มาตรา ๕๓
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่า
กระทำผิดวินัย
ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการสอบสวนชั้นต้นโดยมิชักช้า
วิธีการสอบสวนชั้นต้นจะทำโดยให้ผู้มีกรณีเกี่ยวข้องชี้แจ้งเรื่องราวเป็นหนังสือ
หรือโดยบันทึกเรื่องราวและความเห็นก็ได้
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนชั้นต้นแล้ว เห็นว่า ข้าราชการอัยการผู้ใดกระทำ
ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้ดำเนินการตามมาตรา ๖๓
แต่ถ้าเห็นว่าเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ดำเนินการตามมาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๕๖ แล้วแต่กรณี
แต่ถ้าเกินอำนาจของตนให้รายงานไป
ยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปตามลำดับเพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี
มาตรา ๕๔
ข้าราชการอัยการผู้ใดซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นว่ากระทำผิดวินัย
อย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก
ให้ผู้บังคับบัญชาต่อไปนี้แต่งตั้งคณะ
กรรมการขึ้นอย่างน้อยสามคน เพื่อทำการสอบสวน คือ
(๑) รัฐมนตรี สำหรับข้าราชการอัยการทุกชั้น
(๒) อธิบดี สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๑ และชั้น ๒
กรรมการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้าราชการอัยการ
ในการสอบสวนนั้น คณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหา และ
รายละเอียดเท่าที่มีอยู่ให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยทราบ
และต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาว่า
กระทำผิดวินัยชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย
ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จโดยเร็วกำหนดอย่างช้า
ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง ถ้ามีความจำเป็น
ซึ่งจะสอบสวนไม่ทันภายในกำหนดนั้นก็
ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง
แต่ละครั้งเป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน และต้องแสดงเหตุที่
ต้องขยายเวลาไว้ด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จ
จะขยายเวลาต่อไปอีกได้ต่อ
เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้แต่งตั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวกับการสอบสวนให้เป็นไปตามที่ ก.อ. กำหนด
เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รายงานเสนอ
ความเห็นต่ออธิบดี
โดยให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาตามลำดับได้แสดงความเห็นเสียก่อน
ด้วย ถ้าคณะกรรมการหรือผู้บังคับบัญชาดังกล่าว หรืออธิบดี
เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย ก็
ให้อธิบดีทำความเห็นรายงานไปยัง ก.อ. เมื่อ ก.อ.
ได้พิจารณาเห็นสมควรลงโทษ ไล่ออก ปลดออก
หรือให้ออกจากราชการ จึงให้รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีสั่งไล่ออก
ปลดออก หรือให้ออกจากราชการต่อไป
ในกรณีข้าราชการอัยการถูกฟ้องคดีอาญา จะใช้คำพิพากษาถึงที่สุดของศาล
ประกอบการพิจารณาของ ก.อ.
โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
มาตรา ๕๕
ให้กรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียง
เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการสอบสวน
และโดยเฉพาะให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วยคือ
(๑) เรียกให้กระทรวงทบวงกรม หน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจชี้แจงข้อเท็จจริง
ส่งเอกสารและหลักฐาน
ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน
(๒) เรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือ ให้ส่งเอกสารและ
หลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน
มาตรา ๕๖ ข้าราชการอัยการผู้ใด
กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเป็นกรณี
ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่ ก.อ. กำหนด
หรือได้ให้ถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับ
บัญชาหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน
รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี
จะพิจารณาสั่งลงโทษโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. ก่อน
มาตรา ๕๗
ข้าราชการอัยการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา
เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือ
ความผิดลหุโทษ
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวนหรือพิจารณา
จะเป็นการเสียหายแก่ราชการ จะสั่งให้พักราชการก็ได้
ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งให้พักราชการ คือ
(๑) รัฐมนตรี สำหรับข้าราชการอัยการทุกชั้น
(๒) อธิบดี สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๑ และชั้น ๒
การให้พักราชการนั้น ให้พักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา หรือตลอดเวลาที่
คดียังไม่ถึงที่สุดเมื่อสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้ว
หรือคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้พัก
ราชการมิได้กระทำความผิดและไม่มีมลทิน หรือมัวหมอง
ให้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งให้พัก
ราชการสั่งให้รับราชการตามเดิม เงินเดือนของผู้ถูกสั่งให้พักราชการดังกล่าว
ให้เป็นไปตาม
กฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๕๘
ข้าราชการอัยการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา
เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษ แม้ภายหลังผู้นั้นจะพันจากตำแหน่งข้าราชการอัยการไปแล้ว
ก็อาจมี
การสอบสวนหรือพิจารณาเพื่อลงโทษ
หรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เป็นไปตามลักษณะนี้ได้ เว้นแต่
ข้าราชการอัยการผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย
การลงโทษ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).