั้นส่งมอบให้แก่กรมประมงเพื่อดูแลหรือทำลายตามที่เห็นสมควร เบ็ดเตล็ด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).