法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2550 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง

ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ กับมาตรา ๔๖ วรรคสอง และมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๔๓

(๒) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๓) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๒]

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการจัดการ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การจัดการดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กจ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การจัดการมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กจ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การจัดการบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กจ.บ.”

(๒) สาขาวิชาการท่องเที่ยวและโรงแรม มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๓) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๔) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ข) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๕) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การศึกษาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การศึกษามหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กศ.ม.” และ “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” และ “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การศึกษาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กศ.บ.” และ “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” และ “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๖) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.” และ “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๗) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

(๘) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”

(๙) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๑๐) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”

(๑๑) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) ตรี เรียกว่า “แพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.บ.”

(๑๒) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.ม.” และ “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เภสัชศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.บ.”

(๑๓) สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๑๔) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

(๑๕) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”

(๑๖) สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(๑๗) สาขาวิชาวิทยาการสารสนเทศ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” และ “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” และ “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๑๘) สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๑๙) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒๑) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”

(๒๒) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.” และ “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.” และ “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๒๓) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๒๔) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.บ.”

(๒๕) สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒๖) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ม.” และ “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.บ.” และ “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒๗) สาขาวิชาสิทธิมนุษยชนศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณหลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเทา กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยผ้าสีเหลือง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตามสีประจำมหาวิทยาลัยตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างแขนเสื้อปลายบานยาวระดับข้อมือ ตอนกลางแขนเสื้อทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเทากว้าง ๗ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยผ้าสีเหลือง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลม จำนวน ๓ แถบ ติดเรียงกันตามขวางระยะห่างกัน ๓.๕ เซนติเมตร ตัวเสื้อประดับด้วยเข็มวิทยฐานะ จำนวน ๒ อัน ในระดับหน้าอกกึ่งกลางของแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเทาด้านหน้าทั้งสองข้าง มีผ้าคล้องคอด้านในทำด้วยผ้าต่วนหรือแพรสีเหลือง มีแถบทำด้วยผ้าต่วนหรือ แพรสีเทา กว้าง ๘ เซนติเมตร ทาบจากขอบมุมด้านล่างเป็นแนวยาวรอบ และมีแพรสีเหลือง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่ตอนกลางแขนมีแถบกำมะหยี่หรือ สักหลาดสีเทา จำนวน ๒ แถบ ติดเรียงกันตามขวางระยะห่างกัน ๓.๕ เซนติเมตร

(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่ตอนกลางแขนมีแถบกำมะหยี่หรือ สักหลาดสีเทา จำนวน ๑ แถบ ติดตามขวาง

มาตรา ๖

มาตรา ๖ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีลักษณะเป็นรูปตรามหาวิทยาลัยซึ่ง เรียกว่า “โรจนากร” ขนาดกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๔.๕ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีทองมีองค์ประกอบเป็นรูปใบเสมา ตรงกลางมีรูปสัญลักษณ์ขององค์พระธาตุนาดูนประดิษฐานอยู่เหนือสุริยรังสี ด้านล่างเป็นลายขิดอีสาน มีคำขวัญเป็นภาษาบาลีว่า “พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว” หมายถึง ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีดังต่อไปนี้

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีเทาเข้ม เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบกำมะหยี่หรือผ้าสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยผ้าสีดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตลอดด้านหน้าทั้งสองข้าง แขนเสื้อปลายบาน ยาวระดับข้อมือ ตอนกลางแขนเสื้อทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลือง กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลม จำนวน ๔ แถบ ติดเรียงกันตามขวางระยะห่าง ๓.๕ เซนติเมตร ตัวเสื้อประดับด้วยสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง มีผ้าคล้องคอด้านในมี ลักษณะเช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต ด้านนอกมีพื้นเป็นผ้าต่วนหรือแพรสีเทา มีแถบกำมะหยี่หรือ สักหลาดสีเหลือง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง

(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ตัวเสื้อไม่มีสายสร้อยประดับ

(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย แต่ตัวเสื้อประดับด้วยสายสร้อยทำด้วยโลหะสีเงิน

มาตรา ๘

มาตรา ๘[๓]

สีประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

(๑) มหาวิทยาลัย สีเหลืองเทา

(๒) สาขาวิชาการจัดการ สีส้ม

(๓) สาขาวิชาการท่องเที่ยวและโรงแรม สีม่วงอ่อน

(๔) สาขาวิชาการบัญชี สีแดงเลือดนก

(๕) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สีเขียวไพร

(๖) สาขาวิชาการศึกษา สีแสด

(๗) สาขาวิชาเทคโนโลยี สีชมพู

(๘) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีน้ำเงิน

(๙) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สีกรมท่า

(๑๐) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีฟ้า

(๑๑) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สีขาว

(๑๒) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สีเขียว

(๑๓) สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สีเขียวมะกอก

(๑๔) สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สีม่วง

(๑๕) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีฟ้าเข้ม

(๑๖) สาขาวิชารัฐศาสตร์ สีน้ำตาลอ่อน

(๑๗) สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์ สีเทาเงิน

(๑๘) สาขาวิชาวิทยาการสารสนเทศ สีน้ำเงินเข้ม

(๑๙) สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สีเขียวตองอ่อน

(๒๐) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

(๒๑) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สีเขียวเข้ม

(๒๒) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู

(๒๓) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ สีทอง

(๒๔) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สีฟ้าอ่อน

(๒๕) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ สีน้ำตาล

(๒๖) สาขาวิชาสัตวศาสตร์ สีครีม

(๒๗) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สีชมพูอมส้ม

(๒๘) สาขาวิชาสิทธิมนุษยชนศึกษา สีบานเย็น

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้เปิดสอน สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาการท่องเที่ยวและโรงแรม สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาการสารสนเทศ สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และกำหนดให้มีปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว รวมทั้งกำหนดให้มีปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตในบางสาขาวิชา และเพิ่มเติมรายละเอียดของครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ สมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะเข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เสียใหม่ และโดยที่มาตรา ๔๖ วรรคสอง และมาตรา ๕๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๓๗ บัญญัติให้การกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้เปิดสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ และสาขาวิชาสิทธิมนุษยชนศึกษาเพิ่มขึ้นและได้กำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และกำหนดสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งกำหนดครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑[๔]

คุณากร/ผู้จัดทำ

๒๘ กันยายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๙ ก/หน้า ๔/๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

[๒] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๓] มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๔/๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2550 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d8c062fa7bbaf2dd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com