กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.
๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลแกใหญ่ ตำบลแสลงพันธ์ ตำบลในเมือง
และตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค การบริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ชุมชนเมืองเป็นศูนย์กลางการบริหาร การปกครอง การค้า การบริการ
และการศึกษาของจังหวัดสุรินทร์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
(๒)
ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น
และอุตสาหกรรมบริการต่างๆ ของจังหวัดสุรินทร์
เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(๓)
พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔)
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งและรายการประกอบแผนผัง ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๓๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง
ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๕)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(๖)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๗)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๙)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
(๑๐)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๑)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข ๑๑.๒๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ
ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(๔)
คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๕)
กำจัดมูลฝอย
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ
ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(๔)
คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๕)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๖)
กำจัดมูลฝอย
(๗)
ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๙
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ
(๔)
คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๕)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๖)
ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๗)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๘)
กำจัดมูลฝอย
(๙)
ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้า สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา
(๒)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการ
อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม คลังสินค้า
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ
๑๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชน
หรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๒)
คลังวัตถุมีพิษตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๓)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา
(๔)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบการพาณิชย์ หรือประกอบอุตสาหกรรม
(๒)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชน
หรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕[๓]
ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน โบราณคดี หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ในบริเวณหมายเลข
๙.๑ หมายเลข ๙.๒ หมายเลข ๙.๙ และในพื้นที่บางส่วนของที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๔
และหมายเลข ๙.๗ ที่มีรายการดังต่อไปนี้
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยได้ด้วย
๙.๔ ด้านเหนือ จดแนวเขตโบราณสถานกำแพงเมือง - คูเมืองจังหวัดสุรินทร์ ชั้นนอก
ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔
ด้านใต้ จดแนวเขตโบราณสถานกำแพงเมือง
- คูเมืองจังหวัดสุรินทร์ ชั้นนอก
ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๗๕๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔
๙.๗ ด้านเหนือ จดแนวเขตโบราณสถานกำแพงเมือง - คูเมืองจังหวัดสุรินทร์ ชั้นใน
ด้านตะวันออก จดถนนสาย ข ๑๑ ฟากตะวันตก
ด้านใต้ จดแนวเขตโบราณสถานกำแพงเมือง
- คูเมืองจังหวัดสุรินทร์ ชั้นใน
ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ
๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาย ข ๑๑
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา
การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๘
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘
๒.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่
๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๓.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๔.
รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖๒
(พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลแกใหญ่ ตำบลแสลงพันธ์
ตำบลในเมือง และตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง
และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๗๑ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบัญญํติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘[๔]
附則
ข้อ ๒
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยตามวรรคสองของ ข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับนี้
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กรมธนารักษ์ร่วมกับกรมศิลปากรกำหนด
และเฉพาะผู้ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนกฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเท่านั้น
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โบราณสถานกำแพงเมือง
- คูเมือง
ซึ่งเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทยในเขตผังเมืองรวมเมืองสุรินทร์
ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.๒๕๑๘
ซึ่งได้รับการขยายระยะเวลาการใช้บังคับเป็นครั้งที่หนึ่งโดยกฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยกำหนดให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยได้ชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในระหว่างการปรับปรุงสภาพโบราณสถานในที่พื้นที่บางส่วนของที่ดินประเภทดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสุรินทร์
พ.ศ. ๒๕๔๔[๕]
เหตุผล
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่ปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในท้องที่ตำบลแกใหญ่ ตำบลแสลงพันธ์
ตำบลในเมือง และตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒๖๒ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
กำหนดให้ใช้ผังเมืองรวมบังคับในท้องที่ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป
และเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขผังเมืองรวมได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงนั้นใช้บังคับ
สมควรขยายระยะเวสลาการใช้บังคับกฎกระทรวงดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี
และเนื่องจากมาตรา ๒๖ วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศิริยา/พิมพ์
๑๒
เมษายน ๒๕๕๐
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๒๔
เมษายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๑๙ ก/หน้า ๗/๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๙
[๒]
ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับต่อไปอีกมีกำหนดหนึ่งปี ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๔๔ ตามกฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสุรินทร์ พ.ศ.
๒๕๔๔
[๓]
ข้อ ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗๑ (พ.ศ. ๒๕๔๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
[๔]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๔/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๕
[๕]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๗/๖ มิถุนายน ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).