กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๗
แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจัดทำโครงการ
ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ข้อมูลในเรื่องดังต่อไปนี้
เสนอต่อคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๑)
แผนงานและกำหนดระยะเวลาการพัฒนาโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ
(๒) ประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมาย
(๓) แผนที่โดยสังเขปแสดงจำนวนเนื้อที่ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า
๒๐ ไร่ แนวเขตที่ดินแหล่งรองรับน้ำทิ้ง และบริเวณข้างเคียง
(๔) แผนผังแสดงการใช้ที่ดิน โดยแยกเป็นเขตอุตสาหกรรม
เขตพาณิชย์และบริการเขตที่พักอาศัย
เขตพื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยสะดวกอย่างอื่น เขตพื้นที่สีเขียว
และพื้นที่แนวกันชน ทั้งนี้ ตามลักษณะของนิคมอุตสาหกรรม
(๕) แหล่งน้ำใช้
(๖) ขนาดของการลงทุน
(๗) แหล่งเงินทุน
(๘) แผนการให้เช่า ให้เช่าซื้อ
และขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์
(๙) แผนการเงิน
(๑๐)ข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรม
(๑๑)
รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ซึ่งรวมถึงขีดความสามารถของสิ่งแวดล้อมในการรองรับมลพิษจากโครงการ
ข้อ ๒
ในกรณีที่เอกชนหรือบุคคลอื่นประสงค์จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโดยขอให้กนอ.
ร่วมดำเนินงานด้วย นอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อ ๑
แล้วจะต้องจัดทำรายละเอียดหรือแสดงหลักฐานในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการให้บริการระบบสาธารณูปโภค
และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
(๒) การกำหนดค่าบำรุงรักษาและค่าบริการ
สำหรับระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการอื่น ๆ
ที่จะเรียกเก็บจากผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
(๓) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
หรือหลักฐานแสดงการจะได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ในที่ดินนั้น
ข้อ ๓
การดำเนินการให้บริการระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก
และบริการอื่นในนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. จัดตั้งขึ้น หรือ
กนอ.ร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่น หรือบุคคลอื่นดำเนินการเอง
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนด
ข้อ ๔
นิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งต้องจัดให้มีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรมทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕
ในการจัดพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมต้องจัดให้มีเขตพื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่น
เขตพื้นที่สีเขียว และพื้นที่แนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่ทั้งหมด
ในกรณีที่นิคมอุตสาหกรรมมีพื้นที่ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ไร่ขึ้นไป
ให้จัดให้มีเขตพื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่น
เขตพื้นที่สีเขียวและพื้นที่แนวกันชนตามที่คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนด
แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๒๕๐ ไร่
พื้นที่ส่วนที่เหลือจากการจัดตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
ให้จัดเป็นเขตอุตสาหกรรมและเขตพาณิชย์และบริการและเขตที่พักอาศัย (ถ้ามี)
แต่ทั้งนี้จะต้องมีเขตอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๕
ข้อ ๖
นิคมอุตสาหกรรมที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ ๒,๐๐๐ ไร่ขึ้นไป
ต้องจัดตั้งบนพื้นที่ที่อยู่ติดกับถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
หรือมีทางเชื่อมกับถนนสาธารณะดังกล่าว โดยมีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
ข้อ ๗
นิคมอุตสาหกรรมแต่ละประเภทต้องมีระบบสาธารณูปโภค
สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่จำเป็นอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) เขตอุตสาหกรรมทั่วไป
(ก) ระบบถนนภายในนิคมอุตสาหกรรม
(ข) ระบบระบายน้ำฝน และหรือระบบป้องกันน้ำท่วม
(ค) ระบบประปา
(ง) ระบบบำบัดน้ำเสีย
(จ) ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
(ฉ) ระบบไฟฟ้า
(ช) ระบบดับเพลิงและระบบป้องกันอุบัติภัย
(ซ) ระบบจัดการกากอุตสาหกรรม มูลฝอย และสิ่งปฎิกูล
(ฌ) ระบบติดตามตรวจสอบมลพิษและคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(ญ) ระบบรักษาความปลอดภัย
(ฎ) อาคารบริการ และพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่น ๆ ตามความจำเป็น
เช่น อาคารสำนักงาน และที่พักอาศัยของพนักงาน กนอ. เป็นต้น
(๒) เขตอุตสาหกรรมส่งออก
นอกจากจะต้องจัดให้มีระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการตาม (๑) แล้ว
ต้องจัดให้มีสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ตามความจำเป็นด้วย
(ก) รั้วโดยรอบเขตอุตสาหกรรมส่งออก เส้นทางตรวจสอบทางกายภาพโดยรอบและจุดตรวจสอบการเข้าออก
(ข) อาคารสำนักงานศุลกากรและที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
(ค) โรงพักสินค้าและคลังสินค้า
นอกจากที่กำหนดไว้ใน (๑) และ (๒) แล้ว
คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอาจกำหนดให้มีระบบสาธารณูปโภค
สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการอื่นเพิ่มเติมตามความจำเป็นอีกก็ได้ เช่น
ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์กลางการติดต่อสื่อสาร สถานพยาบาล การบริการรถรับส่ง เป็นต้น
ระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการตาม (๑) และ
(๒) ให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดตามมาตรา
๒๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๒
ข้อ ๘
ให้คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙
ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๗
แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๒
บัญญัติให้นิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการออกแบบ
การพัฒนาและการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ปรับปรุง
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้า ๑๔/๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).