กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการลงทัณฑ์แก่เด็กและเยาวชน
และการอนุญาตให้เด็กและเยาวชนออกนอกสถานพินิจเป็นครั้งคราว
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๓๘ (๓) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การลงทัณฑ์แก่เด็กและเยาวชนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่า
(๑) เด็กหรือเยาวชนยอมรับว่าตนละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัย หรือ
(๒) มีหลักฐานชัดแจ้งว่าเด็กหรือเยาวชนละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยจริง
ข้อ ๒ ในการพิจารณาลงทัณฑ์แก่เด็กและเยาวชน ให้ผู้อำนวยการสถานพินิจคำนึงถึง
(๑) สวัสดิภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชนยิ่งกว่าการลงทัณฑ์
(๒) ประโยชน์ในการบำบัดแก้ไขและฟื้นฟูเด็กและเยาวชน และ
(๓) บุคลิกลักษณะ สุขภาพ และภาวะแห่งจิตของเด็กและเยาวชนซึ่งแตกต่างกัน
ทั้งนี้ โดยลงทัณฑ์ให้เหมาะสมกับเด็กหรือเยาวชนและพฤติการณ์เฉพาะเรื่อง แม้ว่าเด็กหรือเยาวชนนั้นจะได้ละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยร่วมกัน
ข้อ ๓ ในกรณีที่ผู้อำนวยการสถานพินิจได้พิจารณาหลักเกณฑ์ในข้อ ๒ แล้ว เห็นว่าเด็กหรือเยาวชนคนใดยังไม่สมควรได้รับการลงทัณฑ์ จะสั่งให้ภาคทัณฑ์ไว้ก่อนก็ได้
การภาคทัณฑ์นั้นพึงกระทำเมื่อ
(๑) เด็กหรือเยาวชนได้ละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง เช่น ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายหรือเครื่องนุ่งห่ม ประพฤติตนไม่เรียบร้อย ไม่สนใจการเรียน หรือฝ่าฝืนระเบียบห้องเรียนหรือหอนอน และ
(๒) เด็กหรือเยาวชนได้สำนึกในความผิดที่ได้กระทำไปแล้ว
ข้อ ๔ ในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยร้ายแรง เช่น จงใจทำร้ายผู้อื่น ลักทรัพย์หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่น ลักลอบนำเข้าในสถานควบคุมซึ่งสิ่งของต้องห้าม สิ่งเสพติด หรือของมึนเมา บังคับการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหรือเยาวชนอื่น ก่อความไม่สงบในสถานควบคุม หรือพยายามหลบหนีจากสถานควบคุม เมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่าเด็กหรือเยาวชนนั้นกระทำผิดจริง ผู้อำนวยการสถานพินิจอาจลงทัณฑ์แก่เด็กหรือเยาวชนนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) สั่งให้เด็กหรือเยาวชนทำงานหนักวันหนึ่งไม่เกินสองชั่วโมง ทั้งนี้ ไม่เกินสามวันและต้องมิใช่เป็นการทำงานหนักในลักษณะที่เกินกว่าสภาพแห่งร่างกายและสุขภาพของเด็กหรือเยาวชนนั้น
(๒) ตัดประโยชน์และความสะดวกที่สถานพินิจอำนวยให้เด็กและเยาวชนบางประการโดยไม่ขัดกับสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่เด็กหรือเยาวชนนั้นต้องได้รับการบริการจากรัฐ ทั้งนี้ ต้องกำหนดประโยชน์ที่ตัดและระยะเวลาให้ชัดเจน แต่ต้องไม่เกินสองสัปดาห์
ข้อ ๕ ก่อนที่จะลงทัณฑ์ ให้ผู้อำนวยการสถานพินิจแจ้งให้เด็กหรือเยาวชนนั้นทราบถึงเหตุผลที่ทำให้ถูกลงทัณฑ์
ข้อ ๖ ผู้อำนวยการสถานพินิจมีอำนาจอนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในความควบคุมออกนอกสถานพินิจเป็นครั้งคราวได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) การอนุญาตให้ออกนอกสถานพินิจ เพื่อลาเยี่ยมบ้าน เพื่อการศึกษาดูงาน เพื่อร่วมกิจกรรมบำบัดแก้ไขและฟื้นฟู หรือเพื่อเหตุจำเป็นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ของเด็กหรือเยาวชนครั้งหนึ่งจะต้องไม่เกินสิบสี่วัน เว้นแต่เป็นการอนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนไปฝึกปฏิบัติงานภายนอกสถานพินิจ ให้กำหนดเวลาตามความจำเป็น แต่ครั้งหนึ่งจะต้องไม่เกินห้าสิบวัน และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
(๒) การอนุญาตให้ออกนอกสถานพินิจ ให้กระทำได้ภายหลังที่เด็กหรือเยาวชนได้อยู่ในความควบคุมของสถานพินิจมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือน และต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่แพทย์ จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา จะตรวจพินิจหรือรักษาพยาบาลเด็กหรือเยาวชนนั้น
(๓) ในเดือนใดที่เด็กหรือเยาวชนละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัยร้ายแรง ห้ามมิให้อนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนนั้นออกนอกสถานพินิจในเดือนนั้น
ความใน (๑) (๒) และ (๓) มิให้ใช้บังคับในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนเจ็บป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลอื่น
ข้อ ๗ วันที่อนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนออกนอกสถานพินิจตามข้อ ๖ ให้นับเป็นวันควบคุมในสถานพินิจ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๘ (๓) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ กำหนดให้การลงทัณฑ์แก่เด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในความควบคุมของสถานพินิจ ที่ละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัย และการอนุญาตให้เด็กและเยาวชนออกนอกสถานพินิจเป็นครั้งคราว เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๖/๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).