พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุง
อัตรากำลังของส่วนราชการ
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย
พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า
ข้าราชการ ในมาตรา ๓
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้าราชการ หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
ข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ
ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร
และข้าราชการรัฐสภาสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน
(๒) ของมาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๒)
มีเวลาราชการที่เหลือไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๙
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๘
ผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๖ แล้วหากกลับเข้าเป็นข้าราชการประจำในส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับของฝ่ายบริหาร
หรือส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอีกให้ผู้นั้นส่งคืนเงินช่วยเหลือที่ได้รับไว้ทั้งหมด
พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามอัตราเงินฝากประจำสิบสองเดือนของธนาคารออมสินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
ยังไม่ครอบคลุมถึงข้าราชการรัฐสภาสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
ประกอบกับได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติของข้าราชการที่จะเข้าร่วมโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
จากเดิมที่กำหนดให้มีเวลาราชการที่เหลือไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเป็นไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
และมาตรการควบคุมให้ผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือตามโครงการแล้ว
หากกลับเข้าเป็นข้าราชการประจำในส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับของฝ่ายบริหารหรือส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอีก
ให้ส่งเงินช่วยเหลือที่ได้รับไว้ทั้งหมดคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ย ดังนั้น
เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการถูกต้องตามข้อเท็จจริงและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๗ กันยายน
๒๕๕๕
ชาญ/ผู้ตรวจ
๑๙ กันยายน
๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๓๐/๑๔ กันยายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).