法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

พระราชกำหนด

พระราชกำหนด

บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

พ.ศ.

๒๕๔๐

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

เป็นปีที่

๕๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกำหนดนี้

“บรรษัท” หมายความว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(๑) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(๒) บริษัทเงินทุน

บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

“องค์การ” หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“อบส.” หมายความว่า องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐

“เงินกองทุน” หมายความว่า ทุนประเดิมของบรรษัทตามมาตรา ๙

เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนตามมาตรา ๑๐ เงินสำรองและกำไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดการบัญชีออกแล้ว

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

หมวด

การจัดตั้งและเงินทุน

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้จัดตั้งบรรษัทขึ้นเรียกว่า “บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน”

เรียกโดยย่อว่า “บบส.” และให้เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้บรรษัทตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗

มาตรา ๗ วัตถุประสงค์ของบรรษัทมีดังต่อไปนี้

(๑) ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ทุกประเภทของบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐ และวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งสั่งโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ที่องค์การเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินการได้

หรือที่ อบส. เป็นผู้จำหน่าย รวมตลอดจนหลักประกันของสินทรัพย์นั้นเพื่อนำมาบริหารและจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป

(๒) ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีการค้างชำระดอกเบี้ยตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปของสถาบันการเงินอื่นที่กองทุนเข้าถือหุ้นและมีอำนาจในการจัดการ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้บรรษัทมีอำนาจกระทำกิจการต่างๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ของบรรษัทตามมาตรา

๗ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิต่างๆ

สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ

รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักร

ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

(๒) ค้ำประกันหรือรับรอง

รับอาวัล หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน

(๓) เรียกเก็บดอกเบี้ย

ส่วนลด ค่าธรรมเนียม และค่าบริการทางการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๔) กู้หรือยืมเงินในหรือนอกราชอาณาจักร

(๔ ทวิ)[๒] ให้กู้แก่ลูกหนี้ของ อบส. บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์และสถาบันการเงินอื่นตามมาตรา

(๕) ออกหุ้นกู้

ตั๋วเงิน หรือตราสารแห่งหนี้

(๖) ลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาล

หรือองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

(๗) มีเงินฝากไว้ในสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นและสมควร

(๘) กระทำการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้กำหนดทุนของบรรษัทเป็นจำนวนหุ้นสามัญสิบล้านหุ้นมีมูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาทรวมเป็นทุนหนึ่งพันล้านบาท

โดยบรรษัทจะได้รับทุนประเดิมจำนวนนี้จากรัฐบาล และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐[๓] เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์

บรรษัทอาจเพิ่มทุนได้

การเพิ่มทุนของบรรษัทให้ทำได้โดยการออกหุ้นใหม่ ทั้งนี้

โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี

ให้บรรษัทเสนอต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆ ตามแต่บรรษัทจะกำหนดให้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่ระบุในวรรคสอง

ตามเวลา วิธีการและจำนวนที่บรรษัทกำหนด และให้บรรษัทจัดออกหุ้นเหล่านั้นได้

เพื่อประโยชน์ในการเสนอขายหุ้นตามวรรคสาม บรรษัทอาจเปลี่ยนมูลค่าหุ้นและจำนวนหุ้นได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ เงินที่ใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการประกอบด้วย

(๑) เงินกองทุนของบรรษัท

(๒) เงินกู้ยืมจากในและนอกราชอาณาจักร

(๓) รายได้ของบรรษัท

(๔) เงินที่มีผู้มอบให้

หมวด

คณะกรรมการและการจัดการ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน”

ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่นอีกหกคนซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

และผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ

ในกรณีที่มีการนำหุ้นออกขายแก่ประชาชนหรือบุคคลใดๆ

ให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

มิให้นำมาตรา ๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการอื่น

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการ

(๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๓) เป็นข้าราชการการเมือง

ที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๔) เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน

(๕) เป็นหรือเคยเป็นลูกหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง

เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔

กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่

หรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของบรรษัทภายในกรอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา

๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

เงินตอบแทน และค่าใช้จ่าย

(๒) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง

การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชี รวมทั้งการตรวจสอบและสอบบัญชีภายใน

(๓) กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานและการดำเนินกิจการ

(๔) ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาสินทรัพย์และหลักประกันที่บรรษัทจะรับซื้อหรือรับโอน

(๕) พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของบรรษัท

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ผู้จัดการต้องสามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่บรรษัทและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๑๓

การแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามวรรคหนึ่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการทั้งหมด

มิให้นำมาตรา ๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งผู้จัดการ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบรรษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของบรรษัท

และตามนโยบายหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

ในกิจการของบรรษัทที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทนของบรรษัท

และเพื่อการนี้ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้

แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้กรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน

บรรษัทอาจจัดให้มีการประเมินราคาสินทรัพย์นั้นโดยนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจการประเมินราคาอิสระหรือผู้มีวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน

ในการนี้ให้คำนึงถึงกระแสรายรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย และการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวต้องไม่เกินราคาตลาดหรือราคาประเมินกลาง

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ การโอนและการรับโอนสินทรัพย์ ตลอดจนสิทธิจำนองสิทธิจำนำ

หรือหลักประกันอย่างอื่น ให้บรรษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ

ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องบรรดาที่เกิดขึ้นเนื่องในการโอนและรับโอนสินทรัพย์หรือหลักประกันของสินทรัพย์ดังกล่าว

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ การโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนของสถาบันการเงิน

องค์การหรือ อบส. ไปยังบรรษัท และการโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนของบรรษัทไปยังสถาบันการเงินองค์การ

หรือ อบส. ให้กระทำได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๐๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

แต่ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา ๓๐๘ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

หมวด

การกำกับ

การดำเนินงาน และการควบคุม

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของบรรษัท

เพื่อการนี้จะสั่งให้บรรษัทชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงานได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่บรรษัทขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ที่บรรษัทกู้ยืมเงินจากแหล่งให้กู้ยืมในหรือนอกราชอาณาจักร

ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นได้ แต่จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่การค้ำประกันของกระทรวงการคลังยังค้างอยู่ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนของบรรษัทเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามอำนาจที่มีอยู่ในกฎหมายใด

การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อทราบยอดรวมของเงินกู้ตามวรรคหนึ่งให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ในวันทำสัญญา

หมวด

การจัดสรรกำไร

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖[๔]

ในกรณีที่บรรษัทมีผลกำไร หลังจากหักผลขาดทุนสะสมออกแล้ว

ให้จัดสรรไว้เป็นเงินกองทุนของบรรษัทจนกว่าเงินกองทุนของบรรษัทจะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้น

ส่วนที่เหลือให้จ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

หมวด

การสอบและตรวจบัญชี

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ให้บรรษัทวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้องและจัดให้มีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้บรรษัทจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรและขาดทุนทุกงวดหกเดือน

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

หรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีของบรรษัท ทำการตรวจสอบบัญชีรวมทั้งการเงินทุกประเภทและเสนอรายงานผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐมนตรี

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้บรรษัทรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุน

ซึ่งผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๒๙ รับรองแล้วต่อรัฐมนตรีภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ

และให้รัฐมนตรีประกาศรายงานงบดุลและบัญชีดังกล่าวโดยเปิดเผย

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก

ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในการแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินและฟื้นฟูสถานะการดำเนินการของสถาบันการเงินบางแห่งที่ประสบปัญหา

โดยการจัดตั้งองค์การของรัฐขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นระบบตามแนวทางสากล

จำเป็นต้องจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินดังกล่าวอันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันจะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

พรพิมล/แก้ไข

พ.ย ๒๕๔๔

A+B

(C)

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑[๕]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในขณะนี้มีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็วเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งในภาคการเงินและภาคการลงทุน

ด้วยเหตุนี้รัฐจึงได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการตรากฎหมายหลายฉบับเพื่อระดมเงินทุนให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ซึ่งในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินส่วนหนึ่งนั้นได้มีการจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นเพื่อดำเนินการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินต่างๆ

ที่มีปัญหาในการดำเนินการมาจัดการบริหารต่อไป แต่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของบรรษัทดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันยังมีปัญหาในการเร่งระดมเงินของบรรษัทเพราะการเพิ่มทุนกระทำได้อย่างจำกัด

ทำให้ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารให้เป็นหนี้มีคุณภาพและไม่อาจทำให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินที่จะเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนขึ้นได้

จึงจำเป็นต้องกำหนดให้บรรษัทเพิ่มทุนได้โดยการขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปและมีมาตรการจูงใจให้มีผู้มาลงทุนในบรรษัท

รวมทั้งให้อำนาจบรรษัทในการเข้าช่วยเหลือโดยการให้กู้เงินแก่หนี้ด้อยคุณภาพซึ่งเป็นโครงการลงทุนต่างๆ

ที่รับโอนมาเพื่อทำให้เป็นหนี้มีคุณภาพซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินในระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอันเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสภาพคล่องทางการเงินตามมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ

และโดยที่การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องกระทำอย่างรวดเร็วในขณะนี้เพื่อมิให้เกิดภาวะชงักงันทางการเงินอันจะกระทบต่อมาตรการอื่นๆ

ขึ้นได้ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในการที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

พรพิมล/แก้ไข

พ.ย ๒๕๔๔

A+B

(C)

ทรงยศ

/ สราวุฒิ จัดทำ

มีนาคม ๒๕๔๖

วาทินี/ปฐมพร/โสรศ/ปรับปรุง

๒๕

สิงหาคม ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๖๐ ก/หน้า ๑๔/๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๘

มาตรา ๘ (๔ ทวิ) เพิ่มโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๓]

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๔]

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๕]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๑๑/๗ พฤษภาคม ๒๕๔๑

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d9322289ab953956

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com