我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2546

子法規・公布 2003-03-11・全 18 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๔๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “หมอพื้นบ้าน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวัฒนธรรมของชุมชนสืบทอดกันมานานเป็นที่นิยมยกย่องจากชุมชนโดยมีประชาชนในหมู่บ้านรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน หรือเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “ภูมิภาค” หมายความว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยบริเวณพื้นที่ภาคใดประกอบด้วยจังหวัดใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ (๓) ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ยกเว้นนักวิชาการตามข้อ ๓ (๔) (๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือที่ปรึกษาทางการเมือง (๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๗) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด (๘) ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ นอกจากคุณสมบัติตามข้อ ๒ บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ด้วย (๑)[๒] กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะ ต้อง (ก) มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ แล้วแต่กรณี (ข) มีประสบการณ์ในการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในสถานพยาบาลหรือเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในสถานที่ผลิตยา สถานที่ขายยา สถานที่นำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร หรือสถานที่เก็บยา ซึ่งยาแผนโบราณโดยได้รับการรับรองจากผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยา ที่ผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นเคยปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ให้” (๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มหมอพื้นบ้าน ต้อง (ก) เป็นหมอพื้นบ้านอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (ข) มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่ตนเองได้รับการเสนอชื่อมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (ค) ไม่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตาม (๑) (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย ต้อง (ก) เป็นผู้แทนองค์การเอกชนพัฒนาที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์แผนไทยที่ไม่แสวงหากำไรหรือผู้แทนองค์การที่ได้รับการรับรองจากนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัด หรือได้รับการรับรองจากองค์การเอกชนพัฒนาดังกล่าวอย่างน้อยสององค์การ (ข) เป็นผู้แทนองค์การที่มีกิจกรรมต่อเนื่องในด้านการแพทย์แผนไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี (ค) เป็นผู้แทนองค์การที่มีสถานที่ตั้งทำการที่ชัดเจน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มนักวิชาการ ต้อง (ก) มีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยหรือสมุนไพร หรือ (ข) มีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอันเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์แผนไทย (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย ต้อง (ก) เป็นผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย (ข) ได้รับการรับรองจากกลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย ที่มีสถานที่ตั้งทำการที่ชัดเจนและมีการผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทยอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี (๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร ต้อง (ก) เป็นผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร (ข) ได้รับการรับรองจากกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพรที่มีสถานที่ตั้งทำการที่ชัดเจนและเป็นกิจการของคนไทยที่มีการปลูกหรือแปรรูปสมุนไพรอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายทะเบียนกลางและนายทะเบียนจังหวัดร่วมกันจัดทำทะเบียนข้อมูลบุคคลของกลุ่มต่าง ๆ ตามข้อ ๓

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละกรณี ให้เป็นดังนี้ (๑) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะ ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย หรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ (๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มอื่นนอกจาก (๑) ให้ผู้แทนกลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทยและกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเรียกโดยย่อว่า “ก.ส.” ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดคัดเลือกกันเองให้เหลือสี่คนจากภูมิภาค ภาคละหนึ่งคนผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนสภาทนายความ เป็นกรรมการ และกรรมการที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งอีกแปดคนในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสื่อมวลชนหนึ่งคน ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหนึ่งคน ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์หนึ่งคน หมอพื้นบ้านหนึ่งคน ผู้แทนกลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทยหนึ่งคน นักวิชาการหนึ่งคน ผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทยหนึ่งคน ผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพรหนึ่งคน และผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ ก.ส. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) กลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะ ประกอบด้วย (ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหนึ่งคน (ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์หนึ่งคน (๒) กลุ่มผู้มีความรู้ความสามารถหรือมีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยประกอบด้วย (ก) หมอพื้นบ้านสี่คนจากภูมิภาค ภาคละหนึ่งคน (ข) ผู้แทนองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทยหนึ่งคน (ค) นักวิชาการหนึ่งคน (ง) ผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทยหนึ่งคน (จ) ผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพรหนึ่งคน กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้แทนกลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย และกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพรในทุกจังหวัด ทำหน้าที่เสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของแต่ละกลุ่มต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “ก.ส.จ.” ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งในทุกจังหวัด ประกอบด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย และกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร กลุ่มละหนึ่งคน เป็นกรรมการและเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ ก.ส.จ. มีอำนาจหน้าที่ในการคัดเลือกผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดจาก กลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย และกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร กรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ ก.ส. ประกาศการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยเจ็ดวันติดต่อกัน หรือประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสมก่อนการดำเนินการเสนอชื่อไม่น้อยกว่าสิบวัน

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ (๑) เสนอชื่อตนเองหรือบุคคลอื่นที่สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์หนึ่งชื่อ พร้อมด้วยประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อตามแบบเสนอชื่อและแบบประวัติที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดต่อ ก.ส. ตามวันและเวลาที่ ก.ส. กำหนด (๒) ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๕ (๒) เสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย และกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร พร้อมด้วยประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อตามแบบเสนอชื่อและแบบประวัติที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ต่อ ก.ส.จ. ตามวันและเวลาที่ ก.ส. กำหนด ในการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อ เสนอชื่อพร้อมกับความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ และข้อ ๓ ให้ ก.ส.จ. เป็นผู้คัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง (๒) ให้เหลือกลุ่มละหนึ่งคนและประกาศชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในระดับจังหวัด โดยปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แล้วให้ ก.ส.จ. แจ้งชื่อผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกพร้อมด้วยแบบเสนอชื่อและแบบประวัติของผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกต่อ ก.ส. ทั้งนี้ ตามวันและเวลาที่ ก.ส. กำหนด

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ ก.ส. จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้ (๑) บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะ ให้จัดทำจากรายชื่อที่ผู้มีสิทธิเสนอชื่อแจ้งมาตามข้อ ๑๐ (๑) โดยแยกบัญชีตามสาขาของผู้ประกอบโรคศิลปะ (๒) บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทย และกลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร ให้จัดทำจากรายชื่อที่ ก.ส.จ. ในทุกจังหวัดแจ้งมาตามข้อ ๑๐ วรรคสาม โดยแยกบัญชีตามประเภทของแต่ละกลุ่ม สำหรับบัญชีรายชื่อของกลุ่มหมอพื้นบ้านให้แยกออกเป็นสี่บัญชีตามภูมิภาค

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ ก.ส. ส่งบัญชีรายชื่อตามข้อ ๑๑ และบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามแบบที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด พร้อมกับประวัติของผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อทุกคนไปให้ผู้มีรายชื่อในบัญชีนั้น ๆ เลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อนั้น โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกได้สามชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อในบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เลือกกลับคืนไปยัง ก.ส. ภายในวันที่ ก.ส. กำหนด ทั้งนี้ ในกรณีส่งโดยตรงให้ถือวันที่ ก.ส. ได้รับบัตรเป็นวันส่ง ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง ให้ ก.ส. รวบรวมบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งเพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน ในการตรวจนับคะแนน ให้กรรมการสรรหาใน ก.ส. จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนตรวจนับคะแนนติดต่อกันไปจนเสร็จ ทั้งนี้ ตามวัน เวลา สถานที่และวิธีการที่ ก.ส. กำหนด

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ แบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แบบประวัติหรือบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ให้ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่ให้นำมาพิจารณาคัดเลือกจัดทำบัญชีรายชื่อ หรือนับเป็นคะแนน แล้วแต่กรณี (๑) ไม่มีลายมือชื่อของเลขานุการ ก.ส. (๒) มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ต่อเติม หรือเขียนซ้ำโดยไม่ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือกกำกับ แล้วแต่กรณี (๓) ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือก แล้วแต่กรณี (๔) ไม่ได้ลงลายมือชื่อเจ้าของประวัติผู้ถูกเสนอชื่อ ในกรณีของแบบประวัติ (๕) ส่งกลับคืนมาช้ากว่าวันที่ ก.ส. กำหนดตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อ ก.ส. ตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยแยกบัญชีในลักษณะเช่นเดียวกันกับการจัดทำบัญชีตามข้อ ๑๑ โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากคะแนนมากไปน้อยพร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธาน ก.ส. จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้า ก.ส. เพื่อเรียงตามลำดับที่ ให้กรรมการสรรหาใน ก.ส. จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนตามข้อ ๑๒ วรรคสาม ลงลายมือชื่อรับรองบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง แล้วให้ประธาน ก.ส. ปิดประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกไว้ในที่เปิดเผย ณ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้ผู้ได้รับเลือกที่อยู่ลำดับที่หนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนของแต่ละบัญชีเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งตามวรรคสาม ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยเหตุใด ๆ ให้เลื่อนผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาขึ้นมาเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทน ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ เนื่องจากไม่มีรายชื่อของผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อบัญชีใด ให้ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะในกลุ่มเดียวกับบัญชีรายชื่อนั้นใหม่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยต่อไป

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอรายชื่อต่อรัฐมนตรี เพื่อแต่งตั้งผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาในบัญชีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเภทนั้นตามข้อ ๑๔ แทน ต่อไป

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้มีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้การเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ (๑) ของข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ผลิตยา สถานที่ขายยา สถานที่นำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรหรือสถานที่เก็บยา ดังนั้น เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบโรคศิลปะดังกล่าวสามารถเข้ามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิชชุตา/ผู้จัดทำ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๒๑ ก/หน้า ๑/๑๑ มีนาคม ๒๕๔๖ [๒] ข้อ ๓ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงวุฒิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ [๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๑๕ ก/หน้า ๑/๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查