法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ

ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๔๗ วรรคสอง และมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๔ (๒๕) และมาตรา ๖ (๒๖) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๓) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการตลาด มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การตลาดดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การตลาดมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การตลาดบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “กต.บ.”

(๒) สาขาวิชาการผังเมือง มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การผังเมืองดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การผังเมืองมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การผังเมืองบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ผ.บ.”

(๓) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์มหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พทป.บ.”

(๔) สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) ตรี เรียกว่า “ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ท.บ.”

(๕) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” และ “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๗) สาขาวิชาบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๘) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”

(๙) สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พัฒนาชุมชนดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พัฒนาชุมชนมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พัฒนาชุมชนบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พช.บ.”

(๑๐) สาขาวิชาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รส.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “พัฒนาแรงงานและสวัสดิการบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รส.บ.”

(๑๑) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) ตรี เรียกว่า “แพทยศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พ.บ.”

(๑๒) สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.สถ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.สถ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ภ.สถ.บ.”

(๑๓) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ “ร.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”

(๑๔) สาขาวิชาวารสารศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วารสารศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วารสารศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ว.บ.”

(๑๕) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๑๖) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”

(๑๗) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม ”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ ”

(๑๘) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๑๙) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๒๐) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมภายในบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สน.บ.”

(๒๑) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สถ.ม.”

(๒๒) สาขาวิชาสหวิทยาการ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(๒๓) สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สม.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สม.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สม.บ.”

(๒๔) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สส.ม.” และ “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “สส.บ.”

(๒๕) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสองชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ม.”

ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีดังต่อไปนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิตและครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

(ก) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้า แพร หรือเสิร์จ สีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนกว้าง ยาวตกข้อศอก มีพาดบ่าซ้ายทำด้วยแพร เสิร์จ หรือกำมะหยี่ สีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาในกรณีไม่มีสีประจำคณะ ประกอบด้วยวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๗ เซนติเมตร บนวงกลมมีตราธรรมจักรทำด้วยโลหะสีทอง ขอบลงยาสีแดง ตอนล่างมีอักษรย่อ ม.ธ. ลงยาสีน้ำเงิน ตรงกลางมีพานรัฐธรรมนูญสีทอง ด้านหน้าของพาดบ่ายาว ตามลำตัวประมาณ ๕๕ เซนติเมตร มีแถบสีขาวทำด้วยไหมพรมหรือขนสัตว์ที่ปลายพาดบ่ากว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร สามแถบ เว้นระยะแถบละ ๕ เซนติเมตร ด้านหลังมีจีบยาวไปตามลำตัว ๕๐ เซนติเมตร มีแถบที่ปลายพาดบ่าเช่นเดียวกับด้านหน้าสามแถบ ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมด้านเท่ามุมตัดสีดำ ทำด้วยผ้า แพร หรือเสิร์จ มีพู่ห้อยสีตามสีประจำคณะหรือสีประจำสาขาวิชาในกรณีไม่มีสีประจำคณะ

(ข) ครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่มีพาดบ่าซ้ายทำด้วยแพร เสิร์จ หรือกำมะหยี่ สีเหลืองกับสีแดงอย่างละครึ่ง (สีเหลืองอยู่ด้านใน สีแดงอยู่ด้านนอก)

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่าด้านละสองแถบ

(๓) ครุยประกาศนียบัตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่า ด้านละหนึ่งแถบ และมีขลิบสีขาวเหนือแถบ กว้าง ๓ เซนติเมตร ยาวตามความกว้างของพาดบ่า เว้นระยะห่างจากแถบ ๒ เซนติเมตร ด้านบนและด้านล่างของขลิบสีขาวมีขลิบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร

(๔) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิต ครุยทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และครุยบัณฑิต

(ก) ครุยแพทยศาสตรบัณฑิตและครุยทันตแพทยศาสตรบัณฑิตเช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

(ข) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต แต่มีแถบที่ปลายพาดบ่าด้านละหนึ่งแถบ

มาตรา ๖

มาตรา ๖ สีประจำคณะและสีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

(๑) คณะทันตแพทยศาสตร์ สีม่วงมีขลิบสีทองตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๒) คณะนิติศาสตร์ สีขาว

(๓) คณะพยาบาลศาสตร์ สีขาวมีริมสีแดงเลือดนกตามยาว

กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

(๔) คณะรัฐศาสตร์ สีดำ

(๕) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สีม่วงเม็ดมะปราง

(๖) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเหลืองทอง

(๗) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมูมีขลิบสีทองตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๘) คณะศิลปศาสตร์ สีแสด

(๙) คณะเศรษฐศาสตร์ สีฟ้า

(๑๐) คณะสหเวชศาสตร์ สีน้ำเงินมีขลิบสีเหลืองตามยาว

กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๑๑) คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา สีชมพู

(๑๒) สถาบันภาษา สีน้ำตาลทอง

(๑๓) สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร สีเขียวรวงข้าวอ่อน

(๑๔) สาขาวิชาการตลาดและสาขาวิชา สีฟ้ากับสีขาวอย่างละครึ่ง

บริหารธุรกิจ (สีฟ้าอยู่ด้านใน สีขาวอยู่ด้านนอก)

(๑๕) สาขาวิชาการผังเมือง สีส้มออกแดงมีขลิบสีทองตามยาว

สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน

และสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์

(๑๖) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย สีเขียวใบไม้มีริมสีเหลืองตามยาว

ประยุกต์ กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๑๗) สาขาวิชาบัญชี สีฟ้ามีริมสีขาวตามยาว กว้างข้างละ

๓ เซนติเมตร

(๑๘) สาขาวิชาพัฒนาชุมชน สีเลือดหมูกับสีขาวอย่างละครึ่ง

(สีเลือดหมูอยู่ด้านใน สีขาวอยู่ด้าน

นอก)

(๑๙) สาขาวิชาพัฒนาแรงงานและ สีเลือดหมูมีขลิบสีขาวตามยาว

สวัสดิการ กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๒๐) สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สีเขียวใบไม้

(๒๑) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

(ก) สาขาการจัดการวิศวกรรม สีม่วงอ่อนมีริมสีแดงตามยาว

สาขาเทคโนโลยีการจัดการ กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

สาขาเทคโนโลยีพลังงาน

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

สาขาเมคคาทรอนิกส์

สาขาระบบอุปกรณ์และ

การควบคุม

สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์

และสาขาวิศวกรรมศาสตร์

หรือเทคโนโลยี

(ข) สาขาการบริหารเทคโนโลยี สีเงิน

(ค) สาขานวัตกรรมการพัฒนา สีส้มออกแดงมีขลิบสีทองตามยาว

อสังหาริมทรัพย์ กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(ง) สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สีเขียวใบไม้มีริมสีเหลืองตามยาว

และสาขาเวชศาสตร์ชุมชน กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

และเวชศาสตร์ครอบครัว

(๒๒) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีม่วงอ่อนมีริมสีแดงตามยาว

กว้างข้างละ ๓ เซนติเมตร

(๒๓) สาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ สีทอง

(๒๔) สาขาวิชาศิลปศาสตร์

(ก) สาขาการบริหารงานวัฒนธรรม สีเงิน

(ข) สาขาสตรีศึกษา สีเทาเงินมีขลิบสีแดงเลือดหมูตามยาว

สาขาสหวิทยาการ และ กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

สาขาสหวิทยาการสังคมศาสตร์

(๒๕) สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สีเลือดหมู

(๒๖) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สีฟ้าสว่างใสมีขลิบสีเหลืองทอง

ตามยาว กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

มาตรา ๗

มาตรา ๗ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีลักษณะเป็นรูปอาร์ม พื้นกึ่งซ้ายลงยาสีเหลือง กึ่งขวาลงยาสีแดง รองรับตราธรรมจักรทำด้วยโลหะสีทองขอบลงยาสีแดง ตอนล่างมีอักษรย่อ ม.ธ. ลงยาสีน้ำเงิน มีพานรัฐธรรมนูญสีทองอยู่กลาง

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดทำครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เปิดสอนสาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ สาขานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สาขาเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ครอบครัว และสาขาการจัดการวิศวกรรมในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น และได้เปลี่ยนแปลงสีของสาขาสตรีศึกษาที่เคยสังกัดสำนักบัณฑิตอาสาสมัครเป็นสีประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดสีของสาขาวิชาดังกล่าวเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการยกเลิกสีของสาขาการบริหารโทรคมนาคมในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์เนื่องจากมีการปิดหลักสูตรดังกล่าว สมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสียใหม่ และโดยที่มาตรา ๔๗ วรรคสอง และมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑ บัญญัติให้การกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นฤตยา/ผู้ตรวจ

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๗๖ ก/หน้า ๗/๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d9c3df5d26c01464

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com